สงครามสุกี้ = สนามเลือด ลัคกี้สุกี้ ตัดสินใจ “หยุดเลือด” ไม่สู้สงครามราคา ชะลอดูทิศทาง ปีนี้เน้นเปิดให้ได้ 72 สาขา ทำรายได้ 3,500 ล้านบาท

ผ่านไปปีกว่าแล้ว แต่ ‘สงครามสุกี้’ ยังไม่จบ?

ลัคกี้สุกี้

ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่แบรนด์ ‘สุกี้-ชาบู’ หันมาห้ำหั่นกัน เสมือนกำลังดูละครหลังข่าว ชนิดที่ว่าในปี 2025 มีโปรโมชันใหม่ออกมากันแทบทุกเดือน  

ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดนี้ ‘แอน-รสรินทร์ ติยะวราพรรณ’ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด หรือ ‘ลัคกี้สุกี้’ (Lucky Suki) เผยว่า จะเรียกสงครามนี้ว่าเป็น “สนามเลือด” ก็ได้ เพราะแต่ละแบรนด์ยังคงออกโปรโมชันใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นผลดีต่อผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ในมุมของลัคกี้สุกี้ อาจต้องยอม “หยุดเลือด” ก่อน ด้วยการไม่ลงไปเล่นในสงครามราคา เพื่อชะลอดูว่าตนเองควรไปในทางไหนต่อ

ในปีนี้ ลัคกี้สุกี้ยังไม่เห็นอัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมเท่าไรนัก ต่างจากปีก่อนที่ยังเติบโตขึ้นอยู่บ้าง ซึ่งแอนมองว่าเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า แบรนด์จะไม่มีการเติบโตอะไรเลย

แม้ไม่ลงไปเล่นในสงครามราคา แต่ในครึ่งปีแรกของปี 2026 ลัคกี้สุกี้สามารถทำรายได้กว่า 1,500 ล้านบาทแล้ว พร้อมตั้งเป้าปิดรายได้ปีนี้ที่ 3,500 ล้านบาท มากกว่าปี 2025 ที่ทำรายได้ราวๆ 2,154 ล้านบาท 

ภายในสิ้นปี 2026 แอนก็ตั้งเป้าขยายสาขาจาก 58 แห่ง เป็น 72 แห่งด้วย ทำให้รวมๆ แล้วในปีนี้ ลัคกี้สุกี้จะเปิดสาขาเพิ่มราวๆ 25-30 แห่งเลย

กำลังซื้อมีผล แต่ตลาดบุฟเฟต์ราคาถูกคงไม่หดตัวง่ายๆ

ลัคกี้สุกี้

จากการแข่งขันอันดุเดือด หลายคนอาจเริ่มสงสัยว่า ตลาดสุกี้-ชาบูถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือยัง? 

ทั้งนี้ แอนยังคงยืนยันว่า ตลาดสุกี้-ชาบูในไทยนั้นใหญ่มากจริงๆ และเติบโตขึ้นทุกปี โดยปัจจุบัน มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 35,000 – 40,000 ล้านบาท 

ด้าน ‘ฮิม-วิรัตน์ โรจยารุณ’ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด กล่าวว่า ในภาพรวม ธุรกิจอาหารในไทยคงไม่หดตัวเร็วๆ นี้ เนื่องจากยังเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต ขณะที่ความเสี่ยงในการหดตัวของตลาดบุฟเฟต์นั้นยิ่งต่ำเลย เพราะเป็นธุรกิจที่ลูกค้าสามารถกำหนดงบประมาณเองได้ และความหลากหลายสูง

ในมุมของกำลังซื้อ แอนก็เห็นด้วยว่า คงมีผลต่อการตัดสินใจใช้เงินของผู้บริโภค แต่เชื่อว่า ธุรกิจบุฟเฟต์ราคาประหยัด (Budget Buffet) ที่เจาะตลาดแมสจะยังอยู่ได้ เนื่องจากราคาไม่แพงมาก

อย่างโมเดล ‘ลัคกี้ มาร์เช่’ เอง ‘ฮิม’ ก็เห็นถึงการเติบโตสูง เนื่องจากตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ที่อยากหยิบวัตถุดิบในปริมาณที่ตนเองต้องการจริงๆ รวมถึงเปิดโอกาสให้ได้เลือกเนื้อในแบบที่ชอบ เช่น มันเยอะ หรือมันน้อย ต่างจากลัคกี้สุกี้แบบออริจินัลที่เป็นพนักงานมาเสิร์ฟให้

เปิดโมเดลใหม่ มีติ่มซำด้วย เพราะอยากให้ลูกค้าได้ทานในราคาที่เข้าถึงง่าย

ลัคกี้สุกี้

ไม่ใช่แค่นั้น ล่าสุด ลัคกี้สุกี้ยังเปิดโมเดลใหม่ในชื่อว่า ‘ลัคกี้สุกี้มาร์เช่แอนด์ติ่มซำ’ โดยประเดิมสาขาแรกที่ยูเนียนมอลล์ ชั้น B  ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกทานได้ 3 แบบ คือ

  1. สุกี้อย่างเดียว ในราคา 219 บาท ภายใน 1 ชั่วโมง 45 นาที โดยเป็นสุกี้รูปแบบเดียวกันกับโมเดลลัคกี้มาร์เช่ ที่ลูกค้าสามารถเดินไปตักอาหารและเครื่องดื่มได้เอง ในปริมาณที่พอใจ
  1. ติ่มซำอย่างเดียว ในราคา 299 บาท ภายใน 1 ชั่วโมง 45 นาที ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ล่าสุดของลัคกี้สุกี้ ด้วยเมนูติ่มซำกว่า 40 รายการที่เสิร์ฟมาแบบร้อนๆ อาทิ ซาลาเปาไส้ลาวาไข่เค็ม บักกุ๊ดเต๋ โจ๊กโบราณ สลัดครีมกุ้งวาซาบิ ซี่โครงหมูเต้าซี่ ไข่มังกร และปาท่องโก๋จิ้มซอสพริกเสฉวน
  1. สุกี้และติ่มซำ ในราคา 389 บาท ภายใน 2 ชั่วโมง ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกทานได้ทุกอย่างในร้าน รวมถึงของหวานที่รวมอยู่ในราคานี้แล้วด้วย

การเปิดโมเดลใหม่ครั้งนี้ แอนเล่าว่า เกิดจากการเห็นถึงโอกาส เพราะส่วนใหญ่แล้ว เวลาคนนึกถึงติ่มซำ ก็จะนึกถึงร้านอาหารจีนหรือโรงแรม แต่ลัคกี้สุกี้อยากให้ติ่มซำเป็นเมนูที่เข้าถึงง่ายขึ้น ในราคาที่จับต้องได้

แอนเสริมว่า ร้านอื่นๆ อาจมีติ่มซำก็จริง แต่ไม่ครอบคลุมขนาดนั้น ขณะที่ลัคกี้สุกี้มีเมนูที่หลากหลาย โดยยังคงคอนเซปต์เดิมของแบรนด์คือการมอบความคุ้มค่า และประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า

คู่แข่งเยอะจริง แต่แต่ละแบรนด์ก็มีเป้าหมายของตนเอง และลัคกี้สุกี้ยังทำได้ตามเป้า

ลัคกี้สุกี้
แอน-รสรินทร์ ติยะวราพรรณ และ ฮิม-วิรัตน์ โรจยารุณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด

ขณะเดียวกัน แม้ตลาดสุกี้-ชาบูจะมีผู้เล่นหลายรายจริง แต่ฮิมมองว่า แต่ละแบรนด์มีเป้าหมายที่ต่างกัน ซึ่งลัคกี้สุกี้ก็มีเป้าหมายของตนเอง และทุกวันนี้ ยังสามารถดำเนินธุรกิจไปตามแผนที่วางไว้ได้

แอนเผยว่า ลัคกี้สุกี้คือแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่า และประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้า ไม่ได้เน้นการขยายสาขา ซึ่งในอนาคต จะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์ผู้บริโภคอีกแน่นอน รวมถึงอาจมีแบรนด์ใหม่ด้วย

“ในวันแรกที่เราเปิดสาขา เรายังยืนยันว่า เราไม่ต้องการผลกำไรที่สูงที่สุด ขอแค่เราคิดว่าเราอยู่ได้ เราก็คิดว่าเราสำเร็จแล้ว” แอนกล่าว

สุดท้ายนี้ แม้ลัคกี้สุกี้จะไม่ลงไปเล่นในสงครามราคา แต่ทางแบรนด์ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่เคยหยุดพัฒนาจริงๆ ผ่านการสรรหาประสบการณ์ใหม่ๆ มาให้ลูกค้าได้ลองกันอย่างต่อเนื่อง

หลังจากนี้ สงครามสุกี้จะเป็นอย่างไร? จะมีอะไรใหม่ๆ มาอีกไหม? จับตาดูกันได้เลย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา