
อุตส่าห์ทำงานที่เงินดีแล้ว แต่ทำไมคนท็อกซิกถึงยังตามมาด้วย มาทำงานแต่ละทีก็เจอแต่คนแปลกๆ ในเมื่อเปลี่ยนนิสัยใครไม่ได้ หรือต้องเป็นเราเองที่ลาออก
สำหรับคนวัยทำงาน แน่นอนว่าเรื่องรายได้และเงินเดือนถือเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้
แต่การยื่นใบลาออกในยุคนี้ก็ไม่ใช่อะไรที่ตัดสินใจได้ง่ายๆ ถ้าไม่มีน้ำหนักเหตุผลมากพอให้คนเราเลิกทน
เรื่องของสังคมในที่ทำงานโดยเฉพาะคนท็อกซิกเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนต้องปวดหัว แต่ก่อนที่เราไปพูดกันว่านิสัยของคนมีผลขนาดไหน อันดับแรกอยากชวนมาพูดถึงความสำคัญของค่าตอบแทน ที่มีผลต่อการลาออกไม่แพ้กัน
มีรายงานหนึ่งจาก Jobsdb by SEEK ที่ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของคนไทยวัยทำงานเกี่ยวกับรายได้และความพึงพอใจ ผลลัพธ์ก็คือ มีผู้ตอบแบบสอบถามมากถึง 83% ที่รู้สึกว่าได้รับเงินเดือนในระดับที่เหมาะสม
โดยในจำนวนนี้ยังแบ่งย่อยออกเป็น รู้สึกว่าเงินเดือนเหมาะสม 47% รู้สึกว่าเงินเดือนค่อนข้างสูง 24% และรู้สึกว่าเงินเดือนสูงมาก 12%
แต่เมื่อถามคำถามใหม่ ว่ารู้สึก ‘พึงพอใจ’ กับเงินเดือนที่ได้รับหรือไม่ กลับมีเพียง 50% เท่านั้นที่ตอบว่าพึงพอใจกับเงินเดือนของตนเอง
นี่ทำให้เห็นว่า แม้เงินเดือนที่ได้รับจะมีความยุติธรรม หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ‘แฟร์’ กับคนทำงาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะพอใจกับสิ่งที่ได้รับเสมอไป
ซึ่งความพึงพอใจนี่แหละที่เป็นน้ำหนักสำคัญในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการลาออก หรือแม้แต่แรงจูงใจในการทำงานก็ตาม

เนื้อหาของงานก็ส่วนหนึ่ง แต่สำหรับมนุษย์เราเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก ก็เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ
โดยพนักงานที่รู้สึกไม่พึงพอใจกับค่าตอบแทนของตัวเอง มีแนวโน้มว่าจะลาออกหรือมองหางานใหม่มากกว่าคนที่รู้สึกพึงพอใจถึง 2.2 เท่า หรือคิดเป็นสัดส่วน 55% ต่อ 25%
ขณะเดียวกัน พนักงานที่พอใจกับค่าตอบแทนหรือเงินเดือน ก็มีแนวโน้มที่จะรู้สึกว่ามีแรงจูงใจในการทำงาน และพร้อมทุ่มเทกับงานมากกว่าที่คาดหวังถึง 2.8 เท่า
ผลลัพธ์นี้ยิ่งทำให้เห็นภาพว่าความพึงพอใจในค่าตอบแทนของแต่ละคน อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมองค์กรได้มากกว่าที่คิด เพราะเป็นทั้งตัวแปรในการรักษาคนให้อยู่ต่อ และกำหนดศักยภาพในการแข่งขันของทีมได้อีกด้วย

มาถึงตรงนี้ หากจะบอกว่าค่าตอบแทนหรือเงินเดือนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนอยู่กับองค์กรไปนานๆ ก็คงจะไม่ผิด
แต่เหตุผลที่คนคนหนึ่งจะลาออกไม่ได้มีแค่ปัจจัยเรื่องเงิน รวมถึงองค์กรเอง ก็จะหวังพึ่งพาตัวเลขเงินเดือนอย่างเดียวเพื่อรั้งพนักงานไม่ได้
ในผลสำรวจของ Jobsdb by SEEK บอกว่าคนไทยยอมทำงานหนักขึ้น เพื่อแลกกับค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยสิ่งที่คนไทยยอมแลกมากที่สุดก็คือค่าทำงานนอกเวลา หรือ โอที เพื่อรับรายได้เพิ่มขึ้น 10%
แต่สิ่งที่จะไม่ยอมเด็ดขาด ก็คือการต้องเผชิญกับคนท็อกซิกหรือวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นพิษ โดยมีเพียงแค่ 4% เท่านั้นที่ยอมทำงานที่เดิมต่อ แม้ว่าค่าตอบแทนจะเพิ่มขึ้นแค่ไหนก็ตาม
เห็นได้ชัดเลยว่าเนื้อหาของงาน ภาระที่เพิ่มขึ้น หรือตัวเลขเงินเดือนเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ประกอบกันเท่านั้น
เพราะในการทำงานจริง คงยากที่จะต้องทำงานคนเดียว ยังคงต้องเจอกับผู้คนอีกหลากหลายและหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องปฏิสัมพันธ์กัน จึงกลายเป็นว่าวัฒนธรรมองค์กรและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งตัวตัดสินว่าจะอยู่ต่อหรือไม่ด้วย

คำถามต่อมาคือ แล้วองค์กรต้องทำยังไง ให้เรื่องค่าตอบแทนไม่กลายเป็นต้นเหตุของความไม่พอใจ หรือลดปัญหาให้น้อยที่สุด บางทีการหาจุดตรงกลางเรื่องค่าตอบแทน อาจจะย้อนกลับไปตั้งแต่การพูดคุย
เราคงเคยได้ยินกันมาหรือแม้แต่เป็นตัวเราเองที่ตั้งกฎว่าจะไม่พูดเรื่องเงินเดือนกับคนในออฟฟิศ แต่สิ่งที่ Jobsdb by SEEK ต้องการจะบอกคือ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องป่าวประกาศเงินเดือนตัวเอง แต่เป็นหันมาพูดคุยถึงจำนวนที่พึงพอใจกับผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจอย่างตรงไปตรงมา
เรื่องนี้ยังหมายถึงการทำความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างตัวพนักงานและองค์กร ทั้งในเรื่องของสิ่งที่คาดหวัง และคุณค่าที่พนักงานแต่ละคนให้ความสำคัญ โดยพบว่าคนไทยวัยทำงานมากกว่าครึ่งเคยเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาเพื่อเจรจาต่อรองเงินเดือนเองด้วย
และในจำนวนนี้ มีถึง 86% ที่ได้รับการปรับเงินเดือนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง โดย Gen Z เป็นกลุ่มที่กล้าเปิดประเด็นพูดคุยในหัวข้อนี้มากที่สุด

ความแตกต่างก็คือค่านิยมที่ไม่เหมือนกันในแต่ละวัย สำหรับ Gen Z ความชัดเจนและการสื่อสารที่เปิดกว้างคือค่านิยมที่ให้ความสำคัญ ดังนั้นองค์กรที่สามารถเปิดใจพูดคุยเรื่องเงินเดือนได้อย่างปกติจึงมีโอกาสได้ใจคนกลุ่มนี้มากกว่า
ไม่ว่าจะเป็นหลักเกณฑ์ในการปรับค่าตอบแทน และเหตุผลของการตัดสินใจอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งรวมไปถึงกรณีที่ไม่สามารถให้ค่าตอบแทนตามที่คาดหวังได้ เพื่อสร้างความเข้าใจตรงกันและรักษาแรงจูงใจในระยะยาว
จากทั้งหมดนี้ก็คงจะเห็นแล้วว่าแม้เรื่องเงินจะยังเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงาน แต่การรักษาพนักงานคนหนึ่งให้อยู่ต่อได้นั้นยังมีอีกหลายเรื่องประกอบกัน ไม่ว่าจะเรื่องของการบริหารจัดการคน วัฒนธรรมองค์กร หรือแม้แต่วิธีการสื่อสาร
เพราะสุดท้ายแล้วเงินเดือนที่พอใจ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้คนตัดสินใจเข้ามาทำงาน แต่สิ่งที่เป็นตัวตัดสินว่าจะอยู่ต่อหรือพอแค่นี้ก็คือคุณค่าและความรู้สึกที่ได้รับหลังจากนั้นต่างหาก
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




