เผยสาเหตุ ทำไมน้ำป่าเนปาล รุนแรง นักวิชาการเผยสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง แนะวิธีหลบภัย

จากกรณี เกิดน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่ในประเทศเนปาล ที่ตั้งอยู่ในแถบเทือกเขาหิมาลัย หมู่บ้านหลายแห่งถูกกระแสน้ำพัดหายไป และสร้างความเสียหายแก่ถนน สะพาน และโครงการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ใกล้ชายแดนทิเบต

สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์อ้างสำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตใน ทิเบต แล้วอย่างน้อย 3 ราย และมีผู้สูญหาย 558 ราย ขณะที่ตำรวจใน เนปาล รายงานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในเนปาลอย่างน้อย 162 ราย ผู้สูญหายจำนวน 826 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติเกือบ 600 คน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ระบุว่า ภาวะโลกร้อน…สึนามิบนภูเขา

เกิดเหตุการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาลและทิเบต (ประเทศจีน) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2569 พบรผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 160 ราย (โดยพบในฝั่งเนเปาล 157 ราย และฝั่งทิเบต/จีน 3 ราย) และคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก

Advertisement

สาเหตุของภัยพิบัติภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักเป็นหลัก แต่เกิดจากปัจจัยทางธรณีวิทยาและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ดังนี้

1.แผ่นดินไหวและธารน้ำแข็งถล่ม (Ice-Rock Avalanche) ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานธรณีวิทยา ระบุว่า เกิดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวขนาดเล็กในพื้นที่ (ประมาณขนาด 4.4-5.2) ส่งผลให้ส่วนล่างของธารน้ำแข็งขนาดมหึมาบนเทือกเขาหิมาลัยแตกตัวและถล่มลงมาอย่างรุนแรง ทำให้ก้อนน้ำแข็งและหินปริมาณมหาศาลตกลงสู่ก้นหุบเขาและแม่น้ำเลนเดโคลา (Lhende Khola) ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต จนเกิดดินโคลนถล่ม ถล่มทับที่ท่าเรือจี๋หลง (Gyirong Port) ในฝั่งทิเบตและเกิดการกระตุ้นให้เกิดมวลน้ำป่าไหลหลาก (Flash Flood) ซัดเข้าท่วมหมู่บ้าน ถนนสะพานเชื่อมพรมแดนและโครงการเขื่อนไฟฟ้าในฝั่งเนปาลพังทลายลงในเวลาไม่กี่นาที

2.ผลกระทบมาจากภาวะโลกร้อน โดย นักวิทยาศาสตร์และกลุ่มวิจัยสภาพภูมิอากาศ ICIMOD ระบุว่าเทือกเขาหิมาลัยกำลังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น จะทำให้ธารน้ำแข็งเปราะบางและเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติฉับพลันในลักษณะนี้บ่อยครั้งขึ้นในอนาคต

ฝนตกหนัก อยู่ใกล้เชิงเขา..เอาตัวรอดอย่างไร?

การอยู่อาศัยใกล้พื้นที่ภูเขาสูงหรือพื้นที่ลาดเชิงเขาในช่วงที่มีฝนตกหนัก จะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภัยพิบัติ คือ น้ำป่าไหลหลาก (Flash Flood) และ ดินโคลนถล่ม (Landslide)

1.สัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่ต้องเฝ้าระวัง!

1.1.ฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนาน ฝนตกติดต่อกันนานมากกว่า 6 ชั่วโมงหรือมีปริมาณน้ำฝนสะสมมากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวัน ดินบนภูเขาจะอุ้มน้ำจนอิ่มตัวและพร้อมจะถล่มลง

1.2.สีของน้ำในลำห้วยเปลี่ยนไปโดย น้ำเปลี่ยนจากใสเป็นสีขุ่นเข้ม มีสีส้ม ขุ่นแดงหรือสีเดียวกับดินบนภูเขาแสดงว่ามวลดินด้านบนเริ่มพังทลายและไหลลงมาตามกระแสน้ำ

1.3.ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยระดับน้ำในทางน้ำ ลำธาร หรือห้วยใกล้บ้าน เพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลันผิดปกติ ในทางกลับกันหากน้ำลดลงอย่างรวดเร็วก็อันตรายเพราะอาจมีเศษซากไม้ไปอุดกั้นทางน้ำด้านบนและพร้อมจะพัดทลายลงมาเป็นมวลน้ำขนาดใหญ่

1.4. มีเศษซากธรรมชาติลอยมากับน้ำ มีกิ่งไม้ หิน ดินโคลน หรือต้นไม้ขนาดเล็กหักโค่นไหลปนมากับกระแส

1.5.ได้ยินเสียงผิดปกติจากในป่าหรือภูเขา หากได้ยินเสียงดังกึกก้อง เสียงครืนๆ คล้ายพายุ หรือเสียงหินและต้น ไม้หักโค่นเลื่อนไถลมาจากทางต้นน้ำ รวมถึงเห็นพฤติกรรมสัตว์ป่าที่วิ่งแตกตื่นลงมาจากเขา

1.6.พื้นดินหรือสิ่งปลูกสร้างเริ่มเคลื่อนตัว หากสังเกตเห็นรอยแยกบนพื้นดิน รอยร้าวบนผนังบ้านที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วหรือต้นไม้ เสาไฟฟ้า และรั้วบ้านเริ่มเอนเอียงโดยไม่มีสาเหตุ

2.การปฏิบัติตัวเมื่อพบสัญญาณเตือน

2.1.เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน (Grab- and -Go Bag)โดย บรรจุเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย และพาวเวอร์แบงก์ไว้ในที่ที่หยิบง่ายที่สุด

2.2.รีบตัดไฟฟ้าทันที หากประเมินว่าน้ำจะเริ่มเข้าบ้าน ให้รีบสับคัตเอาต์หลักเพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วและดูด

2.3.อพยพทันที รีบหนีขึ้นที่สูงหรือไปยังจุดปลอดภัยที่ทางราชการกำหนดทันที อย่ารอช้าหรือมัวแต่เก็บของ

2.4.ห้ามลุยน้ำเชี่ยว หากต้องเดินลุยน้ำหรือถูกกระแสน้ำพัด ห้ามว่ายน้ำหนีเด็ดขาด ให้เกาะต้นไม้ใหญ่หรือหาที่ยึดเกาะที่มั่นคง

2.5.เบอร์โทรสายด่วนฉุกเฉินที่ควรบัน ทึกไว้ 1784: สายด่วนนิรภัย ปภ. (แจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือภัยพิบัติ)

เตือนภัยอย่างไร?ให้ประชาชนใกล้เขาสูงรอดจากน้ำท่วม โคลนถล่ม!

ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) จากพื้นที่สูงหรือภูเขาลงสู่ชุมชนที่ราบลุ่มด้านล่างเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งอาศัยการบูรณาการระหว่างเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเข้าด้วยกัน..

  • องค์ประกอบหลักของระบบเตือนภัย ระบบสากลเขาทำกันอย่างไร?

1.การตรวจวัดและเฝ้าระวัง (Detection & Monitoring)

1.1.ติดตั้ง สถานีวัดน้ำฝนบนภูเขา เพื่อตรวจจับปริมาณน้ำฝนสะสม หากฝนตกหนักเกินเกณฑ์เสี่ยง (เช่น เกิน 100 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง) ระบบจะเริ่มเฝ้าระวังเป็นพิเศษและส่งสัญญาณ

1.2.ติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำและอัตราการไหล โดยติดตั้งบริเวณต้นน้ำหรือลำห้วยบนภูเขา เพื่อดูว่าระดับน้ำยกระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติหรือไม่

1.3.ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนตัวของดิน (Soil Moisture & Move ment Sensors) จะตรวจวัดความอิ่มตัวของน้ำในดินบนลาดเขา เพื่อคาดการณ์โอกาสเกิดดินโคลนถล่มที่อาจมาพร้อมกับน้ำป่า

2.การวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเสี่ยง (Data Analysis & Forecasting)

2.1.ข้อมูลจากเซนเซอร์บนเขาจะถูกส่งผ่านระบบสัญญาณดาวเทียมโทรมาตร (Telemetry) หรือเครือข่ายมือถือเข้าสู่ศูนย์ส่วนกลาง

2.2.คอมพิวเตอร์จะคำนวณระยะทาง ความเร็วของกระแสน้ำ และเวลาที่น้ำจะหลากลงมาถึงชุมชนด้านล่าง

3.การกระจายข่าวสารและการแจ้งเตือน (Dissemination& Communica tion)

3.1.ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติโดยจะส่งข้อความสั้น (SMS) หรือระบบเตือนภัยฉุกเฉิน (Broadcast) เข้ามือถือของคน ในพื้นที่ทันที

3.2 สัญญาณเตือนภัยในชุมชน หอเตือนภัยจะส่งเสียงไซเรน รวมถึงการใช้เสียงตามสายของหมู่บ้านเพื่อประ กาศให้ชาวบ้านทราบระดับความรุนแรง (เช่น ไฟสีเขียว = เฝ้าระวัง, สีเหลือง = เตรียมพร้อม, สีแดง = อพยพ)

4.การตอบสนองของชุมชน (Community Response Capability) ชุมชนต้องมีแผนการอพยพที่ชัดเจน รู้เส้นทางหนีน้ำ และต้องรู้ว่าจุดรวมพลที่ปลอดภัยอยู่ที่ไหน

5.ตัวอย่างให้เห็นภาพ

5.1.ให้จินตนาการว่าภูเขาสูงคือ “หลัง คาบ้าน” และชุมชนคือ “คนที่ยืนอยู่ข้างล่าง”

5.2.สถานการณ์ ถ้าฝนตกหนักมากบนหลังคา น้ำจะไหลลงรางน้ำลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว ระบบเตือนภัยเปรียบเสมือน “ตา” ที่คอยมองอยู่บนหลังคา พอเห็นน้ำเริ่มล้นรางปุ๊บก็จะตะโกนบอก คนที่อยู่ข้างล่างให้หลบได้ทัน ก่อนที่จะโดนน้ำสาดใส่ตัวนั่นเอง

นอกจากนี้ นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังได้โพสต์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “น้ำป่าดินถล่มในเนปาล/ทิเบตเกิดขึ้นได้อย่างไร เกี่ยวกับโลกร้อนไหม เมืองไทยมีโอกาสเจอหรือเปล่า นำมาสรุปให้เพื่อนธรณ์ครับ”

โดยใจความในคลิปวิดีโอดังกล่าว ระบุว่า “เราเห็นภาพเหตุการณ์แล้วว่ามันน่ากลัวมาก ทำไมมันถึงเกิดขึ้นอย่างนั้น อย่างแรกสุดมันเกี่ยวข้องกับเรื่องของโลกร้อน พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ภูเขา น้ำส่วนใหญ่มาจากกลาเซียร์ต่างๆ ที่อยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ปัญหาสำคัญคือโลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิสูงขึ้น กลาเซียร์หรือธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น ซึ่งเกิดในทั่วโลก เราจะเห็นภาพในยุโรปเห็นชัดมากว่ากลาเซียร์แอลป์หายไปเกือบหมด ตนไปดูมา ไม่ว่าจะเป็นที่ปาตาโกเนียก็หายหมดอย่างรวดเร็ว ที่แคนาดาก็หายไปอย่างเห็นได้ชัด

ในหิมาลายันหรือเทือกเขาหิมาลัย กลาเซียร์ละลายเร็วมาก เทียบกับในอดีต เมื่อประมาณ 20-30 ปีก่อน กลาเซียร์ที่หิมาลัยละลายเร็วขึ้น 2 เท่าเป็นอย่างน้อย และยิ่งละลายมากขึ้นๆ จนคาดการณ์กันว่าถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไปโลกเราใกล้จะแตะ 1.5 องศาเซลเซียส ถ้าไปถึง 2 องศาฯ กลาเซียร์ในหิมาลัยอาจจะละลายหายไปถึงครึ่งหนึ่งหรืออาจจะกว่านั้น การละลายของกลาเซียร์ทำให้เกิดน้ำปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่ต่างๆ ของหิมาลัยซึ่งเป็นเทือกเขาสูงชัน ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงฤดูมรสุมของพื้นที่แถวนั้นด้วย ฝนตก ดิน หิน ก็เต็มไปด้วยน้ำ เมื่อกลาเซียร์ละลายมากๆ และมีฝนตกมารวมกัน มันเกิดการพังทลายขึ้นมา เพราะฉะนั้นการพังทลายมันก็ถล่มโครมมา

สำนักข่าวหลายแห่งรายงานว่าเกิดแผ่นดินไหว กลาเซียร์ถึงพังทลาย หินถล่ม แต่จริงๆ แล้วทางสหรัฐอเมริกาบอกว่ามันเป็นเพราะว่ากลาเซียร์ถล่มทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน จนดูเหมือนแผ่นดินไหว มันกลับกันไม่ใช่แผ่นดินไหวแล้วทำให้กลาเซียร์ถล่ม แปลว่ามันถล่มใหญ่มาก เมื่อถล่มลงมาก็ลงมาบล็อกพื้นที่แถวนั้นเป็นวีเชปวัลเลย์ มันถล่มลงมาก็มาบล็อกส่วนที่เป็นตัววี จากนั้นน้ำข้างบนก็ละลายมาสะสมขึ้นเรื่อยๆ คล้ายเป็นทะเลสาบ เมื่อน้ำอัดเพิ่มมาเรื่อยๆ จนตัวเขื่อนธรรมชาติที่เกิดจากกลาเซียร์ถล่ม ก็ไม่มีทางไปต้านทานน้ำขนาดนั้นได้ เมื่อน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขื่อนธรรมชาติก็ถล่มในฉับพลัน เราจะเห็นในภาพข่าวคลิปต่างๆ ว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นร่องเขาสูงชันทั้งนั้น มีแม่น้ำอยู่ข้างล่าง น้ำก็วิ่งลงมา เขื่อนหรือบ้านเรือนชุมชน ที่อยู่ริมแม่น้ำ แม้จะสูงกว่าระดับน้ำปกติ แต่เมื่อน้ำลงมาในลักษณะกำแพงน้ำฉับพลันมันก็เกิดการท่วมและพุ่งไปตามเส้นทางเหล่านั้นลงมากลายเป็นภาพที่เราเห็น เมื่อแม่น้ำกว้างขึ้นน้ำก็จะกระจายออกไป

ลักษณะเช่นนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดเป็นครั้งแรก เมื่อ 2-3 ปีก่อนก็เคยเกิดในพื้นที่หิมาลัยเหมือนกัน และส่งผลกระทบยาวไปกว่า 300 กม. ปัญหาคือเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดบ่อยขึ้น อย่างที่เราทราบอยู่ว่าโลกร้อนขึ้น ตอนนี้เข้าสู่ซูเปอร์เอลนีโญด้วย อุณหภูมิของโลกในปีหน้าก็อาจจะเป็นปีที่ร้อนที่สุด เพราะฉะนั้นมันก็จะเกิดขึ้นอีก และในอนาคตก็จะเกิดขึ้นอีกเป็นระยะๆ โอกาสที่เราจะไปหาดูว่ากลาเซียร์อันไหนตรงไหนที่มันจะถล่มเพราะว่ามันละลายเร็วจัด คงเป็นไปอย่างลำบากมาก เพราว่าบนยอดเขาหิมาลัยมีกลาเซียร์อยู่เยอะแยะ และประเทศโดยรอบก็ไม่มีงบประมาณหรือเทคโนโลยีพอที่จะไปติดตั้งตามหาจุดถล่มให้ครบทุกที่ได้ จึงเป็นความเสี่ยงในพื้นที่แบบนั้น

ในขณะที่เมืองไทยเราไม่มีกลาเซียร์ แต่มีลักษณะของการบล็อกโดยเขื่อนธรรมชาติ เนื่องจากดินถล่มลงมา บริเวณต้นน้ำ ขณะที่ฝนตกลงมาในลักษณะของเรนบอมบ์ แล้วมาอัดกันทำให้กำแพงน้ำกำแพงธรรมชาติพังฉับพลัน ดินโคลนไหลลงมาโดยฉับพลัน เรามีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์อย่างนั้น จริงๆ ในอดีต หลายพื้นที่ก็เคยเกิดขึ้น ตามหุบเขาเทือกเขา ที่มีการถล่มของน้ำและโคลน เช่น อ.แม่สาย จ.เชียงราย ย้อนหลังไปไม่กี่ปีก่อน จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัว เป็นภัยคุกคามของโลกร้อนในยุคนี้ซึ่งเกิดความแปรปรวนและเกิดผลกระทบในพื้นที่ต่างๆ ในรูปแบบแตกต่างกัน ของเราก็คงต้องระมัดระวังกันไว้ แต่เท่าที่ทราบในพื้นที่ที่มีโอกาสเสี่ยงดินถล่มต่างๆ ก็มีหลายหน่วยงานพยายามเข้าไปวางระบบเตือนภัยไว้ เพียงแต่ก็ขอว่าให้มันใช้ได้จริง และทันต่อเหตุการณ์ สุดท้ายก็คงต้องขอแสดงความเสียใจกับชาวเนปาล ชาวจีน และชาวทิเบตในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บสูญหายไป ขอแสดงความเสียใจไว้ ณ ที่นี้”