อาหารและเครื่องดื่มคือแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก งานวิจัยด้านการท่องเที่ยวหลายชิ้นชี้ไปในทางเดียวกันว่า นักท่องเที่ยวยุคใหม่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านการกินดื่ม เมื่อไทยมีทุนเดิมด้านอาหารที่โดดเด่นอยู่แล้ว ประกอบกับมีกฎหมายสุราชุมชนที่เปิดทางให้ผู้ผลิตท้องถิ่นเติบโต “สุราชุมชน” จึงกลายเป็นศักยภาพที่ไทยสามารถพัฒนาไปสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยว
จากโจทย์นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงพัฒนาโครงการ “Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน” โดยร่วมมือกับ Taste Curator หรือเชฟท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ตีความวัตถุดิบและสุราชุมชนอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการทำ Food & Spirit Pairing เพื่อยกระดับสุราชุมชน ให้เป็น Curated Gastronomy Experience หรือการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงตั้งแต่รากวัฒนธรรมไปจนถึงประสบการณ์ร่วมสมัย
โครงการคัดเลือก 5 เส้นทางใน 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ (น่าน) ภาคอีสาน (สกลนคร) ภาคกลาง (สุพรรณบุรี) ภาคตะวันออก (จันทบุรี) และภาคใต้ (สงขลา-พัทลุง-นครศรีธรรมราช) แต่ละเส้นทางเปิดรับ “นักเล่าเรื่อง” หรือบล็อกเกอร์ นักเขียน และครีเอเตอร์ ให้เดินทางไปสัมผัสพื้นที่จริง 3 วัน 2 คืน ก่อนถ่ายทอดสิ่งที่พบเจอออกมาเป็นเรื่องเล่า ล่าสุดทริปทั้ง 5 เส้นทาง 5 ภูมิภาคได้เสร็จสิ้นลงแล้ว พร้อมเรื่องราวมากมายจากปลายปากกาของนักเล่าเรื่องที่ร่วมทริป
น่าน: ถ่ายทอดจิตวิญญาณเมืองลี ผ่านสุรามะแขว่นแห่งขุนเขา
เส้นทางน่านเริ่มต้นที่ตำบลเมืองลี อำเภอนาหมื่น หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาทางตอนใต้ของจังหวัด ที่ขึ้นชื่อเรื่องสวนมะแขว่นคุณภาพสูง สมุนไพรกลิ่นอโรมา รสซิตรัสเผ็ดซ่าที่เป็นวัตถุดิบหลักของ “สุราอัสดง” แบรนด์สุราจากวิสาหกิจชุมชนเกษตรรุ่งเรืองทรัพย์ทวี อำเภอเวียงสา

ผลิตภัณฑ์หลักของอัสดง ได้แก่ “บ่มโข่ว” ที่ให้กลิ่นอายของขุนเขาและผืนป่า สุราเหมาะกับเนื้อย่างและหมูย่างแบบเมืองเหนือ และ “มณีพฤกษ์” ที่ผสานกลิ่นจูนิเปอร์กับดอกไม้ป่า นอกจากนี้ยังมี “Orange Gee Nan” จากส้มสีทอง “เสมอดาว” จากข้าวโพดแห้ง และสาโทที่หมักร่วมกับกระเจี๊ยบ สับปะรด มัลเบอร์รี บ๊วย และน้ำผึ้ง

ไฮไลต์ของทริปอยู่ที่ร้าน ZAC TA-RY ซึ่งนำมณีพฤกษ์มาต่อยอดแกงฮังเลสูตรดั้งเดิม ผ่านการหมักหมูให้นุ่มและเฟลมเบ้ เสิร์ฟเป็นเมนู “อัสดงฮังเลซาวครีม” คู่ขนมปังซาวโด พร้อมค็อกเทลเบสมณีพฤกษ์ที่เล่นกับรสมะแขว่นในมิติที่แตกต่างออกไป ตลอด 3 วัน 2 คืน นักเดินทางยังได้แวะวัดนาหวาย ศูนย์เรียนรู้พระคาถาบาลีในราชสำนักน่านเก่า และปิดท้ายด้วยวัดภูมินทร์กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ก่อนลิ้มรสอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมที่ร้านเฮือนอุ้ยคำ


สกลนคร: เมื่อสุราคือสื่อกลางระหว่างคนกับผี
ทริปสกลนครเปิดมิติที่ต่างออกไป ด้วยการพาไปทำความรู้จักความหลากหลายทางความเชื่อของเมืองที่คนพุทธ คริสต์ และผี อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน เริ่มจากชุมชนท่าแร่ ชุมชนคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเก่าแก่ที่สุดในไทย ก่อนไปสัมผัสสุราชุมชน “ออนซอน” ของ เสือ-ธรรมวิทย์ ลิ้มเลิศเจริญวนิช ที่ตั้งใจใช้วัตถุดิบในจังหวัดให้มากที่สุด โดยเปรียบเทียบว่าหากเกาหลีมีโซจู ญี่ปุ่นมีสาเกเป็นเครื่องมือส่งออกวัฒนธรรม ไทยก็ควรทำได้เช่นกัน นักเล่าเรื่องยังได้ทดลองปรุงกลิ่นและรสสุราด้วยตัวเองผ่านเวิร์กชอป ก่อนที่สุราออนซอนจะกลับมาอยู่บนโต๊ะอาหารอีกครั้งที่ร้าน House Number 1712 ในเมนูที่จำลองเครื่องเซ่นพิธีเหยา



พิธีเหยา พิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ภูไทที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยผ่านการสื่อสารกับผีบรรพบุรุษ คือแกนสำคัญที่ทำให้ทริปนี้ต่างจากที่อื่น หมอโอปอ หมอเหยารุ่นใหม่ อธิบายถึงบทบาทของสุราในการสื่อสารกับสิ่งเหนือธรรมชาติ เป็นมุมมองที่ต่างจากภาพจำทั่วไปที่มองสุราเป็นเพียงเครื่องดื่มมึนเมา นอกจากพิธีเหยาแล้ว นักเล่าเรื่องยังได้เดินป่าขึ้นเขากับชาวภูไทบ้านเชิงดอยไปเยี่ยมฝูงควาย ทดลองย้อมผ้าครามด้วยตัวเองที่ซอยดินแดง และลิ้มรสสาโทซึ่งเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาการหมักจากข้าวเหนียวของชาวอีสาน


สุพรรณบุรี: สุราจากเมลอนคาโอริที่ช่วยสร้างรอยยิ้มเกษตรกร
ทริปจังหวัดสุพรรณบุรี ดินแดนเกษตรกรรมภาคกลาง เริ่มต้นด้วยการพาไปสัมผัสวิถีริมน้ำที่ชุมชนบ้านแหลมสุพรรณ ล่องเรือฟังนิราศสุพรรณ ทดลองดำนาหอยกาบ และนั่งรถอีแต๊กชมทุ่งนา ก่อนไปยังตลาดสามชุกและโรงกลั่นสุราเนภา ที่ยกระดับผลผลิตเกษตรให้กลายเป็นเครื่องดื่มอัตลักษณ์ของเมือง


ชื่อ “เนภา” มีความหมายว่า “ของดี” สะท้อนความตั้งใจของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยสามชุกตลาดร้อยปี ที่อยากพิสูจน์ว่าผลผลิตเกษตรไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดสด แต่ยกระดับสู่สากลได้ วัตถุดิบหัวใจของเนภาคือเมลอนคาโอริ เนื้อสีเขียว กลิ่นหอมนุ่ม จากโคโค่ เมล่อนฟาร์มที่ปลูกในโรงเรือนระบบปิดปลอดสารพิษ ก่อนผ่านการหมัก กลั่นด้วยเครื่องกลั่นทองแดง และบ่มในถังไม้โอ๊ก ออกมาเป็น 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ บรั่นดีเมลอน และ สาโทเมลอนคราฟต์ และเนภาจินมณีที่ชูอโรมาเมลอนผสานกลิ่นดอกไม้

หลังเยี่ยมชมโรงกลั่น ก็ต่อด้วยประสบการณ์ Food Pairing ที่ร้านชาณา ซึ่งนำเนภาไปเป็นเบสของค็อกเทล “สามชุกเมลอนสปิริต” ที่เสิร์ฟคู่ปลาม้านึ่งมะนาว


วันสุดท้ายปิดท้ายที่อู่ทอง เยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง ที่จัดแสดงโบราณวัตถุและเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองโบราณอู่ทอง ซึ่งเชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการค้าและดินแดนสุวรรณภูมิในอดีต

จันทบุรี: จากป่าลึกสู่ Chef’s Table ที่อัดแน่นด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น
เส้นทางจันทบุรีเริ่มต้นที่ “สุราเทวะ” โรงกลั่นสุราชุมชนในอำเภอเขาคิชฌกูฏ ที่สืบทอดวิชากลั่นเหล้ามาถึงรุ่นที่ 3 ภูมิพัฒน์ ชอบชน ผู้ขับเคลื่อนโรงกลั่นรุ่นปัจจุบัน ไม่ได้เติบโตในครอบครัวทำสุรามาก่อน แต่เข้ามาสานต่อกิจการของครอบครัวภรรยาหลังแต่งงาน ชื่อ “สุราเทวะ” ของโรงกลั่น มาจากความเคารพครูบาอาจารย์ในสายดนตรีไทยของครอบครัว ที่ต้องถวายเหล้าแด่พระพิฆเนศก่อนเริ่มบรรเลงทุกครั้ง

สุราเทวะใช้น้ำจากสายธารธรรมชาติที่ไหลลงมาจากเขาคิชฌกูฏ และการหมักในโอ่งดินที่ควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ราว 28 องศา เหมาะกับการทำงานของยีสต์ ผลิตภัณฑ์หลักมี 3 แบรนด์ ได้แก่ “สานทราย” รัมซีรีส์ 4 รสชาติจากวัตถุดิบท้องถิ่น (อ้อย มินต์ ระกำ เลียง) “แจ่มจันทร์” ที่นำผลไม้ตกเกรดหรือปลายฤดูมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า และ “เติมเต็ม” ค็อกเทลกระป๋องพร้อมดื่ม โดยเฉพาะรัมเลียงที่ถอดกลิ่นจาก “ก๋วยเตี๋ยวเลียง” เมนูขึ้นชื่อของจันท์ ผ่านเร่วหอม ดอกผักชี ตะไคร้ และสับปะรด กลายเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างอาหารกับสุราที่นักเล่าเรื่องหลายคนพูดถึงตรงกัน

อีกจุดหมายสำคัญคือชุมชนชาวชองที่ตำบลตะเคียนทอง ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่ยังคงภูมิปัญญาการต้มเหล้าป่า คำว่า “คร่าญ” ในภาษาชองแปลว่าเหล้า สะท้อนว่าสุราผูกพันอยู่ในทุกช่วงชีวิตของชาวชอง ตั้งแต่พิธีเซ่นไหว้ การรักษาโรค ไปจนถึงการแลกแรงลงแขกทำนา หัวใจของเหล้าพื้นบ้านชองอยู่ที่ “ลูกแป้ง” ซึ่งผสมสมุนไพรอย่างข่า ชะเอม ขิง พริกไทย ตะไคร้ และกระวาน ทริปนี้ปิดท้ายด้วยประสบการณ์ Chef’s Table ที่ร้าน “รริน” ของเชฟวุฒิ เชฟรุ่นใหม่วัย 27 ปี ที่นำเทคนิคตะวันตกมาผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่นและสุราเทวะ เกิดเป็นเมนู เช่น ปลากะพงย่างซอสพริกแกงแสนตุ้ง หรือไอศกรีมช็อกโกแลตจันท์คู่ครีมมะพร้าว



สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช: “เหล้าเครียะ” มรดก 300 ปีแห่งลุ่มน้ำทะเลสาบ
ทริปสงขลาพาไปยังตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด พื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด (สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช) ที่เคยเป็นดินแดนทุรกันดารในอดีต แต่กลับอุดมด้วยต้นตาลโตนดนับหมื่นต้น
พี่สาว-วัชรี สังข์ช่วย ผู้นำวิสาหกิจชุมชนเล่าว่าน้ำตาลโตนดคือหัวใจของพื้นที่ ทั้งกิน ทำน้ำตาล และหมักกลั่นเป็นสุรา แบรนด์ “เมรีรัญจวน” แบรนด์สุราท้องถิ่นที่พัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิม ใช้น้ำตาลโตนด 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ผสมน้ำตาลทราย นักเล่าเรื่องยังได้ชิมสุราที่เพิ่งผ่านการกลั่นสด และเรียนรู้ขั้นตอนจากลุงรินทร์-จรินทร์ บัวขวัญ ผู้สืบทอดภูมิปัญญาการผลิตเหล้า ก่อนปิดท้ายมื้อเย็นด้วยสำรับอาหารพื้นถิ่นจากตาลโตนดและค็อกเทลจากบาร์เทนเดอร์ท้องถิ่น


นอกจากชุมชนตะเครียะแล้ว ทริปยังพาไปสัมผัสธรรมชาติที่ทะเลน้อย พัทลุง พื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติ ก่อนเดินทางเข้าเมืองหาดใหญ่เพื่อสัมผัสมิติใหม่ของเมรีรัญจวนที่ร้าน Beast Lab ร้านอาหาร Fine Dining ที่เชฟท็อป-ปฐมพงศ์ สิทธิสาร นำสุราชุมชนมาจับคู่กับอาหารทะเลและสมุนไพรปักษ์ใต้ ผ่านเมนูอย่างลาบแซลมอนครีมชีส และช่อนทะเลแกงส้ม เสิร์ฟคู่ค็อกเทล “บัดดี้แมรี่” ที่ตั้งชื่อล้อกับแบรนด์


จากขุนเขามะแขว่นที่น่าน พิธีกรรมความเชื่อที่สกลนคร ท้องทุ่งเมล่อนที่สุพรรณบุรี ป่าลึกที่จันทบุรี ไปจนถึงทะเลสาบที่สงขลา ทั้ง 5 เส้นทางของ “Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน” สะท้อนภาพเดียวกันว่า สุราชุมชนไทยไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เป็นเครื่องบรรจุเรื่องราวของผู้คน ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน และเมื่อถูกตีความใหม่ผ่านฝีมือเชฟท้องถิ่นและการเล่าเรื่องของคนรุ่นใหม่ สุราเหล่านี้จึงกลายเป็นแม่เหล็กสำคัญ ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน




