ตามรอย ‘Yayoi Kusama’ ผ่าน 7 พิกัดในญี่ปุ่น ที่จักรวาลลายจุดยังมีชีวิตอยู่

หากพูดถึง Yayoi Kusama ภาพของฟักทองสีเหลืองแต้มลายจุด ห้องกระจกที่ทอดยาวเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด หรือโลกที่เต็มไปด้วย Polka Dots คงเป็นภาพแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง แต่เบื้องหลังภาพจำเหล่านั้นคือชีวิตกว่า 9 ทศวรรษของศิลปินหญิงชาวญี่ปุ่น ผู้เปลี่ยนสิ่งที่เธอมองเห็นและประสบการณ์ส่วนตัวให้กลายเป็นภาษาทางศิลปะที่คนทั่วโลกจดจำ

ตามรอย ‘Yayoi Kusama’ ผ่าน 7 พิกัดในญี่ปุ่น

 
 

Yayoi Kusama เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ที่กรุงโตเกียว ด้วยวัย 97 ปี ข่าวการจากไปของเธอได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 ถึงแม้ศิลปินจะจากไปแล้ว แต่จักรวาลที่เธอสร้างขึ้นตลอดหลายสิบปียังคงอยู่ และเราสามารถออกเดินทางไปทำความรู้จักชีวิตและผลงานของเธอได้ผ่านสถานที่จริง

และนี่คือ 7 พิกัดในญี่ปุ่นที่ชวนเราปักหมุดเช็คอินเพื่อไปพบกับโลกของ Yayoi Kusama อีกครั้ง

ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 1

Matsumoto City Museum of Art, Nagano

บ้านเกิด Yayoi Kusama เมืองที่ทุกอย่างเริ่มต้น

ถ้าอยากเข้าใจ Yayoi Kusama ให้มากกว่าภาพของศิลปินหญิงผมบ๊อบสีแดงและลาย Polka Dots ให้เริ่มต้นที่เมือง Matsumoto ในจังหวัด Nagano บ้านเกิดเมืองนอนของ Yayoi Kusama เธอเติบโตมากับครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์และเรือนเพาะชำ และเริ่มมีประสบการณ์เห็นภาพหลอนตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งแสง ดอกไม้ ตาข่าย และลายจุดที่ดูเหมือนกำลังขยายตัวเข้าปกคลุมทุกสิ่งรอบตัว ก่อนภาพเหล่านั้นจะกลายมาเป็นภาษาทางศิลปะที่เธอใช้ตลอดชีวิต

Matsumoto City Museum of Art พิพิธภัณฑ์ศิลปะประจำเมืองที่เก็บรวบรวมผลงานของ Kusama เอาไว้ ตั้งแต่เริ่มเป็นศิลปิน เป็นสถานที่ที่ทำให้เราเห็นว่า ก่อนจุด ฟักทอง และดอกไม้จะกลายเป็นภาพจำระดับโลก เส้นทางศิลปินของเธอเป็นอย่างไรบ้าง มาแล้ว อย่าลืมจุดถ่ายรูปยอดนิยม The Visionary Flowers ประติมากรรมดอกไม้ขนาดใหญ่สีสันสดใสตั้งต้อนรับอยู่ด้านหน้า

Travel Note: Matsumoto เดินทางจาก Tokyo ด้วย JR Limited Express Azusa จาก Shinjuku ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ตัวพิพิธภัณฑ์อยู่ไม่ไกลจาก Matsumoto Station และสามารถเที่ยวต่อกับ Matsumoto Castle ได้ในทริปเดียวกัน

ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 2

Yayoi Kusama Museum, Tokyo

ทำความรู้จัก Kusama ที่มากกว่า Polka Dots

จาก Matsumoto เดินทางต่อมายัง Tokyo เมืองที่ Kusama กลับมาใช้ชีวิตหลังจากใช้เวลาหลายปีในสหรัฐอเมริกา และเป็นฐานในการสร้างผลงานของเธอต่อเนื่องอีกหลายทศวรรษ Yayoi Kusama Museum พิพิธภัณฑ์ในเขต Shinjuku ที่เปิดเมื่อปี 2017 เพื่อจัดแสดงและเผยแพร่ผลงานของเธอโดยเฉพาะ เสน่ห์ของที่นี่คือการไม่ได้หยุดอยู่เพียงผลงานยอดนิยมอย่าง Pumpkin หรือ Infinity Mirror Room แต่หมุนเวียนนิทรรศการไปเรื่อยๆ ทำให้เราได้พบกับ Kusama ในหลากหลายช่วงเวลา ตั้งแต่ภาพวาด ประติมากรรม ไปจนถึง Installation

สำหรับใครที่วางแผนไปในช่วงปลายปี 2026 พิพิธภัณฑ์จะจัดนิทรรศการ The Light Spreads Out, and Glittering Things Start Appearing All Around Me ระหว่างวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ถึง 31 มกราคม 2027

Travel Note: Yayoi Kusama Museum ใช้ระบบระบุวันและเวลาเข้าชม และไม่มีจำหน่ายบัตรหน้างาน จึงควรจองล่วงหน้าก่อนจัดทริป

ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 3

Naoshima, Kagawa

ฟักทองที่ทำให้คนเดินทางข้ามทะเลไปหา

มีงานศิลปะไม่กี่ชิ้นที่สามารถเปลี่ยนจาก ‘ผลงาน’ ไปเป็นภาพจำของจุดหมายปลายทางได้ และ Pumpkin ของ Yayoi Kusama บนเกาะ Naoshima คือหนึ่งในนั้น

ฟักทองสีเหลืองแต้มจุดสีดำตั้งอยู่บริเวณปลายท่าเรือ โดยมีทะเล Seto Inland Sea เป็นฉากหลัง ผลงานชิ้นนี้ปรากฏบน Naoshima ครั้งแรกในนิทรรศการ Out of Bounds เมื่อปี 1994 ก่อนค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเกาะ ขณะที่บริเวณ Miyanoura Port ยังมี Red Pumpkin คอยต้อนรับนักเดินทางที่เดินทางมาถึงเช่นกัน

นอกจากฟักทองทั้งสองลูก ปัจจุบัน Naoshima ยังมีผลงาน Narcissus Garden ของ Kusama ซึ่งเปิดตัวบนเกาะในปี 2022 ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญที่สุดสำหรับคนที่ต้องการตามรอยผลงานของเธอในญี่ปุ่น แน่นอนว่า Naoshima ไม่ได้มีเพียงชิ้นงานของ Kusama เพราะทั้งเกาะเต็มไปด้วยงานของศิลปินและสถาปนิกระดับโลก แต่สำหรับนักเดินทางหลายคนภาพแรกที่ทำให้รู้จักเกาะนี้อาจไม่ใช่อาคารคอนกรีตของ Tadao Ando หากเป็นฟักทองสีเหลืองใบหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมทะเล และนั่นเป็นหลักฐานที่ชัดที่สุดว่า Kusama ไม่ได้สร้างเพียงงานศิลปะ แต่สร้างเหตุผลให้ผู้คนออกเดินทางไปหาด้วย

Travel Note: เส้นทางยอดนิยมคือเดินทางไป Okayama แล้วต่อรถไฟไป Uno Port ก่อนนั่งเรือข้ามไป Naoshima หากตั้งใจชมพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง แนะนำให้พักบนเกาะอย่างน้อย 1 คืนแทนการไปเช้าเย็นกลับ

 
ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 4

Fukuoka Art Museum, Fukuoka

ตามหาประติมากรรมกลางแจ้งชิ้นแรกของ Kusama

ถ้า Pumpkin บน Naoshima คือฟักทองที่โด่งดังที่สุดของ Kusama ฟักทองสีเหลืองลายจุดดำที่ Fukuoka Art Museum ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ผลงาน Pumpkin ชิ้นนี้สร้างขึ้นในปี 1994 เพื่อจัดแสดงในโครงการ Museum City Tenjin ’94 Fukuoka, Japan โดยครั้งแรกถูกนำไปตั้งบริเวณหน้าอาคารธนาคารกลางย่าน Tenjin ก่อนกลายเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชัน Fukuoka Art Museum ในเวลาต่อมา

ความน่าสนใจคือ Fukuoka Art Museum ระบุว่า ผลงานชิ้นนี้คือประติมากรรมกลางแจ้งชิ้นแรกของ Kusama ก่อนที่ฟักทอง ดอกไม้ และประติมากรรมสีสันสดใสของเธอจะกระจายตัวไปตามพื้นที่สาธารณะทั่วโลก ที่นี่จึงเป็นอีกพิกัดสำหรับคนที่อยากย้อนกลับไปดูช่วงเวลาที่ Pumpkin กำลังเปลี่ยนสถานะจาก motif ในโลกศิลปะไปเป็น Public Art ที่คนทั่วไปสามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน

Travel Note: Fukuoka Art Museum ตั้งอยู่ใน Ohori Park สามารถนั่งรถไฟใต้ดินจาก Hakata ไปลง Ohori Park Station แล้วเดินต่อได้ เหมาะกับการรวมไว้ในวันเที่ยว Ohori Park และย่านรอบๆ

ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 5

Towada Art Center, Aomori

เมื่อโลกของ Kusama หลุดออกมาอยู่กลางเมือง

ที่ Towada Art Center ในจังหวัด Aomori โลกของ Kusama ไม่ได้อยู่เพียงภายในพิพิธภัณฑ์ แต่หลุดออกมาอยู่บนพื้นที่สาธารณะของเมือง บริเวณ Art Square เป็นที่ตั้งของ Love Forever, Singing in Towada ผลงานปี 2010 ที่เปลี่ยนสนามหญ้าให้เต็มไปด้วยวงกลมสีเหลือง พร้อมประติมากรรม 8 ชิ้น ตั้งแต่ฟักทอง เด็กหญิง สุนัข ไปจนถึงเห็ดหลากสี ทั้งหมดปกคลุมด้วย dots และ nets ในภาษาภาพแบบ Kusama

ความสนุกของพิกัดนี้คือ งานไม่ได้ถูกวางแยกออกจากชีวิตประจำวัน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เมืองที่ผู้คนสามารถเดินผ่าน นั่งพัก และมีปฏิสัมพันธ์ด้วย

ทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของ Kusama ว่าเราไม่จำเป็นต้องเดินเข้า Gallery เสมอไปเพื่อพบกับศิลปะ เพราะบางครั้งโลกเหนือจริงสามารถปรากฏขึ้นกลางสนามหญ้าและอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ปัจจุบัน Love Forever, Singing in Towada ยังคงอยู่ในคอลเล็กชันถาวรของ Towada Art Center โดยงานเพิ่งผ่านการบำรุงรักษาในเดือนมิถุนายน 2026

Travel Note: Towada ไม่มีสถานี Shinkansen ของตัวเอง เส้นทางหนึ่งที่สะดวกคือเดินทางด้วย Tohoku Shinkansen ไปลง Hachinohe แล้วต่อรถบัสมายัง Towada จึงเหมาะกับการจัดเป็นส่วนหนึ่งของทริป Aomori มากกว่าการเดินทางจาก Tokyo แบบไปเช้าเย็นกลับ

ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 6

Photo Credit: Echigo-Tsumari Art Field

Echigo-Tsumari Art Field, Niigata

ดอกไม้ยักษ์ที่ผลิบานกลาง Satoyama

Tsumari in Bloom ประติมากรรมดอกไม้ขนาดใหญ่สีสันสดใสของ Kusama สร้างขึ้นในปี 2003 และตั้งอยู่บริเวณ Matsudai NOHBUTAI ส่วนหนึ่งของ Echigo-Tsumari Art Field พื้นที่ศิลปะขนาดใหญ่ที่นำ Contemporary Art เข้าไปอยู่ท่ามกลางหมู่บ้าน นาข้าว ป่า และภูเขา

Kusama เคยบอกว่า Tsumari in Bloom เป็นผลงานประติมากรรมกลางแจ้งชิ้นโปรดของเธอ เมื่อดอกไม้สีสดถูกนำมาวางท่ามกลางภูมิประเทศแบบ Satoyama สิ่งประดิษฐ์กับธรรมชาติจึงดูเหมือนขัดแย้ง แต่ในขณะเดียวกันกลับอยู่ร่วมกันได้อย่างน่าประหลาด ในปี 2026 ผลงานเปิดให้ชมระหว่างวันที่ 25 เมษายน-8 พฤศจิกายน และปิดในฤดูหนาว จึงเป็นพิกัดที่ควรเช็กช่วงเวลาก่อนวางแผนเดินทาง

Travel Note: เดินทางจาก Tokyo ด้วย Joetsu Shinkansen ไป Echigo-Yuzawa แล้วต่อ Hokuhoku Line ไป Matsudai การมีรถยนต์จะช่วยให้เที่ยวงานศิลปะที่กระจายอยู่ทั่ว Echigo-Tsumari ได้สะดวกขึ้นมาก

ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 7

Photo Credit: Kagoshima

Kirishima Open-Air Museum, Kagoshima

ตามหาดอกไม้แห่ง Shangri-la และรองเท้าแดงของ Kusama

พิกัดสุดท้ายพาเราลงใต้ไปยัง Kirishima Open-Air Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งในจังหวัด Kagoshima ที่นำงานศิลปะร่วมสมัยมาวางท่ามกลางธรรมชาติของ Kirishima หนึ่งในไฮไลต์คือ Flowers of Shangri-la ประติมากรรมดอกไม้ยักษ์สีสันสดใสที่ Kusama สร้างขึ้นในปี 2000 โดยนำภาพของ Shangri-la หรือดินแดนในอุดมคติมาตีความผ่านดอกไม้ที่สื่อถึงชีวิต จิตวิญญาณ และความหวัง ราวกับโลกในจินตนาการของเธอกำลังผลิบานขึ้นท่ามกลางธรรมชาติจริง และอีกชิ้นคือ High Heel รองเท้าส้นสูงสีแดงขนาดยักษ์จากปี 2002 ซึ่ง Kusama เคยเขียนถึงจินตนาการในการสวมรองเท้าคู่นี้ออกไปยังสถานที่ในฝัน เพื่อตามหาความสุขที่ยังไม่รู้จัก

Travel Note: พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ Kagoshima เหมาะกับการแวะเป็นส่วนหนึ่งของ Road Trip รอบ Kirishima