ถ้าพูดชื่อ ‘ชาติศักดิ์ มหาทา’ หลายคนคง “วอดส์” กันใช่ไหม

แต่หากพูดถึง ‘เอแคลร์ จือปาก’ บิวตี้บล็อกเกอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นที่รู้จักจากสไตล์การรีวิวและพูดคุยที่สนุกสนาน รวมถึงการจัดงานอีเวนต์ประจำปีอย่าง ‘เอแคลร์เฟสติวัล’ หลายคนน่าจะร้อง “อ๋อ” กันขึ้นมาทันที
แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า อีกบทบาทหนึ่งของอินฟลูเอนเซอร์สาวอารมณ์ดีคนนี้คือ ผู้ก่อตั้งแบรนด์สกินแคร์ ‘Elite Care’ ซึ่งสินค้าหลายตัวเคยขึ้นเป็นอันดับ 1 บน TikTok Shop มาแล้ว
Brand Inside มีโอกาสพูดคุยกับ ‘เอแคลร์-ชาติศักดิ์ มหาทา’ ถึงเบื้องหลังการสร้างแบรนด์ Elite Care แม้ ‘เอแคลร์’ จะเป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์มานาน แต่การสร้างแบรนด์กลับไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด เพราะทุกอย่างต้องเริ่มใหม่ ตั้งแต่การทำให้คนรู้จักแบรนด์ ไปจนถึงการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า
ทำแบรนด์สกินแคร์เพราะ ‘ขี้เกียจ’ ตอบซ้ำๆ ว่า “เป็นสิวใช้อะไรดี”
ถ้ามองเผินๆ หลายคนอาจคิดว่า Elite Care คือแบรนด์สำหรับคนเป็นสิว แต่สำหรับ ‘เอแคลร์’ จุดเริ่มต้นของแบรนด์ไม่ใช่การทำยาแต้มสิว
เธอเล่าว่า ตั้งแต่แรกก็วางโรดแมปของสินค้าไว้ชัดเจนแล้ว โดยเริ่มจากการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ
‘เอแคลร์’ อธิบายว่า สำหรับคนเป็นสิว หลายคนอาจเริ่มจากการซื้อเจลแต้มสิวหรือเซรั่มมาใช้ทันที ทั้งที่สำหรับเธอ ขั้นตอนพื้นฐานที่สุดคือการทำความสะอาดผิวให้ถูกต้อง
ในฐานะบิวตี้บล็อกเกอร์ที่พูดเรื่องการดูแลผิวมาตลอดหลายปี เธอจึงเลือกเปิดตัวแบรนด์ด้วย ‘คลีนซิ่ง’ ก่อนต่อยอดไปเป็นเจลล้างหน้า เซรั่ม และกันแดด โดยตั้งใจให้ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวต่อยอดกันเป็นรูทีนดูแลผิว มากกว่าจะออกสินค้าแบบแยกขาดจากกัน
เธอมองว่า นี่คือการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นตอ ทั้งในเรื่องของสารสกัดและวิธีดูแลผิวไปพร้อมกัน
อีกมุมหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ จุดเริ่มต้นของ Elite Care มาจาก ‘ความขี้เกียจ’ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีคนถาม ‘เอแคลร์’ ซ้ำๆ ว่า “เป็นสิวแล้วต้องใช้อะไรดี” จนวันหนึ่งเธอรู้สึกว่า การตอบคำถามเดิมทุกวันไม่ใช่ทางออก จึงตัดสินใจสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเองขึ้นมา
“เปลี่ยนคำตอบเป็น Elite Care เลยละกัน”
ประโยคติดตลกนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่ปัจจุบันมีสินค้าหลายกลุ่ม และยังคงขยายไลน์ตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่แรก
ชื่อเสียงแทบไม่ช่วย 3 เดือนแรกต้องเริ่มใหม่หมด
แม้จะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่อยู่ในวงการมานานกว่า 10 ปี แต่ ‘เอแคลร์’ บอกตรงๆ ว่า ชื่อเสียงแทบไม่ได้ช่วยให้ขายของได้ง่ายขึ้น
ช่วงแรกของการเปิดแบรนด์ เธอต้องเริ่มใหม่ทุกอย่าง ต้องแนะนำตัวเองซ้ำๆ อธิบายว่า Elite Care คืออะไร ทำไมถึงทำแบรนด์นี้ และทำไมลูกค้าควรมั่นใจ
‘เอแคลร์’ ยอมรับว่า ช่วงนั้นเหนื่อยมาก ถึงขั้นร้องไห้ระหว่างไลฟ์ เพราะต้องไลฟ์กันทั้งวันทั้งคืน และพยายามทำให้คนรู้จักแบรนด์
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ยากที่สุดมีอยู่ประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้น ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป
‘เอแคลร์’ มองว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่การไลฟ์ทุกวัน แต่คือการพูดถึงแบรนด์ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงสินค้า หรือแม้แต่การทำให้คนจำสีของ Elite Care ได้
ผลลัพธ์คือ สินค้าหลายตัวของแบรนด์เคยขึ้นเป็นอันดับ 1 ในหมวดของตัวเองบน TikTok Shop ไม่ว่าจะเป็นคลีนซิ่งหรือเซรั่มแพด
ที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันข้อมูลหลังบ้านของแบรนด์ยังสะท้อนว่า ลูกค้าจำนวนมากตัดสินใจซื้อโดยที่ ‘เอแคลร์’ ไม่จำเป็นต้องออกมาขายเหมือนช่วงแรกแล้ว เพราะผู้บริโภคเริ่มรู้จัก Elite Care ในฐานะแบรนด์สกินแคร์มากขึ้น
ลูกค้ายุคนี้ฉลาดขึ้น ต้องแข่งกันที่ ‘นวัตกรรม’
เมื่อ Brand Inside ถามถึงการทำแบรนด์สกินแคร์ในปีนี้ ‘เอแคลร์’ มองว่า ปีนี้เป็นปีแห่ง ‘นวัตกรรม’ เพราะผู้บริโภคไม่ได้เลือกสินค้าจากคำเคลมเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่เริ่มให้ความสำคัญกับสารสกัดมากขึ้น ถ้านวัตกรรมไม่ดีพอ ก็ยากที่จะแข่งขันในตลาด
หนึ่งในตัวอย่างที่เธอยกขึ้นมาคือ ‘เซรั่มแพด’ แม้ Elite Care จะเข้าสู่ตลาดหลังคู่แข่งหลายปี แต่กลับสามารถขึ้นเป็นอันดับ 1 ได้ เพราะเลือกพัฒนาเซรั่มแพดรูปแบบใหม่ที่บาง และอุ้มน้ำเซรั่มได้มากกว่าเดิม จนกลายเป็นจุดต่างของสินค้า
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แบรนด์ยังเดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ แม้ TikTok Shop จะยังเป็นช่องทางหลักในการขายออนไลน์ แต่สินค้า Elite Care ก็เริ่มวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกหลายแห่ง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่า Elite Care ไม่ได้มีช่องทางขายอยู่แค่บนออนไลน์เท่านั้น
ปัจจุบัน Elite Care อยู่ภายใต้ ‘บริษัท เฮฟเว่นคลาวด์ จำกัด’ โดยผลประกอบการย้อนหลัง 5 ปีสะท้อนว่า รายได้ของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปี 2565-2568 และพลิกจาก ‘ขาดทุน’ มาเป็น ‘กำไร’ ในปี 2567
- ปี 2568: รายได้ 74,357,677.92 บาท กำไร 3,962,017.15 บาท
- ปี 2567: รายได้ 27,348,069.98 บาท กำไร 5,059,656.16 บาท
- ปี 2566: รายได้ 6,140,715.01 บาท ขาดทุน 35,374.43 บาท
- ปี 2565: รายได้ 276,019.57 บาท ขาดทุน 557,651.95 บาท
- ปี 2564: รายได้ 727,601.52 บาท ขาดทุน 76,082.56 บาท
อยากให้ Elite Care เป็นแบรนด์ที่อยู่ไปได้อีกหลายสิบปี
เมื่อถูกถามว่าการทำแบรนด์ยุคนี้ยากไหม ‘เอแคลร์’ มองว่า จริงๆ แล้วไม่ยาก แต่สิ่งสำคัญคือคนทำต้องอดทนแค่ไหน ทุกวันนี้มีแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะแบรนด์จากอินฟลูเอนเซอร์
แต่เธอไม่อยากให้ Elite Care ถูกมองเป็นแบรนด์ที่ “มาแล้วก็ไป” เป้าหมายของเธอคือการสร้างแบรนด์ที่ผู้บริโภคมั่นใจว่าจะยังอยู่ในตลาดอีกหลายปี เหมือนแบรนด์อย่าง ‘Eucerin’ หรือ ‘Nivea’ ที่ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า วันนี้ซื้อแล้ว อีกหลายปีกลับมาซื้ออีกก็ยังมีอยู่ในตลาด
ขณะเดียวกัน ความฝันระยะยาวของเธอคือ การผลักดัน Elite Care ให้เป็นแบรนด์ระดับโลก โดยทั้งแพ็กเกจจิ้งและภาพลักษณ์ของแบรนด์ถูกวางให้มีความเป็นสากลตั้งแต่แรก แต่เธอยังไม่รีบขยายไปต่างประเทศ เพราะมองว่าควรรอให้ธุรกิจในไทยแข็งแรงกว่านี้ก่อน
นอกจากธุรกิจสกินแคร์ ‘เอแคลร์’ ยังเปิดกว้างกับการทำธุรกิจรูปแบบอื่นในอนาคต เพราะเธอสนใจหลายเรื่อง ตั้งแต่เทคโนโลยีไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์
ส่วนในฐานะคนที่อยู่ในวงการอินฟลูเอนเซอร์มากว่า 10 ปี ‘เอแคลร์’ ฝากข้อคิดถึงคนที่อยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์ว่า ทักษะที่สำคัญที่สุดคือ ‘การพูด’ ซึ่งไม่ใช่แค่พูดให้คนฟัง แต่ต้องรู้ว่าจะพูดอย่างไร วางตัวอย่างไร และอยู่ในวงการนี้อย่างไรในระยะยาว
ที่มา: TikTok Shop Awards 2026
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




