
นายกฯ พบคณะทูต กงสุล หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศในไทย คุยแลกเปลี่ยนมุมมอง-นโยบาย ย้ำ ไทยเปิดกว้าง พร้อมร่วมมือมิตรทุกมิติ เพื่อเข้าสู่เป็นสมาชิก OECD ก่อนมอบความช่วยเหลืออุทกภัยเนปาล 7 ล้านบาท
คณะทูต กงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เมื่อมาถึงนายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะทูต กงสุล และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ ณ บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี จากนั้นกล่าวต้อนรับพร้อมมอบนโยบายบนเวที ว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดี เนื่องจากได้ต้อนรับบรรดาเอกอัครราชทูต ผู้ซึ่งเพิ่งมาประจำในประเทศไทย ดังนั้นหวังว่าพวกท่านจะสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตในประเทศของเราได้อย่างมีความสุข และราบรื่น

ด้วยเหตุนี้ จึงอยากจะจัดงานพบปะสังสรรค์แบบนี้ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง แต่ด้วยปีที่ผ่านมาตารางงานที่ค่อนข้างแน่น ทำให้ไม่มีโอกาสได้ทำสิ่งนี้ วันนี้จึงดีใจมากที่เราได้มาพบกัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ประเทศไทยในเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด สำหรับการเปลี่ยนแปลง เราจึงกำลังปรับปรุงภาครัฐของเรา ปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยีใหม่ และอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง เพื่อเข้าสู่กระบวนการเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ควบคู่ไปกับการทำงานเพื่อยกระดับมาตรฐานและหน่วยงานต่าง ๆ ของไทยให้เป็นระดับสากล เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของประเทศไทย ฉะนั้นความเป็นหุ้นส่วนของไทยกับประเทศทั่วโลกจะเป็นส่วนสำคัญ

ส่วนเรื่องนโยบายต่างประเทศในปัจจุบันนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปิดช่องทางใหม่ๆ ร่วมกับมิตรประเทศ เพื่ออนาคตที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นด้านการลงทุน เทคโนโลยี ตลาด เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสีเขียว อุตสาหกรรมการเกษตร หรือ อาหาร เพื่อสร้างความเติบโต และความมั่นคงในระยะยาวให้กับประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงมีเสถียรภาพเปิดกว้าง และพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกท่านในการเติบโตไปด้วยกัน สร้างความยืดหยุ่นด้วยกัน และสร้างความเจริญที่ปลอดภัยและยั่งยืนไปด้วยกัน จึงหวังว่าจะได้ใช้โอกาสนี้แลกเปลี่ยนมุมมองและนโยบาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและแน่นแฟ้นกับทั่วโลก
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยว่า หลังจากนี้ตนจะเดินทางไปยังต่างประเทศ อาทิ นิวยอร์ก เพื่อร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA หลังจากนั้นจะไปประชุมที่ปักกิ่งและฟิจิในเดือนตุลาคม
ขณะเดียวกันประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม IMF World Bank Annual Meeting ในกรุงเทพฯ ตามด้วยการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนพฤศจิกายน ดังนั้นหวังว่าโอกาสเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้อย่างลึกซึ้ง และทำให้ความเป็นหุ้นส่วนของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย แก่เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย จำนวน 7 ล้านบาท และมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำหลากฉับพลันและดินถล่ม โดยกล่าวว่าในนามของรัฐบาลและประชาชนไทย ตนขอแสดงความเสียใจไปยังรัฐบาลและประชาชนเนปาล สำหรับชีวิตที่สูญเสียและความยากลำบากจากแผ่นดินไหวล่าสุด พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยืนหยัดอยู่เคียงข้างเนปาลในยามที่ยากลำบากนี้ การมอบเงินช่วยเหลือในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ




