Kizuki ร้านซักชา ที่นำเอาชาและวัตถุดิบทั่วไทยมาตีความใหม่ในแบบ Tea Pairing

ชาแก้วหนึ่งสามารถพาเราไปรู้จักสถานที่หนึ่งได้มากแค่ไหน?

ใครที่แวะเวียนไปแถว Vedana Wellbeing Event Space ย่อมต้องเคยเห็นร้านน้ำชาเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ที่นี่มีชื่อว่า ‘Kizuki’ เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า การตระหนักรู้ หรือสติสัมปชัญญะ หลายคนมองว่า Kizuki เป็นโรงน้ำชา แต่ ‘คีย์-ภาคี ภู่ประดิษฐ์’ เจ้าของร้านกลับบอกเราว่า Kizuki เป็น ‘ร้านซักชา’ หรือ ‘Tea Laundry’ ที่นำเอาชาหลากหลายชนิดมานำเสนอใหม่ในแบบเครื่องดื่ม Non-Alcoholic ที่ใช้ใบชาเสิร์ฟแพริ่งกับอาหารเป็นคอร์ส เช่นเดียวกับ Fine Dining เล่าเรื่องวัตถุดิบผ่านอาหาร Kizuki ก็เลือกทำสิ่งคล้ายกัน เพียงเปลี่ยนภาษาหลักมาเป็น ‘ชา’

ประเด็นสำคัญ

Kizuki คือประสบการณ์ Tea Pairing ที่พาเราไปรู้จักรสชาติของธรรมชาติผ่านชา อาหาร และวัตถุดิบจากชุมชนต่างๆ โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ ร้านไม่ได้แบ่งเรื่องราวของวัตถุดิบตามภูมิภาคแบบเหนือ ใต้ ออก ตก แต่เลือกมองประเทศไทยผ่าน Biodiversity หรือความหลากหลายของระบบนิเวศ เพราะแม้อยู่ในจังหวัดเดียวกัน ธรรมชาติที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยก็สามารถให้วัตถุดิบและรสชาติที่แตกต่างกันได้

ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 1ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 2

The Vibe

Kizuki ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวของ Vedana Wellbeing Event Space ตัวร้านเลือกตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยไม้เป็นวัสดุหลัก จับคู่กับผนังและพื้นโทนเข้ม พร้อมแสง Warm Light ที่ทำให้บรรยากาศภายในสงบและอบอุ่น โดยไม่ได้ใส่องค์ประกอบแบบญี่ปุ่นอย่างตรงไปตรงมาจนเกินไป แต่แทรกกลิ่นอายผ่านเฟอร์นิเจอร์ งานศิลปะ ภาชนะ และรายละเอียดเล็กๆ รอบร้าน

ตัวร้านมีไม่กี่ที่นั่ง ค่อนข้างสงบ เรียบง่าย และตั้งใจลดสิ่งรบกวน เพื่อเปิดพื้นที่ให้เราโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ตั้งแต่กลิ่นของชา รสชาติ ไปจนถึงเรื่องราวของวัตถุดิบในแต่ละคำ สิ่งที่เราชอบคือร้านไม่ได้พยายามแยกตัวเองออกจากพื้นที่เดิม กระจกบานใหญ่เปิดมุมมองออกไปยังต้นไม้ สวน และบ่อน้ำด้านนอก ทำให้สีเขียวกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Interior ไปโดยปริยาย ขณะที่ชั้นไม้ภายในเต็มไปด้วยใบชา วัตถุดิบหมัก และส่วนผสมต่างๆ ที่ใช้จริงในเมนู จึงให้ความรู้สึกกึ่งพื้นที่ดื่มชา กึ่งห้องทดลองรสชาติ และสะท้อนตัวตนของ Kizuki ที่สนใจทั้งชา วัตถุดิบ และธรรมชาติได้ค่อนข้างชัด

ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 3ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 4

The Taste

คอร์สที่เราลองเป็น Season 1 (ซึ่งตอนนี้ทางร้านเพิ่งปรับเป็น Season 2 แล้ว) Season 1 ประกอบด้วย Tea & Food Pairing จำนวน 4 คอร์ส โดยมีอีกหนึ่งแนวคิดซ่อนอยู่เบื้องหลังทั้งหมดคือ Impermanence หรือความไม่แน่นอน ความจริงพื้นฐานของธรรมชาติที่บอกว่าไม่มีสิ่งใดหยุดนิ่ง ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

เรื่องราวเริ่มจาก Minamo หรือ ‘ผิวน้ำ’ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงทันทีเมื่อเกิดแรงกระทบ เครื่องดื่มแก้วแรกนำชาสามชนิดมารวมกัน ทั้งชาป่าเชียงรายอายุราว 500-600 ปี อูหลงจากไต้หวัน และเซนฉะป่า แต่ละชนิดถูกสกัดด้วยเวลาและอุณหภูมิที่เหมาะสม ก่อนเติมบ๊วยดอยที่ผ่านการหมักประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี

อาหาร Pairing ของ Minamo แทน Element ของ ‘ภูเขา’ ด้วย Rustic Tofu เต้าหู้โฮมเมด ท็อปด้วยกังปา เนื้อถนอมอาหารในแบบของชาวจีนฮ่อ และซอสบ๊วยดอยเคี่ยว เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็นวิธีคิดของ Kizuki ชัดเจนขึ้นว่า ชาและอาหารไม่ได้ถูกวางแยกออกจากกัน แต่ถูกออกแบบให้ช่วยเปิดรสชาติของกันและกัน

ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 5ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 6ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 7ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 8

คอร์สถัดมา Muku หมายถึง ‘ความบริสุทธิ์’ ซึ่งถูกตีความในแง่ของสิ่งที่สามารถถูกทำให้บริสุทธิ์และเปลี่ยนแปลงได้ เครื่องดื่มมีความซับซ้อนขึ้นด้วยน้ำต้มจากไม้ฝางออร์แกนิก ตามด้วย Golden Tip จากบ้านปู่หมื่น อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ผสมกับน้ำดอกมะพร้าวเคี่ยวจากราชบุรี ก่อนใช้โคจิที่ผ่าน Lactic Fermentation เพิ่มมิติของรส และจบด้วยกลิ่นของรายุหรือน้ำมันพริก

จากภูเขา คอร์สนี้พาเราลงสู่ ‘ทะเล’ ผ่านวัตถุดิบจากชุมชนประมงเรือเล็กในสุราษฎร์ธานีและพังงา ทั้งปลาและกุ้ง เสริมความเปรี้ยวด้วย Banana Vinegar ที่ผ่านการหมักเป็นเวลานาน และน่าสนใจตรงการใช้ปลาเค็มสร้างรสเค็มแทนการเติมเกลือโดยตรง

ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 9ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 10

จากนั้นเข้าสู่ Setsuna หรือ ‘ชั่วขณะ’ ที่เล่นกับรส Bitter Sweet ผ่าน Hojicha-Sencha ชาโบราณจากเมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนำเซนฉะที่ผ่านการบ่มมาคั่วจนเกิดกลิ่นเฉพาะ เติม Texture ด้วยโฟมถั่วลายเสือออร์แกนิกจากชุมชนดาราอั้ง น้ำผึ้งหลวงจากห้วยหินลาดใน จังหวัดเชียงราย และพริกไทยจากสตูล

จับคู่กับ Hojicha Noodle เส้นสดโฮจิฉะจากชิซูโอกะ ราดอ่องปูจากเชียงใหม่ พร้อมไข่ไก่สายพันธุ์ Leghorn และหมึกจากชุมชนประมงเรือเล็กสุราษฎร์ธานี กลายเป็นหนึ่งในคอร์สที่เห็นการเดินทางของวัตถุดิบจากหลายระบบนิเวศมาอยู่ร่วมกันบนโต๊ะได้ชัดที่สุด

ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 11ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 12

ปิดท้ายด้วย Aware คำที่พูดถึงความรู้สึกเศร้าหรือใจหายเมื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ เครื่องดื่มใช้ Ceremonial Matcha จากไอจิที่ให้โทนรสค่อนข้างสว่าง ด้านบนเป็นโฟมจากเผือกหอมไทย และออกแบบให้แต่ละจิบค่อยๆ ให้รสชาติแตกต่างกันออกไป

ของหวานที่เสิร์ฟคู่กันเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของคอร์ส ด้วยไอศกรีมทุเรียน Musang King จากเบตง จังหวัดยะลา ที่ใช้เนื้อทุเรียน 100% โดยไม่เติมนม ครีม หรือ Stabilizer นำมาราดมัทฉะคล้าย Affogato และจบด้วยข้าวแคบจากภาคเหนือ เหมือนตั้งใจพาวัตถุดิบจากคนละสุดขอบประเทศมาเจอกันในจานสุดท้าย

เมื่อย้อนกลับไปมองชื่อของทั้ง 4 คอร์ส เราจึงค่อยเห็นเรื่องราวที่ Kizuki ซ่อนไว้ตั้งแต่ต้น Minamo คือผิวน้ำที่พร้อมเปลี่ยนเมื่อถูกกระทบ Muku คือสิ่งที่สามารถถูกเปลี่ยนให้บริสุทธิ์ Setsuna คือช่วงเวลาที่เกิดขึ้นแล้วผ่านไป และ Aware คือความรู้สึกของเราที่มีต่อสิ่งซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลง ชาและอาหารทั้งมื้อจึงไม่ได้มีเพียงเรื่อง Biodiversity เป็นตัวเชื่อม แต่ยังพากลับมาสู่ความจริงเดียวกันของธรรมชาติว่า ไม่มีอะไรคงอยู่ในสภาพเดิมตลอดไป

ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 13ชุด Tea Pairing ที่ร้าน Kizuki ประกอบด้วยชาและอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม 14

Good for

Kizuki เหมาะกับคนที่อยากทำความรู้จักโลกของชาให้มากกว่าการแยกว่าตัวไหนหอม ตัวไหนขม หรือตัวไหนเป็นมัทฉะเกรดดี เพราะประสบการณ์ของที่นี่พาเราไปพบตั้งแต่แหล่งปลูก ระบบนิเวศ การหมัก ภูมิปัญญาการถนอมอาหาร ไปจนถึงชุมชนที่อยู่เบื้องหลังวัตถุดิบแต่ละชนิด

และแม้รูปแบบจะเป็นคอร์ส Pairing ที่เต็มไปด้วยรายละเอียด แต่บรรยากาศกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าต้องมีความรู้เรื่องชามาก่อนถึงจะสนุกได้ ตรงกันข้าม ที่นี่น่าจะเหมาะกับทั้ง Tea Lover และคนที่เพิ่งเริ่มสนใจชา รวมถึงคนที่กำลังมองหาประสบการณ์กินดื่มรูปแบบใหม่ที่ต่างออกไปจาก Chef’s Table หรือ Fine Dining ที่คุ้นเคย

เพราะสิ่งที่ Kizuki เสิร์ฟอาจเริ่มต้นจากชา แต่สิ่งที่เราได้กลับไปคือการมองเห็นเรื่องราวของธรรมชาติและผู้คนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรสชาติในแต่ละแก้วมากขึ้น

Kizuki

Location: Vedana Wellbeing Event Space, ซ. พร้อมพรรค ทองหล่อ 23

Open: พฤหัสบดี – อาทิตย์ เวลา 11:45, 14:30 (Reservation Only)

Budget: 2,300 บาท

Instagram: www.instagram.com/kizuki_is__now

Map: https://maps.app.goo.gl/RaWNhxnU6tA1Pg2g6