กมธ.ศาสนา ลุยตรวจวัดมหาธาตุฯ-วัดใหญ่สุวรรณารามฯ หลังพบความชื้น-น้ำรั่ว กระทบงานศิลป์ล้ำค่า

กมธ.ศาสนาฯ ลุยตรวจวัดมหาธาตุฯ-วัดใหญ่สุวรรณารามฯ หลังพบความชื้น-น้ำรั่ว-รอยแตกร้าว กระทบงานศิลป์ล้ำค่า พร้อมติดตามปมสิทธิ์ที่ดินวัดเขื่อนเพชร-วัดประจวบ เร่งหาทางออกเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 5 กันยายน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยกมธ.ฯ ลงพื้นที่จ.เพชรบุรี ติดตามปัญหาการอนุรักษ์ศาสนสถานและโบราณสถานสำคัญ พร้อมรับฟังข้อขัดข้องจากหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลไปผลักดันการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบุรี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบพื้นที่ รวม 4 แห่ง ท่ามกลางความกังวลว่ามรดกทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมอันทรงคุณค่าหลายจุดกำลังเผชิญทั้งความชำรุดจากกาลเวลาและปัญหาด้านสิทธิ์ในที่ดิน

โดยกมธ.ลงพื้นที่จุดแรกที่วัดมหาธาตุวรวิหาร กมธ.ฯ ตรวจติดตามสภาพพระวิหารหลวงและระเบียงคด หลังพบปัญหาความชื้น น้ำรั่วซึม รอยแตกร้าวของโครงสร้าง รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับจิตรกรรมฝาผนังโบราณ ซึ่งถือเป็นงานศิลปกรรมสำคัญของเมืองเพชรบุรี โดยเตรียมรวบรวมข้อมูลเพื่อหาแนวทางเร่งบูรณะให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ

Advertisement

จากนั้นลงพื้นที่วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร ตรวจสอบสถาปัตยกรรมและงานศิลปกรรมเก่าแก่ โดยเฉพาะศาลาการเปรียญไม้สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับสมเด็จพระเจ้าเสือ พบว่าหลายจุดได้รับผลกระทบจากความชื้นและความเสื่อมสภาพ จำเป็นต้องเร่งวางแนวทางอนุรักษ์ก่อนความเสียหายลุกลาม

ต่อมาที่ วัดเขื่อนเพชร กมธ.ฯ รับฟังปัญหาการขอเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ตั้งวัด แม้ปัจจุบันจะมีการก่อสร้างศาสนสถาน อาทิ พระอุโบสถและโรงครัวแล้วเสร็จ แต่กระบวนการด้านเอกสารสิทธิ์ยังติดขัด จึงรับเรื่องไว้เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการและสร้างความชัดเจนแก่ทางวัด

ขณะที่ วัดประจวบ คณะฯ ติดตามความคืบหน้าการพิสูจน์สิทธิ์ที่ดิน ซึ่งปัจจุบันเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์แล้ว โดยจะติดตามและเร่งรัดการดำเนินการด้านเอกสารการขอใช้พื้นที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย และไม่กระทบต่อการใช้ประโยชน์ของศาสนสถาน

ด้าน นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า การดูแลมรดกของเพชรบุรีไม่ควรหยุดอยู่เพียงการซ่อมแซมอาคารหรือโบราณวัตถุที่ชำรุด แต่ต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่การอนุรักษ์อย่างถูกหลักวิชาการ ไปจนถึงอุปสรรคด้านกฎหมายและสิทธิ์ในพื้นที่ เพื่อให้ศาสนสถานและโบราณสถานสำคัญสามารถอยู่คู่กับชุมชนได้อย่างมั่นคง

นางธิวัลรัตน์ กล่าวต่อว่า มรดกทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของเมืองเพชร ไม่ใช่เพียงหลักฐานจากอดีต แต่คือรากเหง้าและความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ การรักษาไว้จึงเป็นการส่งต่อสมบัติทางปัญญาของบรรพบุรุษให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา เรียนรู้ และภาคภูมิใจต่อไป