มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’


05 ก.ย. 2569 | 11:34น.
ราชกิจจานุเบกษา

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ระเบียบสำนักนายกฯ “การแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ“ มีผลแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐเชื่อมโยงข้อมูลที่ดิจิทัลตามที่กำหนด เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ-ปฏิรูปกฎหมายราชการให้ทันใจ เปิดช่องปฏิเสธแบ่งปันข้อมูลลับ-ความมั่นคง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ได้เผยแพร่ประกาศ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569
 
เนื้อหาความว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดให้มีการแบ่งปันทรัพยากรข้อมูลดิจิทัลซึ่งได้มีการจัดทำและครอบครองระหว่างหน่วยงานของรัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบริหารจัดการข้อมูลที่ดี สอดคล้องกับเป้าหมายและนโยบายของรัฐ หลักธรรมาภิบาลข้อมูล
 
รวมทั้งมีการบูรณาการข้อมูลดิจิทัลเพื่อส่งเสริมให้การแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลระหว่างหน่วยงานของรัฐเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง อันจะนำไปสู่ประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินจึงสมควรรอกระเบียบว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล
 
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ และให้บังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
 
โดยเนื้อหาในหมวด 1 บททั่วไป หมวด 1 ข้อ 6 ระบุให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ ดังต่อไปนี้
 
(1) เชื่อมโยงระบบสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐกับระบบกลางเพื่อการแบ่งปันข้อมูล ตามมาตรฐานและวิธีการที่สำนักงานกำหนด
 
(2) นำส่งข้อมูลดิจิทัลของหน่วยงานรัฐผ่านระบบกลางเพื่อการแบ่งปันข้อมูล เมื่อมีคำร้องขอชุดข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น
 
(3) ตอบรับคำขอและนำส่งข้อมูล หรือตอบปฏิเสธการแบ่งปันข้อมูลที่ได้รับการร้องขอภายใน 90 วัน นับแต่ได้รับคำขอใช้ข้อมูลดังกล่าว เว้นแต่มีกฎหมายอื่นกำหนดระยะเวลาไว้เป็นการเฉพาะและมีหลักเกณฑ์ที่มีความเป็นธรรม หรือมีมาตรฐานในการใช้ดุลพินิจไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามระเบียบนี้
 
(4) สนับสนุนการดำเนินการเพื่อการแบ่งปันข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์ตามกฎหมายอื่น หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
 
โดยเนื้อหาในหมวด 2 การแบ่งปันข้อมูล ข้อ 7 ระบุ หน่วยงานของรัฐอาจปฏิเสธการแบ่งปันข้อมูลที่ได้รับการร้องขอทั้งหมดหรือบางส่วน ในกรณี ดังต่อไปนี้
 
(1) ข้อมูลที่ได้รับคำขอเป็นข้อมูลในหมวดหมู่และมีการกำหนดระดับชั้นข้อมูล โดยหน่วยงานของรัฐพิจารณาแล้วมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนี้
 
(ก) ข้อมูลใช้ภายในหน่วยงานของรัฐ
 
(ข) ข้อมูลข่าวสารลับ
 
(ค) ข้อมูลความมั่นคง
 
(2) ข้อมูลที่ได้รับคำขอเป็นข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ผ่านกระบวนการทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว หรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แล้วแต่กรณี
 
(3) ข้อมูลที่ได้รับคำขอเป็นข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
 
(4) ข้อมูลที่ได้รับคำขอเป็นข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล และการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดี รวมทั้งการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรม
 
และ เนื้อหาในหมวด 4 เรื่องคณะกรรมการส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล ข้อ 13 ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล ประกอบด้วย
 
(1) นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ
 
(2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธานกรรมการ
 
(3) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
 
โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าว มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
 
(1) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนด ที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลตามระเบียบนี้ ตามที่สำนักงานเสนอ
 
(2) กำหนดนโยบายและมาตรการ ให้คำแนะนำ กำกับและติดตามให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
 
(3) ให้คำแนะนำ กำกับ และติดตามการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน)
 
(4) เชิญผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง ความเห็น หรือคำแนะนำทางวิชาการเกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณาอันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน
 
(5) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือดำเนินการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
 
(6) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการหรือตามที่คณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
 
(7) เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ คณะกรรมการอาจเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการออกนโยบายและมาตรการในการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลหรือเพื่อจัดให้มีหรือปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเพื่อให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของระเบียบนี้
 
อย่างไรก็ตามในภาคผนวก ชุดแรก ที่ออกในระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ ส่วนใหญ่เป็นรายการชุดข้อมูลดิจิทัล ด้านการจัดการภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน
 
อย่างไรก็ตาม ระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. …. ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 โดย นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระเบียบดังกล่าว คือ การกำหนดกลไกการแบ่งปันแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ เช่น กำหนดให้มีระบบกลาง เพื่อการแบ่งปันข้อมูล หลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการแบ่งปันข้อมูล
 
เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถจัดทำและครอบครองข้อมูลดิจิทัลระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  มีการบริหารจัดการข้อมูลที่ดีสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล ตามเป้าหมายและนโยบายของรัฐบาลในการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย โดยเฉพาะราชการทันใจ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน
 
พร้อมสรุปสาระสำคัญระเบียบฯ ว่าการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล มีดังนี้

  • กำหนดคำนิยาม ด้านข้อมูลดิจิทัล ระบบกลางเพื่อการแบ่งปันข้อมูลและสำนักงาน “สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่องค์การมหาชน” (สขญ.)
  • กำหนดให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทำครอบครอง นำส่ง หรือเชื่อมโยงข้อมูลที่ดิจิทัล ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เมื่อมีการร้องขอจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่ได้รับคำขอใช้ข้อมูลดังกล่าว
  • กำหนดกรณีที่หน่วยงานของรัฐอาจปฏิเสธการแบ่งปันข้อมูลที่ได้รับการวิเคราะห์ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ เพื่อลดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • กำหนดให้ สขญ. ต้องจัดให้มีระบบกลางเพื่อแบ่งปันข้อมูลรวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการบริหารจัดการข้อมูลดิจิทัลที่ สนข. ได้รับการแบ่งปันจากหน่วยงานรัฐตลอดจนการกำหนดหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน
  • กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล รวมทั้งอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ เช่น การออกระเบียบข้อบังคับประกาศ ให้คำแนะนำ เป็นต้น

นอกจากนี้ บทเฉพาะกาลได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ เช่น กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมการปกครอง กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ดำเนินการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐกับระบบกลางเพื่อการแบ่งปันข้อมูลและนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบการภายใน 60 วันนับแต่วันที่ระเบียบมีผลบังคับใช้  หากไม่พร้อมต้องรีบแจ้งภายใน 15 วันเพื่อหารือและทำความตกลงแต่การดำเนินการในการสร้างความพร้อมต่อไป