เลิกรัฐอุ้ยอ้าย ‘อ.ทีปกร’ จี้ผ่าตัดใหญ่ ใช้ AI ลดข้าราชการ 15% เปลี่ยนเป็น ‘รัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง’


06 ก.ย. 2569 | 09:34น.

เปิดสัญญาณเตือนภัยการคลัง! ‘รศ.ดร.ทีปกร’ ชำแหละงบฯ บุคลากรจ่อทะลุ 40% จี้รัฐฟิตหุ่นลดคน 15% หนีกับดักสังคมสูงวัย ผ่าตัดด้วย AI-Data เปลี่ยนเป็น ‘รัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง’

บนเวทีเสวนา “ปฏิรูปข้าราชการ Firming Thailand?” จัดโดย Social Asks TU Acts ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ รศ.ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย หัวหน้าหน่วยวิจัยด้านการวิเคราะห์ทางปัญญาประดิษฐ์เชิงลึกและเศรษฐมิติขั้นสูง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำเสนอฉากทัศน์วิกฤตการคลังของประเทศไทยในมุมมองนักเศรษฐศาสตร์ พร้อมชี้ให้เห็นความท้าทายเรื่อง “ความยั่งยืนทางการคลัง” และทางออกด้วยการปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐผ่าน AI และเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่าน

สัญญาณเตือนภัยการคลัง งบฯ บุคลากรทะลุ 40% จ่อชน “กับดักสวัสดิการ”

รศ.ดร.ทีปกร ฉายภาพสถานการณ์ปัจจุบันว่า หัวใจสำคัญและเป็นความท้าทายที่สุดของประเทศในขณะนี้คือเรื่องความยั่งยืนทางการคลัง เนื่องจากตัวเลขรายจ่ายภาครัฐในส่วนของบุคลากรและสวัสดิการข้าราชการพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและน่ากังวล

ปัจจุบัน รายจ่ายส่วนนี้—ซึ่งครอบคลุมทั้งเงินเดือน ค่าตอบแทน และสวัสดิการต่างๆ—มีสัดส่วนกินพื้นที่งบประมาณประจำปีไปเกือบ 40% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงมากจนเข้าไปเบียดบังงบประมาณในส่วนของการลงทุนและการพัฒนาประเทศด้านอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน ข้าราชการมีอายุยืนยาวขึ้น ส่งผลให้ภาระรายจ่ายผูกพันระยะยาว เช่น งบบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล ยิ่งเพิ่มสูงเป็นเงาตามตัว

ในทางตรงกันข้าม ฐานรายได้จากการจัดเก็บภาษีกลับมีแนวโน้มลดลงตามจำนวนประชากรวัยทำงานที่น้อยลง รศ.ดร.ทีปกร เตือนว่า นี่คือสถานการณ์ที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “กับดักทางการคลัง”

“หากเราไม่มีการปฏิรูปอัตรากำลังและการทำงานของภาครัฐในตอนนี้ ในอนาคตงบประมาณส่วนใหญ่ของประเทศจะต้องถูกนำไปใช้เพียงเพื่อดูแลบุคลากรภาครัฐ จนไม่เหลือเงินไปทำนโยบายสวัสดิการเพื่อประชาชนกลุ่มอื่น หรือลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ของประเทศเลย”

เป้าลดคน 15% ภายในปี’75 ต้องผ่าตัดด้วย AI และ Data Ecosystem

สำหรับทางออกและการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ (To-be) รศ.ดร.ทีปกร มองว่า นโยบายการลดอัตรากำลังข้าราชการลง 15% ภายในปี 2575 ถือเป็นเป้าหมายที่มีความจำเป็นและท้าทายอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม การลดจำนวนคนจะต้องไม่ทำให้คุณภาพหรือประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนลดลง

หัวใจสำคัญของการแก้โจทย์นี้คือ การนำ AI และ Digital Transformation เข้ามาปรับปรุงและรื้อกระบวนการทำงานใหม่ทั้งหมด (Re-engineering)

รศ.ดร.ทีปกร ระบุว่า งานราชการจำนวนมากในปัจจุบันยังคงเป็นงานรูทีน งานเอกสาร หรืองานประมวลผลข้อมูล ซึ่งเป็นรูปแบบงานที่ AI สามารถทำได้ดีกว่า แม่นยำกว่า และรวดเร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า การดึง AI เข้ามาเสริมจะช่วยยกระดับผลิตภาพต่อหัว (Productivity) ของข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบให้สูงขึ้น ส่งผลให้ภาครัฐสามารถลดจำนวนบุคลากรลงได้ โดยที่เนื้องานกลับได้ปริมาณมากขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้น

ทว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งลงมือทำเป็นอันดับแรกคือ การสร้าง Data Ecosystem หรือการทำให้ข้อมูลของภาครัฐสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้จริง

“AI จะทำงานได้ต้องมีฐานข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน หากข้อมูลยังกระจัดกระจายและแยกกันอยู่ตามกรมต่างๆ การปฏิรูปก็จะเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ เราต้องส่งเสริมเรื่อง Open Data เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐได้ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการคอร์รัปชันและเพิ่มความโปร่งใสไปพร้อมกัน”

3 ยุทธศาสตร์ How-to รื้อระบบจ้างงาน-ลงคลาวด์กลาง-UpSkill คน

ในส่วนของข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ต่อรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ (How-to) รศ.ดร.ทีปกร ได้เน้นย้ำ 3 ประเด็นหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่:

  1. ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงานให้ยืดหยุ่น: ภาครัฐไม่จำเป็นต้องจ้างบุคลากรทุกคนเป็นข้าราชการตลอดชีพในทุกตำแหน่ง ควรเพิ่มความยืดหยุ่นด้วยการจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialist) เข้ามาทำงานเป็นรายโครงการ หรือใช้รูปแบบการจ้างงานใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อตัดลดภาระงบประมาณผูกพันระยะยาวในรูปแบบบำนาญ
  2. ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI กลาง: รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างระบบคลาวด์กลาง (Central Cloud) และพัฒนาโมเดล AI กลางที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานบริการภาครัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการจัดซื้อจัดจ้างเทคโนโลยีในแต่ละหน่วยงาน และช่วยให้การเปลี่ยนผ่านระดับประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  3. พัฒนาทักษะบุคลากร (Reskill/Upskill): ต้องเตรียมความพร้อมให้ข้าราชการที่เหลืออยู่สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การปฏิรูปคนไม่ใช่แค่การคัดคนออกจากระบบ แต่คือการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรให้สูงขึ้น เพื่อใช้เทคโนโลยีในการตัดสินใจและให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

ออกแบบรัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง

รศ.ดร.ทีปกร สรุปทิ้งท้ายว่า การปฏิรูปข้าราชการในครั้งนี้จะต้องไม่หยุดอยู่แค่การทำให้บรรลุเป้าหมายตัวเลขลดคน 15% เท่านั้น แต่คือการรื้อโมเดลการทำงานของภาครัฐทั้งหมด

“การปฏิรูปข้าราชการในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การลดจำนวนคนตามเป้าหมายตัวเลข 15% เท่านั้น แต่คือการปรับโมเดลการทำงานของภาครัฐให้เป็น ‘รัฐที่เล็กลงแต่ทรงพลังมากขึ้น’ โดยใช้เทคโนโลยีและ AI เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อน เพื่อความยั่งยืนทางการคลังและเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน”