มูลนิธิกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จัดนิเทศ “บันทึกกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33” ภายใต้การมอบหมายของ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ให้ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ รองประธานมูลนิธิ เป็นประธานพิธีเปิดงานนิเทศ “บันทึกกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33” เพื่อถอดบทเรียนที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาในอนาคต
งานนิเทศ “บันทึกกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33” ซึ่งจัดโดยมูลนิธิกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 13 เป็นงานต่อเนื่องจากการจัดเสวนา “บทสรุปซีเกมส์ ครั้งที่ 33” เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งได้งานระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬา และสื่อมวลชน เพื่อถอดบทเรียนที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาในอนาคตนั้น ในวันนี้ทางคณะทำงานด้านวิชาการได้นำข้อมูลจากการเสวนามาสรุปเพื่อนำเสนอให้ผู้ร่วมการนิเทศ ได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก คณะทำงานด้านวิชาการ บันทึกกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รองผู้การการกีฬาแห่งประเทศไทย นำเสนอข้อมูลจากการเสวนาที่ผ่านมา การเป็นเจ้าภาพการแข่งขันของประเทศไทย มีระยะห่างจากครั้งสุดท้ายที่ประเทศไทยได้รับเกียรติถึง 18 ปี จังหวัดเจ้าภาพจัดการแข่งขันถึง 3 จังหวัดหลัก ชิงเหรียญรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ระหว่างทางเจอทั้งมรสุมทางการเมือง สถานการณ์ชายแดน และเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ทำให้เกิดผลกระทบในการจัดการแข่งขัน ประเด็นที่มีการพูดถึงมากที่สุดหลายประการ งบประมาณไม่เพียงพอ ชนิดกีฬาแข่งขันมีมากกว่าจำนวนประมาณการงบประมาณ การรวมซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ การเปลี่ยนสนามแข่งขันจากที่เตรียมไว้เดิม การเตรียมรองรับนักกีฬาไว้เต็มจำนวน รวมถึงโครงสร้างการบริหารจัดการแข่งขันที่รวมกลุ่มงานไว้ส่วนเดียว ประกอบกับการจัดจ้างผู้จัดงานกระจายหลายหลากกลุ่ม ขาดความเชี่ยวชาญในการจัดมหกรรมกีฬาระดับประเทศ
นายวิวัฒน์ วิกรานตโนรส เลขานุการมูลนิธิฯ อดีตรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันมหกรรมกีฬาระหว่างประเทศ และแนวคิดการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “มหกรรมกีฬา” หลักสำคัญที่ต้องวางแผนให้ดี ต้องมีเป้าหมายการเป็นเจ้าภาพ แผนงานการเป็นเจ้าภาพ พร้อมทั้งทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา ในแนวนโยบายของภาครัฐต้องมีความสำคัญไม่ว่าจะมีเปลี่ยนรัฐบาล ควรจะเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกรัฐบาลรวมสานต่อ ให้ทุกภาคส่วนของรัฐได้ร่วมมือกันในกรอบใหญ่ ทำให้โครงสร้างองค์กรบริหารการแข่งขันครอบคลุมทุกภาคส่วน สร้างผลกระทบและผลลัพธ์เชิงคุณภาพ
นายณัฐวุฒิ เรืองเวส กรรมการมูลนิธิ และอดีตรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เล่าประสบการณ์การเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันซีเกมส์ ที่ผ่านมาก่อนการแข่งขันไม่ว่ามีปัญหาอุปสรรคจากการแข่งขัน การประชาสัมพันธ์ แต่พอนักกีฬามีผลงานทุกคนก็พร้อมใจกันให้กำลังใจ เพราะนักกีฬาทำผลงานได้ดี สิ่งที่สำคัญในเตรียมนักกีฬาให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน มีองค์ประกอบหลายด้านไม่ว่าจะเป็นการเก็บตัวนักกีฬา คู่ซ้อม ผู้ฝึกสอน ส่งนักกีฬาไปเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อเก็บคะแนน และสำคัญต้องใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา เวชศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีทางการกีฬา เพื่อสร้างขวัญกำลังให้นักกีฬา แต่ที่ผ่านมาการเตรียมนักกีฬาก็ประสบปัญหามายาวนาน แผนงานไม่ครบถ้วน กฎระเบียบต้องยอมรับว่ายังไม่ยืดหยุ่น อาทิต้องใช้เงินงบประมาณให้ถูกต้องมาระเบียบต่าง ๆ ทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญ ระบบการศึกษาของไทยไม่เอื้ออำนวยต่อการเป็นนักกีฬา ไม่ว่าจะขอตัวเพื่อให้นักกีฬาเก็บตัวเพื่อเตรียมตัวไปแข่งขัน ทำให้ไม่เกิดความต่อเนื่องทั้งหมดเป็นข้อเสนอแนะสำหรับการเตรียมนักกีฬาที่ผ่านมา
นายวรวุฒิ พงษ์ธีระผล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ในมุมมองของสื่อมวลชน การจัการแข่งขันความพร้อมไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน อยู่ที่โครงสร้าง การบริหารจัดการ ความไม่เรียบร้อยจากเหตุธรรมชาติ คงแก้ไขไม่ได้ แต่เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไรให้ปัญหารับการแก้ไข ต่อไป แต่ในวันนี้เรามาวิเคราะห์กันให้การจัดการแข่งขันนานาชาติต่อไปให้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญสุดคือนโยบายรัฐสำคัญที่สุด และออกาไนซ์ที่เข้ามาช่วยงานควรมืออาชีพ มีความรู้เรื่องกีฬา
นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายเป็นเลิศ ได้แสดงความคิดเห็น เป็นแนวทางในการบริหารจัดการ ทั้งดีและไม่ดี การเปรียบเทียบทางโครงสร้าง ความไม่ต่อเนื่องของการเป็นเจ้าภาพของไทย ที่เป็นระยะเวลายาวนานมากที่เราจัดมหกรรมกีฬาระดับประเทศกว่าหลายสิบปี ในการที่จะเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาใหญ่ ๆ เราต้องมีผู้นำของประเทศที่มีความชัดเจนในการจัดมหกรรมกีฬานั้นนั้น
ท้ายนี้ เราคงได้เห็นการพัฒนาการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติและระดับนานาชาติต่อไป หากท่านใดประสงค์ขอรับหนังสือ “บันทึกกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33” แจ้งความจำนงค์มาที่ www.facebook.com/มูลนิกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 13





