อังกฤษคว่ำบาตรนำเข้าสินค้ายิวผลิตในเวสต์แบงก์ กดดันใช้แนวทางสองรัฐ

อังกฤษคว่ำบาตรนำเข้าสินค้ายิวผลิตในเวสต์แบงก์ กดดันใช้แนวทางสองรัฐ

รอยเตอร์รายงานว่า ในวันที่ 8 กันยายน เอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร จะประกาศห้ามนำเข้าสินค้าผลิตในถิ่นฐานของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นมาตรการยกระดับการกดดันของสหราชอาณาจักรในการใช้แนวทางสองรัฐ กล่าวคือเป็นการแก้ไขความขัดแย้งด้วยการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์และอิสราเอลเคียงคู่กัน ส่งผลให้นายเบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของอิสราเอล เรียกร้องให้ขับเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรออกจากประเทศ

อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อมูลค่าการค้าระหว่างอังกฤษกับอิสราเอลซึ่งอยู่ที่ราว 6,000 ล้านปอนด์ หรือ 8,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาจจะยังไม่มากนัก เนื่องจากว่ายังไม่มีความชัดเจนว่าสหราชอาณาจักรจะใช้วิธีใดในการแยกแยะสินค้าที่ผลิตในถิ่นฐานของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ ออกจากสินค้าที่ผลิตในอิสราเอล

ก่อนหน้านี้ มิลลิแบนด์ ส่งสัญญาณเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ต้องการปรับเปลี่ยนนโยบายของสหราชณาจักรต่ออิสราเอล และนายแอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ได้หารือเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลาง กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ โดยเขาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของแนวทางการแก้ปัญหาด้วยการจัดตั้งสองรัฐด้วย

Advertisement

ประเด็นที่เป็นข้อพิพาทคือโครงการก่อสร้างนิคม E1 ของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งมิลลิแบนด์และนักการเมืองชาติตะวันตกรายอื่นๆ ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะตัดผ่านพื้นที่ที่ชาวปาเลสไตน์ต้องการใช้เป็นดินแดนสำหรับจัดตั้งรัฐของตนเอง

หน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติและรัฐบาลส่วนใหญ่ รวมถึงสหราชอาณาจักร มองว่า การตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และถือว่าเวสต์แบงก์เป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้การยึดครองทางทหาร กระนั้นก็ดี อิสราเอลกล่าวว่า ดินแดนดังกล่าวเป็นพื้นที่พิพาท ไม่ใช่ดินแดนที่ถูกยึดครอง พร้อมยืนยันว่าชาวอิสราเอลมีสิทธิทางประวัติศาสตร์เหนือดินแดนแห่งนี้

สเปน ไอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ได้ดำเนินมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่มีผลิตในถิ่นฐานของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์แล้ว ทั้งนี้ มาตรการห้ามนำเข้าของแต่ละประเทศจะยังไม่ได้มีผลบังคับใช้ทั้งหมด