ในยุคที่ ‘ร้านกาแฟ’ หาได้ง่ายพอๆ กับร้านสะดวกซื้อ เราจะแบ่งชนชั้นความเทสต์ดีไปเพื่ออะไร?

ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่ ‘การดื่มกาแฟ’ ถูกแบ่งแยกออกเป็นชนชั้น เช่น คนรู้จริงต้องดื่มกาแฟสเปเชียลตี้ ราคาต่ำกว่า 100 ไม่ดื่ม หรือบูลลี่คนที่ดื่มเอสเย็น ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว กาแฟมันคือ “พืชที่โกหกไม่ได้”
‘มะเป้ง – พงษ์ศิลา คำมาก’ เลขาธิการสมาคมกาแฟพิเศษไทย (Specialty Coffee Association of Thailand – SCATH) เชื่อว่า ทุกวันนี้ กาแฟที่แย่หาได้ยากกว่ากาแฟที่ดี และการที่บางร้านขายในราคาต่ำกว่า 100 บาท ก็ไม่หมายความว่า คุณภาพเมล็ดจะแย่กว่าร้านอื่นๆ ที่แพงเลย
กลับกัน กาแฟที่ดีนั้นอาจไม่ใช่กาแฟที่กวาดรางวัลมามากมาย หรือใครๆ ก็ต้องแห่ไปซื้อ แต่เป็นกาแฟที่เรารู้สึกว่า ‘เหมาะสม’ กับตนเองต่างหาก
“มันมีพื้นที่ให้ทุกคน มันมีทุก segment ราคาให้ทุกคน ไม่จำเป็นจะต้องแห่ไปกินกาแฟที่ดีที่สุด” มะเป้งกล่าว
ไม่ต้องได้อันดับ 1 คนก็มาแย่งกันประมูลได้ เพราะของแบบนี้อยู่ที่ความชอบจริงๆ

จริงๆ แล้ว ‘สมาคมกาแฟพิเศษไทย’ ที่มะเป้งอยู่ ก็มีจุดประสงค์เพื่อรวมตัวผู้ประกอบการภาคเอกชนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ในการพัฒนาคุณภาพอุตสาหกรรมกาแฟไทย ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำอย่างยั่งยืน
สมาคมฯ จึงมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนวงการกาแฟไทย รวมถึงมีการประกวด ‘สุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษไทย’ ผ่านการจัดแรงก์เมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดจากแต่ละสวน แล้วมาเปิดประมูลให้ร้านกาแฟต่างๆ นำไปขายเป็นแคมเปญพิเศษด้วย
อย่างในปีล่าสุด เมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดถูกประมูลไปในราคากว่า 30,000 บาทต่อกิโลกรัมเลย แต่สิ่งที่มะเป้งชอบยิ่งกว่านั้นคือการที่เมล็ดกาแฟอันดับอื่นๆ ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน
“พอคนรู้ว่าตัวเองชอบแบบไหนและต้องการรสชาติแบบไหน พี่ว่าดี พี่ไม่ได้ต้องการว่า แรงก์ 1 คือดีที่สุด ทุกคนต้องเทไป พี่ชอบที่แรงก์ 4 ก็มีคนชอบ มันแปลว่า Coffee Literature เราดี ไม่มีใครสามารถมาบอกได้ว่าอันไหนดีไม่ดี คนดื่มเป็นคนที่รู้ตัวเอง พี่ว่านี่คือความมั่นคงของอุตสาหกรรมด้วย กาแฟเป็นพืชที่โกหกไม่ได้”
และด้วยความที่มันเป็นพืชที่โกหกไม่ได้นี่ล่ะ มะเป้งจึงบอกว่า ต่อให้ทุ่มทำการตลาดขนาดไหน แต่รสชาติที่ทานก็ยังเป็นของจริง ส่งผลให้ความคุ้มค่าของแต่ละคนขึ้นอยู่กับว่า พวกเขายินดีจ่ายเท่าไรให้กับกาแฟรสชาติประมาณไหน แค่นั้นเอง
อย่ามาบูลลี่นะ เพราะสมาคมฯ ก็มีประกวดทำเอสเย็นด้วย

ขณะเดียวกัน ท่ามกลางสังคมที่บางคนชอบบูลลี่เมนู ‘เอสเย็น’ รู้หรือไม่ว่า ทางสมาคมฯ มีการจัดการแข่งขันเอสเย็นด้วยนะ แถมเป็นเวทีที่ดุเดือดมากๆ ด้วย?
มะเป้งอธิบายว่า สมาคมฯ ไม่ต้องการผลักใครออกไปจากอุตสาหกรรมกาแฟ และทุกคนไม่จำเป็นต้องคิดหรือชอบเหมือนกัน ซึ่งการแข่งขันนี้ก็จัดขึ้นมาเพื่อผลักดันให้ผู้เข้าร่วมพยายามหาสูตรเอสเย็นที่ลงตัวที่สุด
มะเป้งเล่าว่า จุดกำเนิดของเอสเย็นในประเทศไทยมาจากการที่เมื่อก่อน บ้านเราดื่มกาแฟเป็นฟังก์ชัน ไม่มีความละเมียดละไมอะไร และการคั่วคือการทำให้เมล็ดกาแฟไหม้ ซึ่งพอมันขม ก็เลยเอาความหวานเติมเข้าไปเฉยๆ
แต่สำหรับตอนนี้ มะเป้งมองว่า บริบทของเอสเย็นเปลี่ยนไปแล้ว เพราะมีความละเอียดมากขึ้น ผ่านการพยายามเติมความหวานให้เข้าไปเจอความเข้มข้นของกาแฟอย่างสมดุลที่สุด
“มันไม่มีถูกไม่มีผิดหรอก แต่ละประเทศเขาก็มีวิธีกินกาแฟแบบแปลกๆ มันไม่ค่อยมีข้อจำกัด แต่พอเป็นเมืองไทยปุ๊บ ต่างชาติเวลาเขามา เขาบอก เอสเย็นคืออะไร? พอบอกลองสิ มันเป็น Traditional Thai นะ เขาลอง ก็ชอบทุกคน” มะเป้งกล่าว
เปิดร้านกาแฟ ก็ไม่จำเป็นต้องทุ่มไปกับเครื่องราคาหลักหลายแสน

ทุกวันนี้ มะเป้งจึงไม่ได้ห่วงเลยว่าตลาดกาแฟในประเทศไทยจะไม่โต เพราะมองว่ามีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือการที่คนลงมาเล่นในตลาดกาแฟ โดยไม่ศึกษาหาความรู้เลยต่างหาก
มะเป้งบอกว่า ธุรกิจกาแฟเป็นธุรกิจที่ “ไม่มีสูตรสำเร็จ” และปัจจุบัน ร้านกาแฟในไทยก้าวข้ามผ่านการเป็นร้านสวยๆ หรือร้านเพื่อถ่ายรูปไปแล้ว ซึ่งร้านที่จะอยู่รอดได้ คือร้านที่มี ‘คาแรกเตอร์’ เป็นของตนเอง
ขณะเดียวกัน มะเป้งยังพูดถึง ‘ความยั่งยืน’ ของธุรกิจร้านกาแฟ โดยอธิบายว่า บางคนมองว่า การซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบแพงๆ มาตั้งแต่แรก อาจช่วยการันตีความสำเร็จ แต่ความจริงแล้ว มันไม่ได้แปลว่าธุรกิจจะรอด
มะเป้งยังเปรียบเทียบการเปิดร้านกาแฟกับการแข่งรถ เพราะในต่างประเทศ นักแข่งรถมือใหม่มักเริ่มจากรถรุ่นที่เล็กที่สุดก่อน แล้วค่อยๆ ไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ จนการันตีความสามารถพอประมาณ ถึงเริ่มขับ Supercar
กลับกัน ในประเทศไทย บางคนยอมทุ่มเงินถึง 7 แสนบาทในการซื้อเครื่องทำกาแฟเครื่องแรกในชีวิต ซึ่งมะเป้งมองว่า จริงๆ แล้ว การเปิดร้านกาแฟสามารถเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไปได้
“ถ้าลูกค้ารัก เครื่อง 3 หมื่นลูกค้าก็รัก แต่ถ้าลูกค้ากินแล้วลูกค้าไม่รัก เครื่อง 7 แสนลูกค้าก็ไม่รัก”
ไม่ว่าจะชอบกาแฟแบบไหน ก็มา Thailand Coffee Fest 2026 ได้

อ่านมาถึงตรงนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกาแฟแบบไหน เป็นเกษตรกร เป็นผู้ประกอบการ หรือแค่เป็นคนที่สนใจในเรื่องกาแฟ ในวันที่ 10-13 กันยายน 2026 ก็กำลังจะมีงาน ‘Thailand Coffee Fest’ ที่ IMPACT Exhibition Center Hall 5-8 เมืองทองธานีด้วยนะ
นับเป็นปีที่ 11 ของงาน Thailand Coffee Fest แล้ว โดยความพิเศษของปีนี้คือ ประสบการณ์ที่หลากหลายกว่าเดิม ผ่านการออกแบบพื้นที่กิจกรรม เพื่อให้ทุกคนได้ค้นพบโลกของกาแฟในมิติที่แตกต่าง เช่น
- โซน Coffee Around the World: รวบรวมฟาร์มกาแฟ โรงคั่ว และวัฒนธรรมกาแฟจากหลากหลายประเทศ พร้อมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับแชมป์จากเวทีระดับโลก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ
- โซน Coffee Stage: มาอัปเดตเทรนด์ อินไซต์ รวมถึงทิศทางใหม่ของวงการกาแฟ ผ่าน Talks & Shows จากผู้เชี่ยวชาญ นักสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการ
- โซน Coffee People by SCATH: พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมค้นพบเรื่องราวของกาแฟพิเศษไทยจากผู้คนที่อยู่เบื้องหลังทุกแก้ว ตั้งแต่เกษตรกร จนถึงบาริสต้ามืออาชีพ
- โซน Coffee & More Village: รวมรวมกาแฟ โรงคั่ว คาเฟ่ มัตฉะ ชา เบเกอรี ช็อกโกแลต และสินค้าคราฟต์กว่า 200 ร้านไว้ในที่เดียว
- โซน Coffee Arena: เวทีการแข่งขันกาแฟระดับประเทศ Thailand Coffee Championships 2027 เพื่อเฟ้นหาตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในเวทีระดับโลก และการแข่งขัน Thailand Es Yen Championship 2026 พร้อมลิ้มรสกาแฟคุณภาพดีจากเวที Thai Specialty Coffee Awards 2026
จะเห็นว่า จริงๆ แล้ว กาแฟนั้นมีความหลากหลายมาก และตราบใดที่เมล็ดกาแฟยังมีคุณภาพอยู่ กาแฟทุกรูปแบบก็จะมีฐานแฟนคลับเป็นของตนเอง
เพราะสุดท้าย กาแฟที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่กาแฟที่ได้รับรางวัลมามากมายหรือมีราคาแพง แต่เป็นกาแฟที่มีรสชาติและกลิ่นเหมาะสมกับตัวเราเองที่สุดต่างหาก
ที่มา: SCATH
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




