
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 3
จากนั้น เวลา 23.00 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกหารือว่า เมื่อสักครู่ประธานสภาฯ ได้ใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจว่าวันที่ 10 กันยายน จะพิจารณาพ.ร.บ.งบฯ 70 ต่อ ซึ่งฝ่ายค้านเราไม่ได้ขัดข้อง แต่เห็นว่าหากวันที่ 10 กันยายน อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯ 70 เสร็จสิ้น ในวันที่ 11 กันยายนมีความประสงค์ที่จะพิจารณาสองวาระสำคัญคือญัตติปัญหาชายแดนใต้และรายงานของกกต. ซึ่งนายโสภณยินดีจะนัดประชุมในวันที่ 11 กันยายนหรือไม่ ซึ่งหวังว่าเพื่อนสมาชิกจะยังคงสะดวกเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ฝ่ายค้านได้หารือและเห็นตรงกันว่าเราพร้อมที่จะให้มีการนัดประชุมในวันที่ 11 กันยายนเพื่อพูดคุยกัน 2 เรื่องดังกล่าว
นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
กล่าวว่า นายโสภณยังไม่ได้บอกว่าเห็นด้วย แต่ท่านยินดีที่จะดำเนินการ หากวิปทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันวันนี้ท่านต้องคุยกันให้เรียบร้อย ฉะนั้น ขอให้วิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลไปคุยกัน แต่ตนขอดำเนินการประชุมต่อ เนื่องจากร่างงบประมาณก็มีความสำคัญในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศช่วงดึก เป็นไปด้วยความราบรื่น โดยช่วงหนึ่งระหว่างการพิจารณามาตรา 24 กระทรวงศึกษาธิการ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้ลงมาพูดคุย สส.ของพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง ในฐานะประธานวิปรัฐบาล นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย ในฐานะวิปรัฐบาล ขณะที่ สส.พรรคประชาชน ก็มีการจับกลุ่มพูดคุยกันเช่นเดียวกัน อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค
กระทั่ง เวลา 23.30 น. มีรายงานว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล นำโดยพรรคภูมิใจไทย ได้มีการหารือและนัดหมาย สส. เพื่อเตรียมความพร้อมในการร่วมประชุมอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะพิจารณาถึงมาตรา 32 ว่าด้วยงบประมาณหน่วยงานขององค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ ซึ่งเป็นที่จับตาว่าจะมีการอภิปรายพาดพิงถึงงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย
โดยแหล่งข่าวจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลมีความตั้งใจจะอภิปรายลากยาวให้มาตรา 32 ดังกล่าวพิจารณาแล้วเสร็จภายในคืนนี้ แม้ว่าจะล่วงเลยไปถึงเวลา 03.00-05.00 น. เพื่อให้ช่วงเวลาที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายถึงสำนักงาน กกต. รวมถึงคดีฮั้ว สว. ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่เป็นที่สนใจของประชาชน เพราะหากอภิปรายในช่วงเช้าของวันที่ 10 กันยายน คาดว่าประชาชนจะให้ความสนใจติดตามการอภิปรายมากกว่า
สอดคล้องกับบรรยากาศที่ในช่วงหนึ่ง น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้ลงจากบัลลังก์มาพูดคุยหารือกับ สส.พรรคภูมิใจไทย บริเวณที่นั่งด้านล่างในช่วงเวลาประมาณ 23.30 น.
อย่างไรก็ตาม แม้ประธานในที่ประชุมจะขอให้คณะกรรมการประสานงานร่วม (วิป) ทั้ง 2 ฝ่ายไปหารือกันว่าจะมีการกำหนดวาระในวันที่ 10-11 กันยายนอย่างไร ซึ่งเดิมทีมีการหารือด้วยวาจากันว่า จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ให้แล้วเสร็จในวันที่ 10 กันยายน และนัดประชุมสภาฯ ในวันที่ 11 กันยายน เพื่อพิจารณาญัตติด่วนสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ ตามด้วยวาระรับทราบรายงานการปฏิบัติงานในปี 2567 ของสำนักงาน กกต.
ล่าสุด เวลา 23.45 น. นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ได้แก้สถานการณ์โดยการขอให้นับองค์ประชุม ระหว่างการพิจารณาในมาตรา 25 งบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลบางคน ขอให้รอสมาชิกเดินทางกลับเข้ามาเป็นองค์ประชุมก่อน
ขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ฝ่ายค้านพร้อมถอนญัตติให้นับองค์ประชุม หากวันนี้มีความชัดเจนว่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ให้จบในวันที่ 10 กันยายนภายในเวลาเท่าไร เพราะตนเห็นใจเจ้าหน้าที่ อีกทั้งฝ่ายค้านพร้อมให้ความร่วมมือในการถอนชื่อผู้อภิปรายออกแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร
โดยระหว่างที่นายปกรณ์วุฒิกำลังหารือ ได้มี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลส่งเสียงแทรกเป็นระยะ ทำให้นายปกรณ์วุฒิปรามว่า ขอให้มีมารยาทหน่อย
ต่อมา นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้หารือว่า เราเหนื่อยล้ามาหลายวัน แต่เราเห็นตรงกันใช้หรือไม่ว่า คืนนี้หลังเที่ยงคืนไปแล้ว ประธานจะพักการประชุมและนัดประชุมต่อ ซึ่งเคยปฏิบัติกันมาช้านาน สมัยก่อนประชุม 7 วัน 7 คืนก็เคยมาแล้ว จึงเห็นว่าสมาชิกควรหาทางออกร่วมกัน
จนในที่สุดเวลา 23.55 น. นายเลิศศักดิ์ได้ปิดการแสดงตน พบว่ามีองค์ประชุมทั้งหมด 284 คน ถือว่าครบองค์ประชุม ทำให้การประชุมดำเนินต่อไปได้ โดยนายเลิศศักดิ์กำชับให้สมาชิกหารือร่วมกัน




