
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกม “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ถึงสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 13 กันยายน โดยประตูเดียวในเกมนี้มาจากการยิงของเออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ในนาทีที่ 60 ซึ่งเป็นจังหวะปัญหา เพราะไลน์แมนได้ยกธงล้ำหน้า และไมเคิล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสินในสนามไม่ให้เป็นประตู แต่กรรมการวีเออาร์ได้ตัดสินว่าฮาแลนด์ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า และให้เป็นประตู ผลลงเอยด้วยการคว้า 3 แต้มของทีมเรือใบสีฟ้า ท่ามกลางการวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในโลกฟุตบอล
ล่าสุด สมาคมผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ(โปรเรฟ) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ผู้ตัดสินวีเออาร์ได้มีการตัดสินผิดพลาดในจังหวะได้ประตูของแมนซิตี้ ว่า การตัดสินในสนามเบื้องต้น คือ ฮาแลนด์อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ซึ่งวีเออาร์ได้ตรวจสอบแล้วและพบว่าเขาอยู่ในตำแหน่งไม่ล้ำหน้า ในการบุกครั้งเดียวกัน มีการตรวจสอบแล้วว่าเอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ กองกลางแมนซิตี้ ไม่ได้สัมผัสบอล ดังนั้น การพิจารณาว่าจะเป็นการล้ำหน้าหรือไม่จึงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้วีเออาร์ไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่น่าจะเกิดขึ้นจากตำแหน่งของเขา และควรแนะนำให้ผู้ตัดสินตรวจสอบเหตุการณ์ด้วยตัวเองที่ข้างสนาม เราได้ติดต่อกับแมนยูในช่วงค่ำวันนี้ เพื่อยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นความผิดพลาดในการใช้ดุลยพินิจ และจะมีการทบทวนเหตุการณ์ดังกล่าวต่อไป
ด้านไมเคิล คาร์ริก กุนซือแมนยู กล่าวหลังจบเกมนี้ว่า ไม่เข้าใจว่าวีเออาร์ให้เป็นประตูได้อย่างไร ทั้งที่มีการเพิ่มขั้นตอนและมีคน มีหน่วยงาน มีจอภาพ และสำนักงานต่างๆ มากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อพยายามให้ได้มาซึ่งคำตัดสินที่ถูกต้อง ถ้านี่คือวิธีที่พวกเขาตีความกฎ ว่าเฟร์นานเดซไม่ได้มีส่วนรบกวนการเล่น ทั้งที่พุ่งตัวเข้าหาบอลซึ่งอยู่ห่างจากปากประตูแค่ 6 หลา และแทบจะสัมผัสบอลอยู่แล้ว แถมเส้นที่พวกเขาลากเพื่อพิจารณาในตอนแรกก็ยังดูน่าสงสัย มันเป็นเรื่องน่ากังวล หากว่าเป็นวิธีที่คนทำหน้าที่ตัดสินมองและตีความเกมฟุตบอลจริงๆ




