กกต.พัลวัน ยันส่งสำนวนฮั้วส.ว. ชุด 26 ให้ศาลฎีกา กรวีร์ จวกสะเพร่า ทำภูมิใจไทยเสียหาย

เมื่อวันที่ 16 กันยายน เวลา 16.55 น. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า เรื่องการป้องกันทุจริตเลือกส.ว. กกต.เห็นว่าปัญหาที่คนมาอยู่ด้วยกันมากๆ เพื่อต้องการเป็นสว.อาจทำเกินเจตนารมณ์ที่กฎหมายกำหนด กกต.จึงออกระเบียบแนะนำตัวให้พิจาณาจากสว. 3 เท่านั้น ไม่สามารถขอคะแนนกันได้ ให้อ่านจากประวัติ เพื่อพิจารณาความเหมาะสม โดยดูจากสว. 3 เท่านั้น ส่วนเอกสารที่ให้นำเข้าไปหรือโพยนั้น กกต.กำหนดห้ามนำโพยเข้าไป

นายแสวง กล่าวต่อว่า แต่สุดท้ายระเบียบแนะนำตัวถูกยกเลิก ถ้ากกต.อุทธรณ์จะทำให้ขยายเวลาเลือกสว.ออกไปอีก ทำให้ผู้สมัครมีสิทธิเสรีภาพ กลุ่มอาชีพเดียวกัน นั่งรถคันเดียวกันมา นอนโรงแรมเดียวกันสามารถทำได้ ถูกกฎหมาย เพราะระเบียบแนะนำถูกยกเลิก แต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นก็อยู่ในข้อเท็จจริงที่กกต.สืบสวนได้ หากมีการทำผิดกฎหมาย กกต.ทำให้การเลือกสว.สุจริต แต่การเลือกวันที่ 26 กรกฎาคมที่มีผู้มีสิทธิเลือก 3 พันกว่าคน กกต.ก็เดินตรวจตราในนั้น

นายแสวง กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ เรียกเก็บเอกสารทุกอย่างไว้หมด ไม่ได้นิ่งนอนใจ ส่วนคำวินิจฉัยกกต.ที่ออกมาจะตอบทุกเรื่องทั้งข้อเท็จจริงและเหตุผล ส่วนการขอเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมจากกกต.นั้น ก็จะพิจารณาจะเปิดเผยได้แค่ไหน ส่วนเอกสารที่จะส่งให้ศาลฎีกานั้น มีกี่แผ่นจะส่งให้หมด ทั้งคำวินิจฉัย ความเห็นเลขาธิการกกต. อนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และ 36 ส่วนกรณีที่จะให้รื้อฟื้นคดีใหม่ หากศาลฎีกาพบการเชื่อมโยงมากกว่าที่ กกต.วินิจฉัยนั้น กกต.สามารถดำเนินการเป็นกรณีตามความปรากฏได้

Advertisement

ขณะที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะประธานคณะกรรมการชุดที่ 26 ชี้แจงว่า เมื่อมีเรื่องร้องเรียน ไม่ว่าจังหวัดใดต้องตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณา เมื่อพิจารณาแล้วต้องส่งให้เลขาธิการพิจารณาคดีปกติทั่วไป เมื่อเลขาธิการมีความเห็นแล้วต้องส่งไปยังอนุวินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้ง เพื่อพิจารณากลั่นกรองก่อนเข้า กกต. ปกติจะมี 35 คณะ

ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ตั้งคณะที่ 36 เหตุผลเดียวกันกับที่ตั้งอนุกรรมการชุดที่ 26 เพื่อรองรับสำนวนที่มีจำนวนมาก และยุ่งยาก ส่วนการกันไว้เป็นพยานเมื่อ กกต.มีมติแล้วสำนักงานต้องพิจารณาเสนอความเห็นให้ กกต. อาจยกเลิกการกันไว้เป็นพยานหรือดำเนินคดีอาญา หากเห็นว่ามีความจำเป็นอาจทำความเห็นเป็นอย่างอื่นเพื่อเสนอต่อ กกต. เพื่อให้มีมติ สำหรับอีก 3 สำนวนนั้นถูกเสนอต่อ กกต.แล้ว โดย กกต. สั่งสอบเพิ่มเติมจะทราบผลเร็วๆ นี้ ส่วนเอกสารหลุดแจ้งความดำเนินคดีแล้วและตนถูกสอบทุกทีเพราะเป็นต้นน้ำ

จากนั้น นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า มี 2 อย่างคือ ประธานคณะชุดที่ 26 ทำงานไม่ได้เรื่องที่ปล่อยให้ข้อมูลในกระบวนการหลุดไปยังคนภายนอกและที่ไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้น จะรับผิดชอบอย่างไร ส่วนที่แจ้งหนังสือและไม่มีใครชี้แจงเพราะตนทำหนังสือถามไปแต่ไม่มีการตอบกลับถึงข้อต่อสู้ นอกจากนั้น กกต. มีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้ข้อมูลหลุดไปจนถึงมือคนภายนอกและทำความเสียหายกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ และจะรับผิดชอบต่อการทำงานที่สะเพร่าอย่างไร

ร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงว่า สำนวนมาอยู่ที่ตน 4 เดือน เก็บใส่ตู้อย่างดี ไม่เคยหลุด ส่วนหนังสือข้อต่อสู้ ได้ทำอย่างละเอียดที่สุดแล้ว ไม่หลงข้อต่อสู้ได้

ทำให้ นายภราดร ลุกซักถามต่อว่า หนังสือที่ได้รับเป็นข้อกล่าวหารวม ไม่มีรายละเอียดชัดเจนจะให้ตอบแบบไหน ซึ่ง ร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงโดยยืนยันว่าทำละเอียดที่สุดแล้ว จากนั้น นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซักถามว่า เห็นชื่อบางบุคคล ผู้ครอบครอง คือ นามสกุล “ด.ด.” เป็นอนุกรรมการร่วมด้วย แสดงว่าสำนวนสอบสวนมี 2 ชุดหรือไม่ และมีการทำสำเนาด้วยใช่หรือไม่

นายแสวง ชี้แจงว่า เอกสารหลุดคนที่ผ่านเอกสารมีหลายชั้น ทั้งคณะอนุกรรมการที่ 26 ความเห็นเลขาธิการ และคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 และ กกต. มีระบบรักษาความปลอดภัยแต่ละชั้น โดยได้ตั้งกรรมการสอบสวน ตอนนี้บอกอะไรมากไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องภายใน ส่วนข้อกล่าวหาจะเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สอบถามว่า กรณีการเผยแพร่คำวินิจฉัยของ กกต. ระหว่างที่กำลังจัดทำ ขอถามและขอคำยืนยันว่า จะมีการเปิดเผยการลงมติทุกครั้งของ กกต. หรือไม่ อย่างเมื่อวันที่ 15 กันยายนผ่านมา มีการเผยแพร่มติของทุกข้อกล่าวหา แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า กกต. แต่ละคนลงมติอย่างไร

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังขอถามถึงคลิปเหตุการณ์ในโรงแรมบีทู ซึ่งมีนายกท้องถิ่นจากหนองคายยอมรับว่า ตนเป็นเจ้าของเสียงในคลิปที่พูดว่าเราทำเพื่อข้างบน และจะมีเจ้าหน้าที่ข้างในมาดูแลพวกเรา จึงขอสอบถามว่า บุคคลนี้ไม่ได้อยู่ในสำนวนคดี แล้ว กกต. จะสืบสวนต่อไปหรือไม่

นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า ทุกครั้งที่มีการเปิดเผยข้อมูลในแต่ละช่วง หน่วยงานสืบสวนของเราก็มีการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปเหมือนกัน ซึ่งที่ผ่านมาก็ปรากฏข้อมูลในสำนวนอยู่แล้ว ซึ่งตนเองได้รายงานเลขาธิการ กกต. และ กกต. เพื่อทราบแล้ว อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลที่เปิดเผยออกมายังไม่ปรากฏในสำนวน เราสามารถตั้งเป็นสำนวนเพื่อดำเนินการได้