อารีย์ยังคงเป็นย่านที่มีร้านกินดื่มเยอะพอสมควร และก็มีร้านใหม่ มุมใหม่ๆ ให้ตามไปเช็กอินกันอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดเราไปเจอ LOLO อีกหนึ่งร้านใหม่ที่น่าสนใจตรงที่ไม่ได้วางตัวเองเป็นร้านอาหารเต็มรูปแบบเสียทีเดียว และก็ไม่ได้เป็นเพียงไวน์บาร์ เพราะสิ่งที่เจ้าของร้านอยากทำคือพื้นที่ที่เราสามารถมากินมื้อเย็นจริงจังได้ ขณะเดียวกันก็นั่งเปิดไวน์กับเพื่อนต่อยาวๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนร้าน
ประเด็นสำคัญ
เบื้องหลัง LOLO คือกลุ่มเพื่อน 3 คนที่ทำไวน์บาร์ด้วยกันมาราว 4 ปี ก่อนจะรีแบรนด์และปรับพื้นที่เดิมให้กลายเป็นร้านในรูปแบบ European Social Dining มากขึ้น คำว่า Social ในที่นี้จึงไม่ได้มีอะไรซับซ้อน แต่หมายถึงการกินที่ชวนให้สั่งอาหารหลายจานมาวางกลางโต๊ะ แล้วแชร์กันไปพร้อมกับไวน์


อาหารของร้านหยิบกลิ่นอายจากหลายพื้นที่ของยุโรป ทั้งอิตาลี ฝรั่งเศส และสเปน โดยมี การย่างด้วยเตาถ่าน เป็นหนึ่งในเทคนิคหลัก โดยเฉพาะเมนูเนื้อและซีฟู้ด วัตถุดิบหลายอย่างเลือกใช้ของในประเทศ ตั้งแต่ปลาจาระเม็ดทอง ปลาเต๋าเต้ย ไปจนถึงเนื้อไทยวากิว ก่อนนำมาจับกับซอสและองค์ประกอบแบบอาหารยุโรป
อีกอย่างที่ทำให้ที่นี้ยังมีกลิ่นของไวน์บาร์อยู่ชัดเจนคือ ที่นี่ไม่มีไวน์ลิตส์ตายตัว ร้านจะหมุนเวียนขวดใหม่เข้ามาเรื่อยๆ และคอยแนะนำตามรสที่แต่ละคนชอบหรืออาหารที่สั่ง มากกว่าจะยื่นลิสต์ยาวๆ มาให้เลือกเอง



The Vibe
บรรยากาศร้านมาในโทนค่อนข้างเรียบ ใช้สีธรรมชาติจับกับงานไม้และแสงอุ่นๆ ให้ความรู้สึกกึ่งร้านอาหารกึ่งไวน์บาร์มากกว่าร้านไฟน์ไดนิง หลายโต๊ะถูกจัดมาให้เหมาะกับการมากันเป็นกลุ่ม ซึ่งก็ไปด้วยกันกับวิธีกินแบบ Social Dining ที่เน้นสั่งหลายจานมาแชร์กันบนโต๊ะ
นอกจากพื้นที่ด้านล่างแล้ว บนชั้น 2 ยังมี Private Dining Room 3 ห้อง สำหรับกลุ่มเล็กไปจนถึงประมาณ 10 กว่าคน เผื่อใครอยากนัดกินข้าว เปิดไวน์ หรือจัดมื้อส่วนตัวกับกลุ่มเพื่อน



The Taste
สิ่งที่เห็นค่อนข้างชัดจากเมนูคือการย่างด้วยเตาถ่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคนิคหลักของครัว โดยเฉพาะเมนูโปรตีน
เริ่มจากจานที่เราชอบมากอย่าง Grey Pompano Charcoal Grill (450 บาท/100 กรัม) ปลาจาระเม็ดทองที่เนื้อดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่จุดที่ทำให้จานนี้น่าสนใจคือการย่างเตาถ่านจนหนังกรอบ ขณะที่เนื้อด้านในยังนุ่มเด้ง มีผักโขมอยู่ด้านในเพิ่มสัมผัส ก่อนเสิร์ฟกับซอสเนยอุ่นสไตล์ฝรั่งเศส ที่มีเลม่อน ใบเสจ และเคเปอร์ช่วยตัดความมันของปลา จานนี้เลยน่าจะถูกใจคนที่ชอบปลาเนื้อมันแต่ไม่อยากได้ซอสที่หนักเกินไป
Smoked Duck Breast (480 บาท) เป็นหนึ่งในจานที่เราว่าครัวจัดการโปรตีนได้เนี้ยบมาก เป็ดไม่มีกลิ่นสาบ เนื้อไม่แข็งหรือเด้งเป็นยาง แต่ยังมีความหนึบเล็กๆ หนังทำมากรอบจนให้อารมณ์คล้ายเป็ดปักกิ่ง ส่วนกลิ่นรมควันออกมาคล้ายสโมกแฮมดีๆ กินกับ Duck Jus รสเข้มแล้วเข้ากัน จานนี้เป็นอีกตัวที่ถ้ากลับไปเราน่าจะสั่งซ้ำ
อีกจานที่เราชอบไม่แพ้กันคือ LOLO Pasta (450 บาท) พาสต้าที่รวมปลาหมึกไข่ หอยตลับ และเห็ดเข้าด้วยกัน ซอสมีทั้งเนยฝรั่งเศสและพาร์เมซานชีส แต่ไม่ได้หนักอย่างที่คิด เพราะมีผิวเลมอนช่วยดึงความสดชื่นกลับมา เส้นที่เราได้ค่อนข้างนิ่ม แต่ภาพรวมเป็นจานที่รสกินง่ายและเหมาะกับการสั่งมาแชร์กัน



ถ้าอยากเริ่มมื้อด้วยอะไรที่เบาลงมา ก็มี Hamachi Crudo (480 บาท) ฮามาจิแล่ชิ้นหนา เสิร์ฟกับน้ำมันต้นหอมและน้ำมะเขือเทศ ตามด้วยกลิ่นทรัฟเฟิลและไข่ปลาแซลมอน เป็นจานที่มีทั้งความมันของปลาและความสดชื่นอยู่ด้วยกัน ส่วน Caesar V.2 (350 บาท) เป็นซีซาร์สลัดที่ใช้เบบี้คอสกับโพรชุตโตกรอบ เกล็ดขนมปังปรุงรส และน้ำสลัดซีซาร์โฮมเมด เป็นจานผักที่สั่งมาวางกลางโต๊ะแล้วช่วยสลับกับจานที่รสหนักได้ดี


ปิดท้ายด้วย Chocolate FAT Kids (320 บาท) เค้กช็อกโกแลตกับมาร์ชแมลโลว์เผาและไอศกรีมวานิลลา เป็นของหวานที่ไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่ทำหน้าที่ปิดมื้อได้ตรงไปตรงมา และก็ไปในทิศทางเดียวกับอาหารหลายจานของร้านที่เข้าใจง่าย กินสนุก และเหมาะกับการวางกลางโต๊ะแชร์กัน


[Error: Image 16 not found]
[Error: Image 17 not found]
Good for
ร้านนี้เราว่าเหมาะกับกลุ่มเพื่อนที่กำลังหาร้านกินมื้อเย็นแล้วสามารถเปิดไวน์นั่งต่อได้ยาวๆ โดยไม่ต้องย้ายร้าน โดยเฉพาะถ้าชอบอาหารย่างเตาถ่านและอยากสั่งหลายจานมาแชร์กัน LOLO ค่อนข้างตอบโจทย์ทั้งมื้อหลังเลิกงานและมื้อสังสรรค์ช่วงสุดสัปดาห์
LOLO
Location: อารีย์ซอย 4 ฝั่งเหนือ เจอสามแยกแล้วเลี้ยวขวา ร้านอยู่ขวามือ
Open: เปิดทุกวัน เวลา 14.00-23.00 น.
Contact: LOLO BKK
Reservation: Line OA @lolo.bkk
Parking: หน้าร้านจอดได้ประมาณ 6 คัน
Budget: ราคา 800-2,000 บาทต่อคน




