
ตามที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า มีแผนการจัดการแข่งขัน “ฟีฟ่า ยู-15 เวิลด์คัพ แอนด์ เฟสติวัล 2026” ครั้งแรก ที่กรุงบากู ประเทศ อาเซอร์ไบจาน ระหว่างวันที่ 22–31 ตุลาคม
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ตอบรับในการส่งทีมชาติไทย ยู-15 เข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ เพื่อให้เยาวชนไทย ที่อายุไม่เกิน 15 ปี ได้ประสบการณ์จากการแข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาติ และต่อยอดไปยังรุ่นอื่นๆ ในช่วงหลังจากนี้
ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ จะมีการวางแผน โดยจะใช้นักกีฬาทั้งหมด จากโครงการ FIFA TDS ประจำปี 2026 (เกิดหลังวันที่ 1 มกราคม 2554) โดยจะมีการคัดเลือกนักกีฬาทั้งหมด 14 คนในช่วงหลังจากนี้
สำหรับการแข่งขัน “ฟีฟ่า ยู-15 เวิลด์คัพ แอนด์ เฟสติวัล 2026” ทางฟีฟ่า มีวัตถุประสงค์ เน้นลดความกดดันเรื่องผลแพ้ชนะ และมุ่งเน้นให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะ มีโอกาสลงเล่นอย่างทั่วถึง โดยการแข่งขันรายการนี้ มีทั้งหมด 194 ชาติ ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขัน จะทำการแข่งขันในรูปแบบ 8v8 (รวมผู้รักษาประตู) โดยแข่งขัน 2 ครึ่ง ครึ่งละ 20 นาที ในสนามขนาด 68mx47-50m และสามารถเปลี่ยนตัวเข้าออก ได้ตลอดเวลา
นอกจากนี้ กรณีที่บอลออกด้านข้าง จะใช้การเตะแทนที่การทุ่มฟุตบอลแบบปกติ ขณะที่ กติกาออฟไซด์ จะเช็กลูกล้ำหน้าเฉพาะในพื้นที่ 1 ใน 3 ของแดนหน้า เท่านั้น เพื่อเปิดเกมบุกให้ไหลลื่นขึ้น
โดยการแข่งขัน จะแบ่งเป็น 2 เฟส เฟสแรก เป็นรองแบ่งกลุ่ม มีทั้งหมด 32 กลุ่ม กลุ่มละ 6-7 ทีม แข่งแบบพบกันหมด ไม่มีการคัดออก หลังจากนั้นจะมีการแบ่งเกรด และแข่งขันในเฟสสอง โดยทุกทีมที่เข้าร่วมจะได้ลงเล่นทีมละอย่างน้อย 7-10 นัดตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ และไม่มีการมอบแชมป์
ซึ่งทางฟีฟ่า ได้แจ้งโปรแกรมการแข่งขันของ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย U15 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีโปรแกรมการแข่งขันดังนี้
โดมินิกัน พบ ทีมชาติไทย
24 ตุลาคม 2569 เวลา 13.15 น. (เวลาประเทศไทย)
สนาม PITCH 9
สโลวาเกีย พบ ทีมชาติไทย
25 ตุลาคม 2569 เวลา 12.00 น. (เวลาประเทศไทย)
สนาม PITCH 8
ทีมชาติไทย พบ ซามัว
25 ตุลาคม 2569 เวลา 18.45 น. (เวลาประเทศไทย)
สนาม PITCH 8
โคลอมเบีย พบ ทีมชาติไทย
26 ตุลาคม 2569 เวลา 15.45 น. (เวลาประเทศไทย)
สนาม PITCH 3
ทีมชาติไทย พบ เอสวาตินี
26 ตุลาคม 2569 เวลา 22.30 น. (เวลาประเทศไทย)
สนาม PITCH 4




