เมื่อเวลา 16.14 น.วันที่ 20 กันยายน นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางถึงกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเตรียมเป็นประธานการประชุมทีมประเทศไทยในญี่ปุ่น โรงแรม Imperial Tokyo ในวันที่21 ก.ย.นี้ เพื่อรับฟังผลการปฏิบัติงาน ปัญหาและข้อเสนอแนะ เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานไทยในญี่ปุ่น สอดคล้องกับทิศทางและเป้าหมายของรัฐบาลในการส่งเสริมธุรกิจและการลงทุนจากญี่ปุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย รวมถึงการขยายห่วงโซ่อุปทานการผลิตและส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการลงทุนสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อสร้างโอกาสให้แก่ประชาชนและภาคเอกชนไทย

โดยทีมประเทศไทย ที่จะหารือประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานของไทยในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับประเทศนั้น บูรณาการการทำงานและขับเคลื่อนนโยบายของไทยในมิติด้านการทูต เศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังมีแนวคิด “ทีมประเทศไทย พลัส” เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยในต่างประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายและแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมร่วมกัน

นายเอกภพ กล่าวว่า สำหรับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ญี่ปุ่น เป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทย รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 53,204 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 7.77 ของมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศทั้งหมด โดยไทยส่งออกไปญี่ปุ่นมูลค่า 23,549 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ด้านการลงทุน ญี่ปุ่นยังคงเป็นนักลงทุนต่างชาติที่มียอดการลงทุนสะสมในไทยเป็นอันดับ 1 โดยในปี 2568 มีมูลค่า 184,741 ล้านบาท ขณะที่ BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากญี่ปุ่นจำนวน 248 โครงการ มูลค่ารวม 67,158 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในอันดับ 5 ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ได้รับอนุมัติทั้งหมด สาขาการลงทุนหลัก ได้แก่ เครื่องจักรและยานยนต์ อุตสาหกรรมโลหะและวัสดุ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
“นอกจากการเตรียมประชุมทีมประเทศไทย วันนี้นายกฯยังฝากส่งแรงใจถึงทัพนักกีฬาไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ขอให้ทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร ทุกคนคือตัวแทนประเทศไทยที่มุ่งมั่นทำหน้าที่และสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศในการแข่งขันระดับนานาชาติ ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ”





