‘เดชรัต’ ยอมรับพ่ายศึกนายก อบจ.นนท์ ยินดี ‘นฤพนธ์’ ปชน.ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ลั่นเดินหน้าทำงานต่อ

เมื่อวันที่ 20 กันยายน ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ซึ่งจัดขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 1,450 หน่วย และเริ่มนับคะแนนหลังปิดหีบเวลา 17.00 น. ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในช่วงค่ำพบว่า นายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ผู้สมัครหมายเลข 1 จากกลุ่มผึ้งหลวง มีคะแนนนำ นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครหมายเลข 4 จากพรรคประชาชน

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน แถลงขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชนในจังหวัดนนทบุรี โดยเฉพาะคะแนนที่มอบความไว้วางใจให้กับพรรคประชาชนและนายเดชรัต พร้อมยอมรับว่าคะแนนเสียงที่ได้รับยังไม่มากพอที่จะเข้าไปบริหาร อบจ.นนทบุรี

นายพิจารณ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นหนึ่งในสนามที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในบทบาทและเวทีที่พรรคพยายามขับเคลื่อนและผลักดันให้สังคมเห็นถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจและการบริหารท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเมืองและคุณภาพชีวิตของประชาชน

Advertisement

“ทุกแรงใจ ทุกแรงเชียร์ที่ได้รับตลอด 31 วันของการรณรงค์หาเสียง มีความหมายกับการทำงานของพวกเรามาก ส.ส. 8 คน 8 เขต รวมถึงนักการเมืองท้องถิ่น จะทำงานรับใช้พี่น้องชาวนนทบุรีต่อไป” นายพิจารณ์กล่าว

ด้านนายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี จากพรรคประชาชน กล่าวว่า ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกเสียงของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ แม้วันนี้จะมีอุปสรรคพอสมควร แต่ประชาชนยังออกมาใช้สิทธิ และทุกคะแนนเสียงไม่ว่าจะลงให้พรรคประชาชนหรือผู้สมัครรายอื่นล้วนมีความหมาย ตนและพรรคประชาชนเชื่อมั่นและเคารพเสียงและการตัดสินใจของประชาชน

นายเดชรัตกล่าวด้วยว่า ขอแสดงความยินดีกับนายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ จากกลุ่มผึ้งหลวง ที่ชนะการเลือกตั้งและจะเข้ามาทำหน้าที่นายก อบจ.นนทบุรีต่อไป

“สำหรับผม ช่วงเวลา 31 วันที่ผ่านมามีความหมายมาก เราได้มีโอกาสลงไปสัมผัส พูดคุยกับพี่น้องอย่างทั่วถึงทั่วทั้งจังหวัดนนทบุรี ไม่มีวันไหนหยุดเดิน สิ่งเหล่านี้แม้ว่าเราจะไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่ความหมายจะยังคงอยู่ และเราจะยังทำหน้าที่ทางการเมืองเพื่อความเปลี่ยนแปลงในบทบาทที่เราสามารถทำได้” นายเดชรัตกล่าว

เมื่อถามว่า ได้วิเคราะห์สาเหตุของความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ นายเดชรัตกล่าวว่า ยังไม่ได้วิเคราะห์เชิงลึก เนื่องจากคะแนนยังมาไม่ครบ แต่หวังว่าจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิมากกว่านี้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าหากมีผู้มาใช้สิทธิมากขึ้นแล้วพรรคจะชนะ แต่ในระบอบประชาธิปไตย การที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิจำนวนมากถือเป็นเรื่องที่ดี

ส่วนรายละเอียดว่าพรรคมีคะแนนน้อยในพื้นที่ใดหรือด้วยเหตุผลใด ยังไม่มีโอกาสลงไปดูในรายละเอียด โดยหลังจากนี้ตนจะยังทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายของพรรคประชาชนเช่นเดิม

เมื่อถามต่อว่า สนามใหญ่พรรคประชาชนชนะทั้ง 8 เขต แต่กลับพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น นายเดชรัตกล่าวว่า เรื่องเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว สะท้อนว่าประชาชนไม่ได้ตัดสินใจเลือกตั้งบนฐานความคิดเดียวกัน ซึ่งพรรคทราบโจทย์นี้มาตั้งแต่ต้น เพียงแต่ครั้งนี้ไม่สามารถเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิได้มากกว่านี้ ซึ่งวันก่อนเลือกตั้ง เรายังพูดกันว่าอยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ 50-60%