สำหรับ Global Brand ที่ให้บริการไปทั่วโลก หนึ่งในโจทย์ที่ต้องทำ คือการเข้าไปอยู่ในใจของคนในแต่ละตลาด

Localization เลยเป็นคำที่สำคัญมากๆ และเป็นงานที่ต้องทำ สำหรับแบรนด์โลกที่อยากเข้าไปนั่งในหัวใจของลูกค้าแต่ละตลาดจริงๆ
หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจ คือ Visa ที่ล่าสุดเปิดตัวมาสคอตออกมาใหม่
นี่ไม่ใช่การเปิดตัวมาสคอตทั่วไป แต่เป็นการออกแบบมาสคอตที่ถูกปรับ ‘จริต’ ให้เหมาะกับคนแต่ละประเทศ

และนี่ก็คือที่มาของ ‘น้องวี’ (Nong Vee) ที่จะมาตอบโจทย์ตลาดไทย
Vee Family ขอเสิร์ฟความน่ารักทั่ว APAC
ต้องเล่าว่า จริงๆ แล้ว Visa วางเกม Mascot Marketing เอาไว้ได้น่าสนใจ คือแทนที่จะออกมาตัวเดียวเพื่อโลกทั้งใบ
Visa เลือกที่จะสร้างตัวละครหลักออกมา ซึ่งในกรณีของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็คือ Vee
ทีนี้แบรนด์ไม่ได้ใช้มาสคอตหน้าตาเดียวหรือบุคลิกเดียวเพื่อสื่อสารกับคนทั้งโลก แต่เลือกที่จะปรับเปลี่ยนรายละเอียด ให้เข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ภายใต้ร่มของ Vee Family เช่น
- Vee Chan (ญี่ปุ่น) ถูกออกแบบให้น่ารักแบบคาวาอี้ อ่อนน้อม และเป็นระเบียบเรียบร้อย
- Kim Ko Vee (เกาหลีใต้) นำเสนอความชิค ความทันสมัย และกลิ่นอาย K-Pop

และในเคสของไทย Visa ก็เลือกสื่อสารผ่าน ‘น้องวี’ (Nong Vee) ที่คงจิตวิญญาณความแสนซน อารมณ์ขันและท่าทางกันเอง สะท้อนความเป็นไทยอย่างเป็นธรรมชาติ
แล้วทำไมต้องจริงจังกับมาสคอตขนาดนี้?
คำตอบของ Visa ก็คือว่า คนยุคนี้กำลังอยู่ในพายุข้อมูลข่าวสารที่โหมกระหน่ำใส่ผู้บริโภคตลอดเวลา หรือที่เรียกว่าภาวะ Media Clutter
สื่อแบบเดิมๆ ที่มีอยู่ล้นตลาด เลยไม่เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจของคนฟังอีก Visa จึงเลือกใช้ ‘น้องวี’ เป็นตัวกลางในการพาแบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เหมือนแท็กไลน์ของแบรนด์ที่ว่า Visa Everywhere You Want to Be

แต่ Visa จะไม่ได้แค่ให้น้องวีปรากฏตามสื่อธรรมดาๆ แต่ยังใช้ทำงานร่วมกับร้านค้าและแพลตฟอร์มต่างๆ ทำกิจกรรมออนกราวด์ และทำงานร่วมกับเหล่าครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ด้วย
Feel so Thai ไท๊ ไทย with Visa
และงานแรกของ ‘น้องวี’ ที่จะช่วย Global Brand อย่าง Visa ผูกสัมพันธ์กับคนไทย ก็คือการบุกถึงพื้นที่จริง ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางชีวิตและไลฟ์สไตล์ทั้งเก่าและใหม่อย่าง ‘ทรงวาด’

จึงเกิดเป็นแคมเปญ ‘Feel so Thai ไท๊ ไทย ที่ทรงวาด ไปกับวีซ่า’ ภายใต้แพลตฟอร์ม Visa Destinations ประเทศไทย
โดยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เปิดตัวโปรแกรม Visa Destinations และเป็นประเทศแรกของโลกที่นำโมเดลนี้มาใช้ในระดับประเทศ
การปักหมุดที่นี่จึงเปิดโอกาสให้น้องวีได้ทำหน้าที่เป็นไกด์แสนซน คอยแนะนำสถานที่ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เช่น คาเฟ่จีนโบราณ ‘Lost in Song Wat’ , บาร์วิวแม่น้ำอารมณ์แกลเลอรีอย่าง “บาร์บน” รวมถึงร้านขายสินค้าดีไซน์อย่าง ‘LERT’ และ ‘Onest at Song Wat’
ในทุกๆ จุดเช็กอิน นักท่องเที่ยวสามารถกิน ดื่ม ช้อป และใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องพึ่งเงินสดผ่านเครือข่ายการชำระเงินดิจิทัลระดับโลกของวีซ่า
ผลลัพธ์สะท้อนว่าแนวทางดังกล่าวสามารถดึงคนให้มาค้นพบทรงวาดได้จริง โดยกว่า 70% ของผู้ร่วมกิจกรรมเป็นผู้มาเยือนทรงวาดครั้งแรก และ 80% ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานกว่าที่ตั้งใจไว้ สะท้อนบทบาทของน้องวีในการชวนผู้คนออกสำรวจย่านผ่านประสบการณ์จริง นอกจากช่วยสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวแล้ว แคมเปญยังส่งผลเชิงบวกต่อผู้ประกอบการในย่าน โดย 40% ของร้านค้าที่เข้าร่วมรายงานว่ายอดขายเพิ่มขึ้น และกว่า 55% พบสัดส่วนการชำระเงินผ่าน Visa สูงขึ้น

จะเห็นว่า Visa ไม่ได้มอง ‘น้องวี’ เป็นแค่มาสคอตทั่วๆ ไป แต่ยังเป็นตัวตนที่ช่วยสะท้อนความมุ่งมั่นในการเข้าใจหัวอกคนท้องถิ่น (Localization) เพราะนอกจากจะออกแบบน้องวีมาอย่างตรงจริตแล้ว น้องยังช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นเปิดรับโอกาสสร้างรายได้ได้อย่างยืดหยุ่นและกว้างขวางขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




