
ฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนที่มีสำนักงานอยู่ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระบุอ้างว่านักโทษหญิงที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเมียนมา ได้ถูกกระทำอย่างแพร่หลายจากการถูกทรมาน ล่วงละเมิดทางเพศและถูกละเลยทางการแพทย์จนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงการปฏิบัติไม่เหมาะสมที่มีมานานต่อผู้ต้องขังหลายพันคนในประเทศที่กำลังจมอยู่ในสงครามกลางเมืองแห่งนี้
การกล่าวอ้างถึงสถานการณ์เลวร้ายข้างต้นอยู่ในรายงานของกลุ่มฮิวแมนไรท์วอทช์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 กันยายนระบุว่า ผู้หญิงมากกว่า 6,600 คน รวมถึงนางออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมา และเด็กอีก 640 คน เป็นหนึ่งในนักโทษการเมืองกว่า 30,000 คนที่ถูกทางการจับกุมนับจากเกิดเหตุรัฐประหารในเมียนมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021
ไบรโอนี เลา รองผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียของฮิวไรท์วอทช์ กล่าวว่า บรรดาผู้หญิงที่เคยถูกคุมขังในฐานะนักโทษการเมืองในเมียนมาได้ถ่ายทอดภาพอันน่าสะเทือนใจอย่างยิ่งของระบบเรือนจำซึ่งความทุกข์ทรมานและการละเลยผู้ต้องขังล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเจตนาและเป็นเรื่องปกติวิสัย
ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ทุบตีนักโทษบางคนด้วยไม้ โซ่ ท่อโลหะและหนังสติ๊ก บางคนถูกช็อตด้วยไฟฟ้า ถูกจี้ด้วยบุหรี่ ถูกบังคับให้อยู่ในท่าที่ทรมานเป็นเวลานาน และถูกล่วงละเมิดทางเพศ อดีตนักโทษเปิดเผยด้วยว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำมักขัดขวางการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็นสำหรับอาการป่วยทั้งแบบเรื้อรังและเฉียบพลันรุนแรง นอกจากนี้ หญิงตั้งครรภ์ยังถูกปฏิเสธการเข้าถึงการรักษา จนบางรายต้องคลอดบุตรภายในห้องขัง
ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่าข้อมูลเหล่านี้อ้างอิงจากคำสัมภาษณ์อดีตหญิงผู้ต้องขังเมียนมา 17 คน ประกอบด้วยนักกิจกรรม นักข่าว เจ้าหน้าที่สาธารณสุข สมาชิกในครอบครัวและทนายความ ในช่วงปี 2025-2026 ซึ่งอดีตนักโทษเหล่านี้บอกด้วยว่าพวกเขาถูกดำเนินคดีภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา รวมถึงกฎหมายที่มีการตราขึ้นหลังเหตุการณ์รัฐประหารที่มุ่งลงโทษฝ่ายตรงข้ามและผู้เห็นต่าง และกฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย
โฆษกรัฐบาลเมียนมาที่มีกองทัพสนับสนุนยังไม่ได้ตอบสนองต่อการขอความเห็นต่อรายงานนี้จากสำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งระบุว่าไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลที่ถูกอ้างอิงอยู่ในรายงานดังกล่าวได้
ทว่ารอยเตอร์ระบุว่าข้อมูลนี้ของฮิวแมนไรท์วอทช์สอดคล้องกับรายงานของคณะผู้ตรวจสอบสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ที่เผยแพร่ในปี 2025 โดยรายงานดังกล่าวของยูเอ็นระบุว่ามีการทรมานในสถานที่คุมขังของเมียนมา ซึ่งรวมถึงการทุบตี การช็อตด้วยไฟฟ้า การบีบคอ การรุมข่มขืน การเผาอวัยวะเพศ และความรุนแรงทางเพศในรูปแบบอื่นๆ
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา รอยเตอร์รายงานว่ามีนักโทษอย่างน้อย 74 คนอายุระหว่าง 18-35 ปี เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเมียนมานับจากเกิดรัฐประหาร โดยบางรายถูกระบุว่าเสียชีวิตเนื่องจากไม่ได้รับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสมและการถูกสอบสวนอย่างทารุณ




