
“ช้างศึก U23” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดเอเชี่ยนเกมส์ 2026 สุดต้านทานความแข็งแกร่งของเจ้าภาพ “ซามูไรบลูส์” ทีมชาติญี่ปุ่น 0-3 ในการแข่งขันฟุตบอลชาย รอบแรก กลุ่มเอ นัดสุดท้าย มหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2026 ที่โตโยต้า สเตเดียม ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 23 กันยายน
ทั้งนี้ก่อนลงสนาม ทีมชาติไทย และญี่ปุ่น ต่างการันตีผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 8 ทีมสุดท้ายด้วยกันแล้วทั้งคู่ หลังคว้าชัยมาด้วยกัน 2 นัดก่อนหน้านี้ โดยทีมชาติไทย ชนะ คีร์กีซสถาน 3-2 และชนะ ฮ่องกง 5-1 ส่วนญี่ปุ่น ชนะ ฮ่องกง 2-0 และชนะ คีร์กีซสถาน 7-0 แมตช์นี้จึงเป็นการตัดสินแชมป์ของกลุ่มเอ
แมตช์นี้ “โค้ชวัง” นายธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล กุนซือทีมชาติไทย ชุดเอเชี่ยนเกมส์ จัดทัพผู้เล่น 11 ตัวจริง ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู ชมพัฒน์ บุญเลิศ, กองหลัง ชานนท์ ทำมา, นาธาน เจมส์, อรรถพล แสงทอง, อูแซมมา เทียงคาม, กองกลาง กฤตภัค แสงสวัสดิ์, ปฏิภาณชัย โพธิ์เทพ (กัปตันทีม), แนวรุก วรวุฒิ น้อยศรี, ปริพรรห์ วงษา, สิรภพ วันดี และกองหน้า เจะฮานาฟี มามะ
ครึ่งแรกเป็นทางเจ้าภาพญี่ปุ่นพับสนามโหมบุกอย่างหนัก และมีโอกาสทำประตูหลายครั้ง ส่วนทีมชาติไทยเน้นเกมรับและอาศัยจังหวะโต้กลับ แต่ในนาทีที่ 31 ญี่ปุ่นบดเกมรับของทีมชาติไทยอย่างหนักจนพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ 1-0 จาก โยทาโร่ นากาจิมะ ซัดเข้าไป และหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
เข้าสู่เกมครึ่งหลังเริ่มได้ไม่ถึง 2 นาที เจ้าภาพญี่ปุ่นได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จาก เคอิตะ โกซูกิ ตะบันบอลเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม จากนั้นนาทีต่อมาเกมรับทีมชาติไทยยังตั้งตัวไม่ติด และญี่ปุ่นก็ยิงประตูที่ 3 ได้จาก ฮิซาซึกุ อิชิอิ ฉีกเกมรับของทีมชาติไทยก่อนซัดให้ญี่ปุ่นขยับหนีขาดไปเป็น 3-0
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม ทีมชาติไทย พ่าย ญี่ปุ่น 0-3 ทำให้ทีมชาติไทยมีอยู่ 6 แต้ม จบอันดับ 2 ของกลุ่มเอ ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ ทีมชาติจีน ในวันที่ 26 กันยายน เวลา 13.00 น. ขณะที่ ญี่ปุ่น คว้าชัยรวด 3 นัด เก็บ 9 แต้มเต็ม คว้าแชมป์กลุ่มเอ ผ่านเข้ารอบไปเจอกับ ทีมชาติเกาหลีเหนือ ในวันที่ 26 กันยายน เวลา 17.30 น.




