ชายคลั่งตามหาเมีย ถือมีดอาละวาดย่านอโศก ไล่ฟันคนผ่านไปมา พังร้านค้า-ทุบทำลายข้าวของ

ชายคลั่งตามหาเมีย ถือมีดอาละวาดย่านอโศก ไล่ฟันคนผ่านไปมา พังร้านค้า-ทุบทำลายข้าวของ ก่อนตำรวจจะเข้าควบคุมตัวไว้ได้

จากกรณีเกิดเหตุชายคลั่งถือมีดอาละวาด บริเวณสุขุมวิท 21 ซอย 3 ช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 24 ก.ย.2569 โดยชายคนดังกล่าวใช้มีดฟันทำลายร้านค้าและทำร้ายประชาชน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย รวมผู้ก่อเหตุ ขณะที่ร้านค้าและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

สำหรับความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสุขุมวิท 21 ซอย 3 หรือซอยอโศกมนตรี พบบริเวณปากซอยมีร้านค้าแผงลอยตั้งอยู่หลายร้าน โดยขณะเกิดเหตุมีทั้งร้านข้าวแกง ร้านหมูปิ้ง และร้านผลไม้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยชายผู้ก่อเหตุได้ใช้มีดฟันประตูร้านค้า รวมถึงพยายามทำร้ายประชาชนในพื้นที่

เบื้องต้นมีข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายชาวเมียนมา และคาดเดินทางมาตามหาภรรยา แต่ไม่พบ จึงเกิดอาการคลั่งและก่อเหตุอาละวาด โดยสาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ด้านน.ส.จง พนักงานร้านทำผม ซึ่งเป็นร้านเดียวกับร้านกาแฟที่อยู่ติดกัน และมีพนักงานร้านกาแฟถูกชายคลั่งเข้าทำร้ายจนเจ็บสาหัส เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังเปิดร้านอยู่ แต่อยู่บริเวณอีกฝั่งหนึ่งของร้าน เมื่อได้ยินเสียงจึงไม่ได้ออกไปดู เนื่องจากขณะนั้นมีลูกค้าอยู่ภายในร้าน

กระทั่งพนักงานร้านกาแฟที่อยู่ติดกันถูกผู้ก่อเหตุทำร้าย พบว่าถูกมีดฟันบริเวณศีรษะจนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เจ้าของร้าน เมื่อทราบข่าวก็เดินทางไปให้ปากคำกับตำรวจที่สถานีตำรวจ

น.ส.จง กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุต้องเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น เพราะร้านมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอยู่ตลอดเวลา และยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาหรือรู้จักกับผู้ก่อเหตุมาก่อน

ด้าน น.ส.อัญชิสา เจ้าของร้านอาหาร เปิดเผยว่า ช่วงเช้าชายคนดังกล่าวถือมีดออกมาก่อเหตุพังร้านหมูปิ้ง ก่อนจะเข้ามาที่ร้านโคมไฟ โดยใช้มีดฟันประตูจนแตก และยังใช้เข่ากระแทกประตูจนตัวผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บด้วย

จากนั้นคนในบ้านพยายามช่วยกันล็อกประตูไว้ เนื่องจากเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะเข้ามาทำร้าย หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุเดินไปก่อเหตุบริเวณอื่น และยังไปทำลายศาลพระภูมิ บริเวณด้านหลังร้านของตนจนได้รับความเสียหาย

น.ส.อัญชิสา กล่าวว่า ตอนนี้รู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะบริเวณนี้มีคนเร่ร่อนอยู่จำนวนมาก และตนต้องใช้เส้นทางดังกล่าวในการเดินทาง ทั้งไปเรียนและกลับบ้าน จึงอยากให้ตำรวจเข้ามาจัดการและมีมาตรการที่เข้มงวดมากกว่านี้ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ด้าน น.ส.สมจิตร์ เจ้าของร้านหมูปิ้ง หนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุกำลังขายหมูปิ้งอยู่ เมื่อได้ยินเสียงดัง จึงเรียกน้องพนักงานที่ร้านให้เข้าไปด้านในร้านโคมไฟและพยายามปิดประตูล็อก แต่ยังไม่ทันล็อก ผู้ก่อเหตุก็พุ่งเข้ามาจะทำร้าย ตนจึงรีบหลบเข้าไปภายในร้าน

จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ทุบกระจก ทำให้เศษกระจกกระเด็นใส่ใบหน้าของตน ตอนแรกตนไม่รู้ว่ากระจกโดนหน้า แต่มารู้ภายหลังเมื่อพบว่ามีเลือดไหลอาบใบหน้า ซึ่งขณะเกิดเหตุเพิ่งกำลังตั้งร้านและยังไม่ได้เริ่มขายของ ทำให้อุปกรณ์สำหรับขายของได้รับความเสียหาย จึงรู้สึกกังวลใจและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ขณะที่ น.ส.สมใจ เจ้าของร้านข้าวแกง เปิดเผยว่า ขณะกำลังตั้งร้านและยังไม่ทันได้ขายของ ผู้ก่อเหตุก็เข้ามาบริเวณร้าน ทำให้ตนต้องรีบวิ่งหนี โดยตนไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ข้าวของภายในร้านถูกทำลายและกระจัดกระจายทั้งหมด ขณะที่ข้าวแกงที่เตรียมไว้สำหรับขายก็ถูกทำลายจนหมด

ปกติตนขายของได้วันละประมาณ 4,000-5,000 บาท แต่วันนี้กลับไม่สามารถขายของได้เลยแม้แต่บาทเดียว โดยตนขายของอยู่บริเวณนี้มาหลายปีแล้ว แต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน และยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือมีปัญหากับผู้ก่อเหตุมาก่อน เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นชาวเมียนมาและตนไม่เคยมีปัญหากับใคร

ขณะนี้รู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากยังต้องกลับมาขายของอยู่บริเวณดังกล่าวทุกวัน และในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ยังไม่ทราบว่าจะมีใครเข้ามารับผิดชอบหรือไม่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐานบริเวณจุดเกิดเหตุแล้ว โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์และสาเหตุที่ทำให้ชายคนดังกล่าวก่อเหตุ เนื่องจากขณะนี้ผู้ก่อเหตุเองได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ต่อไป