นายกฯหารือ Jefferies บริษัทการเงินระดับโลก-นักลงทุนชั้นนำสหรัฐ ชวนลงทุนไทย ยันศก.ยังมีเสถียรภาพ

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 24 กันยายน (ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง ) ที่ Lever House นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมคณะ หารือกับนักลงทุนกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ร่วมกับบริษัทการเงินของโลก Jefferies Group LLC ซึ่งเป็นบริษัทการเงินและการลงทุนระดับโลก ให้บริการด้านตลาดทุน การซื้อขายหลักทรัพย์ และการบริหารสินทรัพย์ มีเครือข่ายครอบคลุมศูนย์กลางทางการเงินทั่วโลก จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงนักลงทุนกับโอกาสการลงทุนในตลาดทุนระหว่างประเทศเพื่อการเปลี่ยน โอกาสให้เกิดเป็นธุรกิจจริง เพื่อเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น

นายกฯกล่าวเชิญชวนให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทยว่า ไทยกำลังนำเสนอโอกาสใหม่และเป็นเหตุผลที่ไทยควรได้รับการพิจารณาจากนักลงทุน โดยนักลงทุนที่เข้ามาดำเนินโครงการใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นสร้างระบบนิเวศธุรกิจใหม่ เพราะประเทศไทยสั่งสมฐานการผลิต กลุ่มอุตสาหกรรม ระบบคมนาคม และเครือข่ายผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ที่ให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลก สามารถใช้ไทยเป็นฐานการดำเนินธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ในประเทศ เพื่อเข้าถึงตลาดในภูมิภาคได้

นอกจากนั้น ไทยยังมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ความต้องการระบบจัดเก็บข้อมูล การส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็ว ระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับบริการดิจิทัล กลายเป็นโอกาสสำคัญดึงดูดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มเข้ามาสู่ประเทศไทยได้

Advertisement

นายกฯกล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยยังคงมีเสถียรภาพจากเงินสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง หนี้สาธารณะที่อยู่ภายใต้กรอบเพดานตามกฎหมาย ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีพื้นที่ทางการคลังในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอก โดยมีสัญญาณความสนใจการลงทุนอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งแรก มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ สูงถึง 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องว่า ภาคธุรกิจสนใจและกำลังมองหาโอกาสการลงทุน และประเทศไทยก็เหมาะและพร้อมเปิดรับการลงทุน

นายกฯระบุว่า รัฐบาลยังยินดีต้อนรับการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และตระหนักถึงผลกระทบด้านการใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำ จึงมีการทบทวนหลักเกณฑ์ เพื่อดึงดูดโครงการที่มีความเหมาะสม เพื่อสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งนี้ ไทยยังมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดี ทั้งจากการลงทุนที่จะเข้ามาในประเทศไทยและจากบริษัทไทยที่มีความพร้อมลงทุน หน้าที่ของรัฐบาลคือการช่วยเปลี่ยนโอกาสดังกล่าวให้เกิดขึ้นเป็นธุรกิจจริง เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันก็เปิดกว้างรับฟังมุมมองจากนักลงทุนว่าเห็นโอกาสด้านใดมากที่สุด รวมถึงข้อกังวลต่างๆ เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา