‘ษัษฐรัมย์’ เคลียร์วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข แทนผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ปลุกผู้ประกันตนสกัดเสียงจัดตั้ง


25 ก.ย. 2569 | 17:44น.

เช็กให้ชัวร์ก่อนเข้าคูหา! โค้งสุดท้ายเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ‘ษัษฐรัมย์’ เคลียร์ชัดวิธีลงคะแนนแทนผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ป้องกันบัตรเสีย พร้อมเผยมีความมั่นใจผู้ประกันตน-นายจ้าง มุ่งหน้าปฏิรูปกองทุนร่วมกัน

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 นี้ ท่ามกลางกระแสความกังวลของสังคมและผู้ประกันตนเกี่ยวกับเสถียรภาพของกองทุนในระยะยาว ตลอดจนความสับสนเรื่องขั้นตอนและหมายเลขผู้สมัคร

ล่าสุด ‘ประชาชาติธุรกิจ’ สัมภาษณ์ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ตัวแทนจาก “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” เพื่อชี้ให้เห็นถึงมุมมองเชิงโครงสร้าง ทิศทางการปฏิรูปกองทุนประกันสังคม รวมถึงข้อแนะนำสำคัญสำหรับผู้ประกันตนและนายจ้างก่อนลงคะแนนเสียง

เคลียร์ชัดวิธีลงคะแนน-ไขข้อสงสัยเบอร์สลับ

ต่อประเด็นความกังวลของผู้ประกันตนเรื่องการลงคะแนนเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีการสลับและตัดสิทธิ์หมายเลขผู้สมัคร ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนระหว่างหมายเลข 45 และหมายเลข 38 นั้น รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ อธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ลงคะแนนว่า ผู้ใช้สิทธิสามารถเขียนกาหมายเลขลงในบัตรเลือกตั้งได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเรียงลำดับ เช่น 41, 42, 43, 44, 38, 46, 47 หรือการเขียน 38 ก่อนแล้วตามด้วย 41, 42, 43, 44, 46, 47 หรือการเขียนเรียงแบบ 41, 42, 43, 44, 46, 47, 38

“ทั้ง 3 แบบได้หมดเลยครับ เขียนแบบใดก็ได้ให้ครบ 7 หมายเลข ไม่ซ้ำกัน และไม่มีเบอร์ 45 ซึ่งเป็นผู้สมัครที่โดนตัดสิทธิ์ไป ก็คือเอา 38 แทน 45 จะเขียนสลับเบอร์กันอย่างไรก็ไม่มีปัญหาเลย”

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี (แฟ้มภาพ)

ชี้คอร์รัปชัน-บริหารไร้ประสิทธิภาพ คุกคามกองทุนยิ่งกว่า ‘สังคมสูงวัย’

เมื่อถามถึงกรณีสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่าหากไร้การปฏิรูป กองทุนประกันสังคมอาจเผชิญภาวะเงินหมดกองทุนภายในปี 2598 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคนรุ่นใหม่และผู้ประกันตนระยะยาว รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ให้มุมมองเชิงวิเคราะห์ว่า แม้คำว่า “การปฏิรูป” จะมีความหมายกว้าง แต่ปัจจัยที่เป็นภัยคุกคามแท้จริงของกองทุน ไม่ใช่เพียงแค่การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่มีคนแก่เพิ่มขึ้นและเด็กเกิดน้อยลงเท่านั้น

ทว่า สิ่งที่คุกคามและกัดเซาะความมั่นคงของกองทุนอย่างร้ายแรงกว่า คือ “โครงการทุจริต การลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ และปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน”

“สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุกคามมากกว่าการที่เราต้องจ่ายเงินบำนาญให้แก่ประชาชนในสังคมสูงวัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเหมือนดอกเบี้ยทบต้น อย่างโครงการปฏิทินที่คุณบอกว่าเล็กน้อยแค่ 50-60 ล้าน แต่คุณทำมา 20 ปีมันก็เป็นพันล้าน มันเทียบเท่าเงินทุพพลภาพของคนทั้งประเทศเลย”

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ย้ำว่า การแก้ไขปัญหากองทุนประกันสังคมต้องดำเนินการควบคู่กันไปใน 3 มิติหลัก ได้แก่

  1. การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกันตน
  2. การป้องกันและปราบปรามการทุจริต อย่างจริงจัง
  3. การบริหารจัดการการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน

“คนรุ่นใหม่ หรืออาจจะไม่ต้องรุ่นใหม่มากก็ได้ อายุ 30-40 ปี ที่อาจจะยังไม่ได้รับบำนาญในช่วง 3-4 ปีนี้ การที่เราจะส่งคนที่ต้องการจะปฏิรูปเข้าไป จึงเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ครับ”

ปลุกผู้ประกันตน-นายจ้าง ออกมาใช้สิทธิทลาย ‘เสียงจัดตั้ง’

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันลงคะแนน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ได้ส่งสารไปถึงทั้งฝั่งนายจ้างและผู้ประกันตน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนความเป็นตัวแทนของคนทำงานอย่างแท้จริง และเป็นเกราะป้องกันไม่ให้กลุ่มอำนาจเดิมหรือ “เสียงจัดตั้ง” เข้ามากำหนดทิศทางกองทุน

“ทั้งนายจ้างและผู้ประกันตน เราต้องการให้การเลือกตั้งนี้สะท้อนการเป็นตัวแทนของคนให้มากที่สุด ฉะนั้นไปใช้สิทธิกันให้เยอะ เพื่อที่จะป้องกันเสียงจัดตั้ง หรือเสียงที่ล็อกกันมา”

นอกจากนี้ ยังแสดงความห่วงใยเป็นพิเศษต่อฝั่งนายจ้าง เนื่องจากกระบวนการและขั้นตอนการใช้สิทธิมีความซับซ้อนมากกว่าฝั่งผู้ประกันตน ซึ่งฝั่งผู้ประกันตนใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถลงคะแนนได้ ขณะที่ฝั่งนายจ้างต้องเตรียมเอกสารยืนยันตนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีผู้สมัครพร้อมส่งเข้าเสนอตัวปฏิรูปทั้งในฝั่งนายจ้างและฝั่งผู้ประกันตน

มั่นใจพลังคนทำงาน พร้อมเปิดช่องทางช่วยเหลือนายจ้าง

สำหรับความมั่นใจในผลการเลือกตั้ง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ เชื่อมั่นว่าหากมีผู้ออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก โดยมากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนที่มีผู้ใช้สิทธิประมาณ 150,000 คน เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะเทให้กับทีมที่มุ่งหวังสร้างการเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูปอย่างจริงจัง

“ผมมั่นใจนะครับว่าถ้าการเลือกตั้งมีคนออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก คือมากกว่าครั้งก่อน… ผมเชื่อว่าประชาชนส่วนมากสนับสนุนทีมที่ต้องการจะสร้างการปฏิรูป สร้างการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว”

แม้ในวันลงคะแนนคือวันที่ 27 กันยายน 2569 นี้ อาจมีความยากลำบากในการเดินทาง หรือต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนหรือฝนตกหนัก แต่ยังอยากเชิญชวนให้ผู้ประกันตนและนายจ้างร่วมมือกันออกมาใช้สิทธิ

พร้อมกันนี้ ได้เปิดช่องทางอำนวยความสะดวกสำหรับนายจ้างที่มีข้อสงสัยเรื่องเอกสารหลักฐานในการลงคะแนน สามารถส่งข้อความสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางกล่องข้อความ (Inbox) ของเพจเฟซบุ๊ก “ประกันสังคมก้าวหน้า” ซึ่งจะมีทีมงานคอยให้คำแนะนำเพื่อให้การออกไปใช้สิทธิเป็นไปอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด