
เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ว่า เมื่อเดินทางไปถึงได้เริ่มต้นภารกิจด้วยการพบปะผู้บริหารภาครัฐ นายแม็ต เวสเทิร์น ผู้แทนการค้าสหราชอาณาจักร รวมทั้งภาคเอกชนผู้แทนการค้าสหราชอาณาจักร รวมทั้งภาคเอกชนจากสายการบิน Virgin Atlantic และบริษัท Rolls-Royce นักลงทุนสถาบันชั้นนำในสหราชอาณาจักร จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับ UBS รวมทั้งกล่าวปาฐกถาในงานเลี้ยงรับรอง ที่มีผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนของสหราชอาณาจักรเข้าร่วมกว่า 50 คน
นายเอกภพ กล่าวว่า นายกฯ กล่าวปาฐกถาว่า ปีที่ผ่านมา ทั้ง 2 ประเทศได้ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-สหราชอาณาจักร ซึ่งมีความใกล้ชิดทั้งในระดับพระราชวงศ์ รัฐบาลและประชาชน ทั้ง 2 ประเทศ ยังมีค่านิยมร่วมกัน คือ การยึดมั่นในหลักการค้าพหุภาคี การค้าเสรี และหลักการและกฎเกณฑ์สากล
“นายกฯ ยังกล่าวถึงโอกาสและศักยภาพการลงทุนของไทย ปีที่ผ่านมา ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 รัฐบาลมีนโยบายจัดทำ FTA กับประเทศต่างๆ และเดินหน้าเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งจะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ในส่วนของการลงทุน ภาคเอกชนไทยหลายรายได้เข้ามาลงทุนในสหราชอาณาจักร ขณะที่สหราชอาณาจักรเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สายการบิน Virgin Atlantic ยังได้เปิดเส้นทางบินตรงจากลอนดอน–ภูเก็ต และต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตร Bangkok Airways และ ททท. เพิ่มโอกาสดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย ส่วนผู้บริหาร Rolls-Royce กล่าวขอบคุณรัฐบาลในการส่งเสริมการลงทุนและความร่วมมือด้านเทคโนโลยี เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการบินไทยสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งการลงทุนในไทยเท่ากับเป็นการเข้ามาลงทุนในอาเซียน ซึ่งมีประชากรกว่า 700 ล้านคน และเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงในขณะนี้” นายเอกภพ กล่าว
นอกจากนี้ นายเอกภพ กล่าวว่า นายกฯ ระบุว่าไทยมีความมั่นคงด้านพลังงาน รัฐบาลส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ฯลฯ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) รัฐบาลสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานสะอาด ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน ซึ่งสามารถนำไฟฟ้าส่วนเกินขายกลับให้รัฐบาลได้ นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น AI และสุขภาพ สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อควบคุมและกำกับการลงทุนให้เหมาะสม ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนในทุนมนุษย์ โดยมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้เด็กไทยเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และส่งเสริมการผลิตแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้น เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นายเอกภพ กล่าวว่า นายกฯ ยังกล่าวเชิญชวนนักลงทุน ภาคเอกชน บริษัทชั้นนำที่ได้มาร่วมพูดคุย เพิ่มการลงทุน การค้าขาย เพราะการค้าขายและการลงทุนไทย-สหราชอาณาจักร ยังมีน้อย เมี่อเทียบกับศักยภาพของทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงนักลงทุนสถาบันการเงินของอังกฤษ อาจให้ความสนใจลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ สินทรัพย์อื่นๆ และลงทุนโดยตรง ซึ่งข้อได้เปรียบของไทยประการหนึ่ง คือ รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ทำให้นโยบายมีความต่อเนื่อง และกำหนดนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ได้ เช่น ปราบปรามสแกมเมอร์ ภัยออนไลน์ อย่างจริงจัง และรวมทั้งล่าสุด หลายสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือไทย เป็นบวก “มีเสถียรภาพ” ซึ่งย้ำถึงโอกาสทางเศรษฐกิจของไทยยังมีอีกมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 28 กันยายนนี้ เวลา 09.30 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดพิจารณาวินิจฉัย แล้วนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้วินิจฉัย กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง หรือ บาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลคะแนนได้ทำให้การออกเสียงลงคะแนน มิได้เป็นไปโดยรับเป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรค 2 มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224 หรือไม่ จากนั้นเวลา 14.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ที่ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
วันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ว่า ในสถานการณ์และข้อจำกัดปัจจุบัน ต้องยอมรับความจริงว่าการบริหารจัดการให้น้ำแห้งหรือหายท่วมไปในทันที เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือ การบริหารจัดการสภาวะวิกฤตของกรุงเทพฯ เพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด และลดความสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิตให้ได้มากที่สุด
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรค ปชน.เสนอประเด็นเร่งด่วนที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้องเร่งจัดการ 1.ระดมเครื่องสูบน้ำจากส่วนกลาง โดย กทม.ต้องเร่งประสานขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากหน่วยงานส่วนกลาง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมชลประทาน และกรมทรัพยากรน้ำ มาเสริมกำลังของ กทม. เพื่อช่วยระบายน้ำในจังหวะที่น้ำทะเลหนุนลดระดับลง ซึ่งถือเป็นนาทีทอง ที่ต้องเร่งสูบน้ำออกให้ได้มากที่สุดเพื่อรองรับมวลน้ำฝนลูกใหม่ โดยสามารถวางจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามแผนที่ทิศทางการไหลของน้ำที่ กทม.มีอยู่แล้วได้ทันที
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า 2.ประกาศมาตรการทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home (WFH) อย่างเด็ดขาด เพื่อให้การจัดการพื้นที่วิกฤตทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความชุลมุนวุ่นวายบนท้องถนนในชั่วโมงเร่งด่วน และลดความเสี่ยงที่ยานพาหนะของประชาชนจะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขังสูง 3.ประกาศเส้นทางห้ามใช้ ให้ชัดเจน กทม. ต้องประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนจุดที่มีน้ำท่วมสูงวิกฤต และประกาศเป็นเส้นทางที่ห้ามรถสัญจรผ่านอย่างเด็ดขาดและทันท่วงที เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของประชาชน และ 4.จี้อธิบดี ปภ. ประกาศ กทม.เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อเปิดทางให้ผู้ว่าฯ กทม.สามารถระดมกำลังพล เครื่องมือ และทรัพยากรจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เขต ตำรวจ ทหาร และสาธารณสุข มาช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบมากขึ้น พร้อมทั้งเปิดช่องให้สามารถดึงเงินทดรองราชการมาใช้ในภารกิจจัดการสาธารณภัยของ กทม.ได้ทันท่วงที





