
เมื่อวันที่ 14 เมษายน สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการปักกิ่งรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวอย่างหนักแน่นว่าหลักนิติธรรมระหว่างประเทศจะต้องได้รับการเคารพเพื่อให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง เป็นท่าทีเชิงตำหนิที่มีต่อการทำสงครามโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งที่ผ่านมาประธานาธิบดีสีแทบจะไม่มีการแสดงความเห็นต่อสาธารณชนในเรื่องนี้มากนัก แม้ทางการจีนจะออกมาวิพากษ์หลายครั้งว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลในอิหร่านนั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมายก็ตาม
ถ้อยความข้างต้นมีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีสีกล่าวในการพบปะกับ ชีค คาเลด บิน โมฮาเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน มกุฎราชกุมารแห่งนครรัฐอาบูดาบี ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) เมื่อวันอังคาร(14 เม.ย.) ที่มาเยือนกรุงปักกิ่ง ประธานาธิบดีสีกล่าวว่า หลักนิติธรรมไม่สามารถนำมาใช้เมื่อสะดวกและละทิ้งเมื่อไม่สะดวกได้ และว่า “เราต้องไม่ปล่อยให้โลกถอยกลับไปสู่กฎแห่งป่า”
ต่อประเด็นความสัมพันธ์กับยูเออี ประธานาธิบดีสีกล่าวกับชีค คาเลด ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสภาบริหารแห่งอาบูดาบีด้วยว่า จีนยินดีที่จะร่วมมือกับยูเออี เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่นและมีพลวัติมากยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านั้นในวันจันทร์ นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน ได้บอกกับชีค คาเลด ในระหว่างการพบหารือกันว่า จีนยินดีที่จะสำรวจความร่วมมือด้านการจัดเก็บพลังงาน ไฮโดรเจน และยานยนต์พลังงานใหม่ และว่า การค้าทวิภาคีควรขยายขนาดให้เพิ่มพูน แต่ขณะเดียวกันก็ควรปรับโครงสร้างให้เหมาะสมด้วย โดยจีนยินดีต้อนรับการลงทุนจากยูเออีมากขึ้นในภาคส่วนต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ การผลิตขั้นสูงและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
การเยือนปักกิ่งครั้งนี้ของมกุฎราชกุมารแห่งนครรัฐอาบูดาบีมีขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ประเทศปากีสถานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาประสบความล้มเหลวและสหรัฐได้ทำการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตัดการเข้าออกของเรือที่เชื่อมโยงกับท่าเรืออิหร่านทั้งหมด




