
ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน ขณะที่ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่าจะมีทางออกของสงครามในตะวันออกกลางในเร็วๆ นี้
นักลงทุนตอบสนองเชิงบวกอย่างรวดเร็วต่อสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ถึงการยุติความขัดแย้งในเดือนเมษายนนี้ แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซของโลกประมาณหนึ่งในห้าของโลกจะยังคงปิดอยู่ แต่ข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 เมษายน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหสรัฐ กล่าวว่า การประชุมครั้งต่อไประหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ข้อตกลงหยุดยิงที่มีอยู่ในปัจจุบันจะหมดอายุ
ปัจจัยดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงมากกว่า 1% อยู่ที่ 98.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐลดลง 1.6% มาอยู่ที่ 93.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในตลาดหุ้น ดัชนีหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่นของ MSCI ลดลง 0.6% แต่ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ซึ่งเป็นที่มีการทำการซื้อขายวันแรกหลังสงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น
ดัชนี MSCI ปรับขึ้น 14.5% ในเดือนเมษายน หลังจากร่วงลง 13.5% ในเดือนมีนาคม ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลง 0.9% ในช่วงเปิดตลาด หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 16 เมษายน โดยตลาดหุ้นเกือบทั้งหมดกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับก่อนสงครามที่ปะทุขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์
แอนดรูว์ ชอร์ลตัน ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนด้านตราสารหนี้ภาครัฐของ M&G กล่าวว่า สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่น่าประหลาดใจที่ตลาดสามารถมองข้ามความขัดแย้งและวิกฤตด้านพลังงานได้อย่างรวดเร็ว
“มีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างสิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายและธนาคารกลางพูดเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ความขัดแย้งนี้ก่อขึ้น กับสิ่งที่ตลาดกำลังสะท้อนออกมา” ชอร์ลตันกล่าว และว่า นักลงทุนกำลังมองโลกดีเกินไป ทั้งที่สงครามอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอหรือเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น แต่ตลาดยังไม่สะท้อนความเสี่ยงนั้นมากพอ
ขณะที่ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐอย่าง S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่สองติดต่อกันในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 18.33 จุด หรือ 0.3% มาอยู่ที่ 7,041.28 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 86.69 จุด หรือ 0.4% มาอยู่ที่ 24,102.70 จุด ส่วนดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones เพิ่มขึ้น 115 จุด หรือ 0.2% มาอยู่ที่ 48,578.72 จุด
ราคาทองคำเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ราคาทองคำสปอตเพิ่มขึ้น 0.02% มาอยู่ที่ 4,790.79 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำซื้อขายล่วงหน้าของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.08% มาปิดที่ 4,803.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์




