
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศว่า สหรัฐจะยังไม่ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน จนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงกับเตหะราน ท่ามกลางความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องว่า การเจรจารอบใหม่เพื่อยุติสงครามจะเกิดขึ้นได้หรือไม่
ทรัมป์ระบุบน Truth Social ของเขาว่า การปิดล้อมที่เริ่มขึ้นเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนกำลัง “ทำลายอิหร่านอย่างสิ้นเชิง” และเสริมว่าสหรัฐกำลังเป็นฝ่ายชนะในความขัดแย้งครั้งนี้อย่างชัดเจนมากๆ
ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า การที่อิหร่านเปิดฉากยิงใส่เรือในช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างร้ายแรง
การประกาศชัยชนะของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีกำหนดจะสิ้นสุดลงในวันพุธที่ 22 เมษายน แต่ยังไม่มีความแน่นอนว่าการเจรจาสันติภาพรอบที่ 2 ในปากีสถานจะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่
ด้านสำนักข่าว Axios รายงานเมื่อวันที่ 20 เมษายน ตามเวลาในสหรัฐว่า เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายสหรัฐ จะเดินทางไปยังประเทศปากีสถานในวันอังคารที่ 21 เมษายน เพื่อเข้าร่วมโต๊ะเจรจากับอิหร่าน สอดคล้องกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ที่รายงานว่า คณะเจรจาของสหรัฐจะออกเดินทางในวันอังคาร โดยคาดว่าแวนซ์จะไปพร้อมกับ สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยและที่ปรึกษาของทรัมป์ ซึ่งเป็นทีมงานเดียวกันกับการเจรจารอบแรก
ในส่วนท่าทีของอิหร่านนั้นยังคงไม่ชัดเจน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการหารือรอบ 2 กับสหรัฐที่กรุงอิสลามาบัด หลังสหรัฐยึดเรือสินค้าอิหร่าน ซึ่งเตหะรานมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่มีอยู่ และยิ่งเน้นย้ำถึงความไม่จริงใจและไม่น่าเชื่อถือของสหรัฐต่อความพยายามในการยุติสงครามระหว่างกัน
หลังการเจรจารอบแรกเมื่อต้นเดือนนี้ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์ กล่าวว่า อิหร่านยังไม่ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐ ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเรียกร้องให้วอชิงตันหลีกเลี่ยงข้อเรียกร้องที่เกินเลยและไม่ชอบด้วยกฎหมาย
แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าอิหร่านจะส่งใครมาเข้าร่วมหรือไม่ แต่บีบีซีรายงานว่า ในกรุงอิสลามาบัดมีสัญญาณของการเตรียมพร้อมเพื่อการเจรจา โดยแขกที่พักในโรงแรมเซเรนา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการเจรจารอบก่อน ถูกแจ้งให้ออกจากโรงแรมเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการประชุม ขณะที่ตำรวจประกาศปิดถนนสายสำคัญเนื่องจากการเดินทางมาถึงของคณะผู้แทนต่างประเทศ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลปากีสถานบอกกับรอยเตอร์ว่า ปากีสถานมั่นใจว่าสามารถโน้มน้าวให้อิหร่านเข้าร่วมการเจรจาได้ ขณะที่โลกกำลังจับตามองพัฒนาการดังกล่าวอย่างใกล้ชิด




