เมื่อวันที่ 21 เมษายน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในปัจจุบันสถานการณ์การสู้รบภายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมามีแนวโน้มทวีความรุนแรง และขยายตัวในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณตรงข้ามแนวชายแดนไทยในรัฐกะเหรี่ยงและรัฐคะยา จากสถานการณ์ดังกล่าว พบการปะทะระหว่างกองกำลังรัฐบาลเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์หลายจุด โดยใช้กำลังทางทหาร อากาศยาน และอาวุธวิถีโจมตีเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนเมียนมาได้รับผลกระทบ บาดเจ็บ เสียชีวิต และหนีภัยเข้ามาใกล้แนวชายแดนไทย ขณะเดียวกันมีความเสี่ยงจากกระสุนหรืออาวุธตกในเขตพื้นที่ไทย ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบต่อความปลอดภัยประชาชนตามแนวชายแดน และรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ กระทรวงมหาดไทย จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย ยกระดับความเข้มข้นดูแลพื้นที่ 5 ด้าน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ได้แก่ 1.ประสานการปฏิบัติและบูรณาการหน่วยงานฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ โดยเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และเฝ้าระวังช่องทางธรรมชาติ เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายกำลังอาวุธ หรือการล้ำแดน พร้อมทั้งซักซ้อม และเตรียมความพร้อมแผนเผชิญเหตุ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือสถานการณ์มีการลุกลามเข้ามาในเขตแดนไทย
นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า 2.แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้รับทราบสถานการณ์ หลีกเลี่ยงพื้นที่ชายแดนหรือพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมความพร้อมการดำเนินการตามแผนอพยพประชาชนในพื้นที่แนวชายแดน และกำหนดจุดปลอดภัย/ศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมใช้งาน 3.เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ชุมชน โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่สำคัญ 4.ให้ความสำคัญด้านการบริหารจัดการข้อมูลและการสื่อสาร โดยสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง ลดความตื่นตระหนกและป้องกันข่าวปลอม และ 5.เฝ้าระวังและควบคุมการข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจตรา และเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้า – ส่งออกสินค้าข้ามแดนที่เป็นสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท






