
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 21 เมษายน 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุมส.ส.ว่า ที่ประชุมได้หยิบยกเหตุการณ์สำคัญๆ ในบ้านเมืองหลายเรื่อง มาพูดคุยกัน หนึ่งในนั้นคือเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติยกคำร้อง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่อาจจะมีประเด็นเรื่องของผลประโยชน์ขัดกัน รวมถึงประเด็นที่มีการหยิบยกกันมาก่อนหน้านี้ว่าการยกคำร้องของป.ป.ช.นั้น เป็นการสวนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อกรณีเดียวกัน ซึ่งมีมาก่อนหน้านี้หรือไม่ ซึ่งในมติหรือคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้ว่า นายศักดิ์สยาม ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี โดยมีการพิสูจน์ให้เห็นถึงเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ ซึ่งเกี่ยวข้องกัน
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า เมื่อ ป.ป.ช. มีการยกคำร้องที่สวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็ทำให้เกิดข้อสงสัยมากมายขึ้นว่า กรณีที่มีการยกคำร้องนั้น มีที่มาที่ไปที่มีความซับซ้อน มีประเด็นที่น่าสงสัยหรือไม่ โดยที่ประชุมพรรคได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางใน 2 ทาง คือ 1.ตั้งข้อสังเกตถึงคำวินิจฉัย หรือมติของ ป.ป.ช. ที่สวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญเองก็ได้มีแนวทางเอาไว้ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องผูกพันทุกองค์กร และ 2.ประเด็นรายละเอียดของคำร้องในคดีนี้ เพราะเรื่องนี้มีประเด็นความเกี่ยวข้องกับเรื่องของผลประโยชน์ขัดกันของความเป็นรัฐมนตรีด้วย
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมส.ส.พรรคได้หารือกันแล้วมีมติว่า ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคไปรวบรวมรายละเอียดของคดีนี้ตั้งแต่ต้น และให้สรุปภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อที่ที่ประชุม ส.ส. จะได้มากำหนดท่าทีต่อไปว่า พรรคโดย ส.ส.ของพรรคควรจะดำเนินการในเรื่องนี้ทางกฎหมายอย่างใดต่อไปหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นโดย ป.ป.ช. หรือโดยนายศักดิ์สยาม ซึ่งก็จะมีการใช้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายชุดใหญ่ หยิบยกประเด็นรายละเอียดของข้อมูลทั้งหลายมาดูรายละเอียดกันอีกครั้งหนึ่ง
“ยืนยันว่า เรื่องนี้พรรคจะต้องดำเนินการในฐานะเป็นพรรคที่ยึดเรื่องของการเมืองสุจริต และถ้ามีประเด็นใดที่เกี่ยวข้อง สังคมให้ความสนใจ และเป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองที่ไม่สุจริต และเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็จะเป็นหน้าที่ของพรรค ทั้งในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายตรวจสอบ ฝ่ายที่เดินแนวทางการเมืองสุจริต จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป ยืนยันว่าพรรคไม่ได้วางเฉยต่อเรื่องนี้ ได้ติดตามเรื่องนี้โดยตลอด ขอให้ติดตามดูเรื่องนี้ต่อไปว่า ฝ่ายกฎหมายเสนอที่ประชุม สส. แล้วจะมีมติดำเนินการอย่างไรหรือไม่ต่อไป” นายสาทิตย์ กล่าว





