เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 เมษายน ที่รัฐสภา ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดยน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ นายบุญเลิศ แสงพันธ์ุ และนายเทพฤทธิ์ ภาษี แถลงข่าวยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล ขอให้เร่งช่วยเหลือพักหนี้กลุ่มประมงและเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดย น.ส.พนิดา กล่าวว่า เนื่องจากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ จังหวัดสมุทรปราการ มีข้อเสนอจากกลุ่มสมาคมชาวประมงคือ ขอให้เร่งรัดพักชำระหนี้เกษตรกรทั่วประเทศ ค่าน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นต้นทุนเกือบทั้งหมดของพี่น้องชาวประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน และเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในจังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากพี่น้องประมงไม่สามารถออกเรือได้ จ่ายค่าน้ำมันไม่คุ้มค่ากับการหาปลา

น.ส.พนิดา กล่าวต่อว่า ขณะที่มาตรการเยียวยา 7 ข้อล่าสุด จากรัฐบาลมีการสนับสนุนค่าน้ำมันดีเซล B20 ให้กับเกษตรกร แต่จากการลงพื้นที่พบว่าน้ำมันดังกล่าวมีอยู่อย่างจำกัดและมีเพียง 3 ปั๊มในจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้พี่น้องชาวประมงไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือนี้ได้ อีกมาตรการคือการออกซอฟต์โลนที่ยังไม่ถึงผู้ประกอบการและผู้ที่ได้รับผลกระทบ สภาวะที่เศรษฐกิจที่ยืดเยื้อมาตลอด 2 เดือน ส่งผลกระทบอย่างหนักกับชาวประมงและเกษตรกรที่มีรายได้ต่ำ และเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ค่าครองชีพก็พุ่งสูงขึ้นจากต้นทุนน้ำมัน
น.ส.พนิดา กล่าวด้วยว่า พวกเราจึงส่งข้อร้องเรียนต่อรัฐบาล โดยตั้งใจว่าจะยื่นข้อเรียกร้องนี้ต่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องชาวประมงและเกษตรกรทั่วประเทศ เราเคยมีมาตรการพักชำระหนี้มาแล้วในช่วงโควิด ซึ่งไม่มีผลต่อวินัยการเงินการคลังของประเทศ แต่เป็นการช่วยเหลือพยุงกลุ่มเป้าหมายให้ผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้ ช่วยคนตัวเล็กให้รอดจากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ สำหรับ 5 ข้อเรียกร้อง ได้แก่ 1.พักชำระหนี้เกษตรกรทั้งประเทศ ทั้งต้นทั้งดอก เป็นเวลา 1 ปี 2.ช่วงเวลาที่พักชำระหนี้ ขอให้ไม่มีการเก็บดอกเบี้ย

น.ส.พนิดา กล่าวด้วยว่า 3.ขอให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับศักยภาพกับเกษตรกรที่เผชิญกับสภาพสภาวะลำบาก 4.ต้องไม่ละทิ้งเกษตรกรที่ประสบปัญหาหนี้นอกระบบ จำเป็นต้องมีมาตรการ โดยให้ศูนย์ดำรงธรรมหรือหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาดูแลไกล่เกลี่ยกระบวนการหนี้นอกระบบให้เขากลับมายืนด้วยลำแข้งของตน และ 5.การช่วยเหลือคนตัวเล็ก พี่น้องชาวประมงและเกษตรกรที่เผชิญหน้ากับความยากลำบาก ไม่ใช่ช่วยเหลือแค่กลุ่มเปราะบางเท่านั้น แต่เป็นการช่วยให้เสาหลักของประเทศยังเดินหน้าต่อไปได้ เพราะทุกคนเป็นห่วงโซ่ขั้นแรกของอุปสงค์ในประเทศไทย หากเศรษฐกิจจะมีปัญหา คนตัวเล็กที่สุดของประเทศไทยควรจะได้รับการดูแลก่อน เพื่อให้เขาอยู่ได้

ด้านนายบุญเลิศ กล่าวว่า ตนได้รับเสียงสะท้อนจากชาวประมงในพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ฝากไปถึงนายกฯ ที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงก่อนสงกรานต์ น้ำที่เราไปเล่นกันที่ไม่ใช่น้ำตามประเพณีแต่เป็นน้ำตาของคนในพื้นที่ ก่อนออกเรือมีค่าใช้จ่าย แต่ออกเรือไปแล้วไม่รู้ว่าจะได้อะไรกลับมา ฉะนั้น วันนี้ท่านมีอำนาจเต็ม ขอให้ทำ ไม่ใช่มาเสียใจทีหลังเพราะไม่ได้ทำ
ขณะที่ นายเทพฤทธิ์ กล่าวว่า ความเดือดร้อนเหล่านี้ถูกไหลไปที่ประมงน้ำจืด โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ทั้งปลานิล กุ้งขาว และปลาสลิด ฝั่งอำเภอบางบ่อ บางเสาธง และบางพลี จังหวัดสมุทรปราการได้รับผลกระทบทั้งหมด ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ต้นทุนการสูบน้ำเข้าบ่อเพื่ออนุบาลสัตว์เลี้ยงก็สูงขึ้น เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ซ้ำเติมปัญหาด้วยราคาปลานิลตกต่ำ จึงอยากให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีมาตรการพยุงเยียวยาพี่น้องเกษตรกร เพื่อเอาชนะภาวะวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไปได้






