
รมว.ต่างประเทศไทย เผยวาระที่จะหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศจีนในโอกาสเยือนไทย โดยย้ำว่าไทยไม่อยากเป็นทางผ่านอย่างเดียว แต่ในการขยายการลงทุนต้องเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วย และในประเด็นอื่น ๆ ด้านความร่วมมือแก้ปัญหาในเมียนมา สถานการณ์ตะวันออกกลาง และความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่คลิปวิดีโอของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยภายหลังการเยือนเมียนมา โดยนายสีหศักดิ์กล่าวถึงประเด็นวาระที่จะหารือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ซึ่งมีกำหนดจะเดินทางเยือนไทยระหว่างวันที่ 23-25 เมษายน 2026 และหารือกับนายสีหศักดิ์ในวันที่ 24 เมษายนนั้น
นายสีหศักดิ์กล่าวว่าไทยกับจีนมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน และเรียกว่าเป็นความสัมพันธ์แบบ ‘หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน’ โดยในเรื่องของการค้าการลงทุนจะมีการพูดคุยเรื่องการขยายการลงทุนในไทย
“เราอยากได้การลงทุนในแง่ที่จะทำให้เราได้พัฒนาเศรษฐกิจ จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี เราไม่อยากจะเป็นทางผ่านอย่างเดียว” นายสีหศักดิ์กล่าว พร้อมระบุว่าต้องการการลงทุนในภาคส่วนเทคโนโลยี นวัตกรรม และรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ไทยสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดได้
ในประเด็นความสัมพันธ์สองฝ่ายไม่ได้มีปัญหาระหว่างกัน จึงจะคุยกันในประเด็นภูมิภาคเกี่ยวกับเมียนมา ซึ่งทั้งไทยและจีนต่างมีผลประโยชน์ร่วมกัน โดยจะหารือกันว่าไทยกับจีนจะร่วมมือกันได้อย่างไร เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา
นอกจากนี้ จะแลกเปลี่ยนกันเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันที่โลกไร้ระเบียบ โดยเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต่อประเทศภายนอกภูมิภาคนั้น โอกาสนี้ไทยกับจีนจะหารือกันถึงความร่วมมือและการเดินหน้าต่อไป
นายสีหศักดิ์ยังเน้นย้ำว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความมั่นคงทางทะเลและเส้นทางเดินเรือภายในช่องแคบฮอร์มุซ โดยไทยยืนยันหลักเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือ ซึ่งโยงไปสู่ปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นการผลักดันให้เกิดการพูดคุยระหว่างไทยและกัมพูชาจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือกับนายหวัง อี้ หรือไม่ นายสีหศักดิ์ตอบว่าจีนเคยเสนอตัวเป็นคนกลางจัดการประชุม 3 ฝ่ายไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยจัดขึ้นที่คุนหมิง
“จีนเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญ และความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งไทยและกัมพูชา แต่ในที่สุดแล้วไทยกับกัมพูชาต้องพูดคุยกันให้ได้ โดยต้องใช้ความพยายามก้าวข้ามความขัดแย้งให้ได้” นายสีหศักดิ์กล่าวพร้อมระบุว่า อยากเห็นเจรจาที่จริงใจจากฝ่ายกัมพูชา มากกว่าการแสดงออกในเวทีโลกเพื่อกดดันฝ่ายไทย
ขณะที่ด้านเขตแดน นายสีหศักดิ์กล่าวว่า หากไม่คุยถึงเรื่องความมั่นคงชายแดน ก็จะไม่สามารถคุยในเรื่องของเขตแดนได้ ทั้งนี้ ต้องสร้างบรรยากาศที่ดี ทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันอย่างแท้จริง โดยในวันที่ 23 เมษายน จะมีการนำเรื่อง MOU44 เข้าในที่ประชุมสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหลังจากนั้นนำเข้า ครม. เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับกระบวนการยกเลิก
ด้าน MOU43 นายสีหศักดิ์ย้ำว่าได้ยินเสียงความคิดเห็นที่หลากหลายทุกด้าน แต่ก็ต้องดำเนินไปด้วยความรอบคอบ โดยต้องดำเนินการแบบเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อพิจารณาว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แก้ไขได้ไหม และปรับอย่างไร แต่ยินดีรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วน และควรต้องเปิดให้มีการพูดคุยด้วยความโปร่งใส
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




