
รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมเสนออิหร่านโมเดล เก็บค่าธรรมเนียมเรือผ่านทางช่องแคบมะละกา ในขณะที่มาเลเซียและสิงคโปร์ค้านหัวชนฝา มะละกาควรเป็นของทุกคน
ข้อเสนอนี้มาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซีย นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา (Purbaya Yudhi Sadewa) ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเสนอที่สร้างรอยร้าวที่หาได้ยากจากกลุ่มประเทศริมฝั่งช่องแคบมะละกา แม้ที่ผ่านมามักจะรักษาจุดยืนที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาโดยตลอด
เสรีภาพการเดินเรือ
เป็นเวลาหลายทศวรรษที่ช่องแคบมะละกาบริหารจัดการภายใต้หลักการง่ายๆ ที่ 3 ประเทศริมฝั่ง อย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ยึดถือร่วมกัน นั่นคือการรักษาทางน้ำให้เปิดกว้างและการสัญจรต้อง “ไม่มีค่าใช้จ่าย” แต่ฉันทามตินี้กำลังถูกทดสอบจากภายใน 3 ประเทศนี้เสียเอง
นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซีย เดินเกมในสัปดาห์นี้ด้วยการเสนอไอเดียเรื่องการ “เก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมผ่านทาง” จากเรือที่แลกเปลี่ยนผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นท่าทีที่สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับตำแหน่งแห่งที่ของมาเลเซียและสิงคโปร์ที่ประกาศออกมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
ข้อเสนอจากฝั่งจาการ์ตา
ในงานสัมมนาที่จัดโดยหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ Sarana Multi Infrastruktur ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันพุธที่ 22 เมษายน นายปูร์บายาระบุว่า ข้อเสนอนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายผลักดันของประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ที่ต้องการให้อินโดนีเซียเป็น “ผู้เล่นหลัก” ในการค้าโลก ไม่ใช่เพียงประเทศทางผ่าน
“อินโดนีเซียไม่ใช่ประเทศชายขอบ เราตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าและพลังงานที่สำคัญของโลก แต่เรือที่ผ่านช่องแคบมะละกากลับไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ” นายปูร์บายากล่าว
ทั้งยังเกริ่นว่า หากมีการแบ่งสันปันส่วนจริง สัดส่วนรายได้ระหว่าง 3 ประเทศ (อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์) ผลประโยชน์ที่อินโดฯ ได้ก็น่าจะมหาศาล โดยเขาได้อ้างอิงถึงระบบการจัดเก็บค่าผ่านทางของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซเป็นโมเดลตัวอย่าง
อย่างไรก็ตาม เขาคัดค้านว่าข้อเสนอนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นและคงไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เนื่องจากความซับซ้อนในการทำความตกลงระหว่าง 3 ประเทศ รวมถึงแรงต้านที่คาดว่าจะมาจากอุตสาหกรรมการเดินเรือทั่วโลก
สิงคโปร์ประกาศกร้าว: ไม่เห็นด้วย
ในวันเดียวกัน นายวิเวียน บาลากฤษณัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยในระหว่างงาน Singapore Maritime Week 2026 เขากล่าวว่า “สิทธิในการผ่านแดน เป็นสิ่งพึงรับประกันไว้สำหรับทุกคน”
“เราจะไม่เข้าร่วมความพยายามใดๆ ที่จะปิด กีดกัน หรือบังคับเก็บค่าผ่านทางในพื้นที่เพื่อนบ้านของเรา” นายวิเวียนกล่าว
ทั้งเตือนสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน โดยระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซตอนนี้นับเป็นเพียงแค่ “การซ้อมใหญ่” หากเกิดสงครามขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกจริง ๆ ผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ประเทศ คือ การรักษาช่องแคบมะละกาให้เปิดกว้างต่อไป
มาเลเซียย้ำ: ต้องผ่านมติเอกฉันท์เท่านั้น
ด้านมาเลเซียส่งสัญญาณผ่านรัฐมนตรี 2 ท่าน โดยนายแอนโทนี ล็อก (Anthony Loke) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่ามาเลเซียยังคงยึดมั่นในเสรีภาพของการเดินเรือ
ขณะที่ นายดาตุก เซรี โมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีการต่างประเทศ กล่าวว่า การตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับช่องแคบมะละกาต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย (มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย และไทย) เนื่องจากเป็นความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียนที่ยึดถือ “ฉันทามติ (Consensus)” เป็นหลัก และไม่สามารถตัดสินใจฝ่ายเดียวได้
“เราเป็นประเทศคู่ค้า เศรษฐกิจของเราเป็นระบบเปิด เราค้าขายกับทุกคน เราไม่สามารถเสี่ยงที่จะถูกมองว่าเอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง เพราะนั่นจะกระทบต่อเศรษฐกิจของเรา” นายโมฮาหมัดกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




