
ประเด็นไต้หวันจ่อถูกหยิบถก หารือ ‘สี-ทรัมป์’ เดือนหน้า
รอยเตอร์รายงานว่า ในการหารือระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐที่จะเกิดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ เรื่องไต้หวันจะเป็นประเด็นสำคัญในการหารือ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนจากการประชุมที่เกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งไม่มีการยิบหยกประเด็นนี้ขึ้นมา
ขณะเดียวกัน ไต้หวันจะจับตาดูสัญญาณใดๆ ว่าทรัมป์ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับพันธมิตรด้วยแนวทางเชิงต่อรองแบบผลประโยชน์ มากกว่าความเป็นพันธมิตร อาจผ่อนปรนหรือปรับกรอบนโยบายเดิมของสหรัฐที่มีต่อไต้หวัน เพื่อแลกกับการที่จีนจะซื้อเครื่องบินหรือสินค้าเกษตรของสหรัฐ เพื่อช่วยบรรเทาแรงกดดันทางเศรษฐกิจ
อู๋ ซินโป คณบดีสถาบันการศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านนโยบายของกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวว่า เกี่ยวกับไต้หวัน ตรรกะนั้นเรียบง่าย หากสหรัฐไม่ต้องการทำสงครามใหญ่กับจีนเรื่องไต้หวัน ก็ไม่ควรสนับสนุนเอกราชของไต้หวัน
พร้อมกล่าวว่า ทรัมป์ไม่มีความสนใจที่จะทำสงครามกับจีน เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ เขาควรทำให้ชัดเจนว่าเขาจะไม่สนับสนุนเอกราช หรือดำเนินการใดๆ ที่ส่งเสริมแนวคิดแบ่งแยกดินแดน
กระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่า ไต้หวันเป็นแกนกลางของผลประโยชน์หลักของจีน และเป็นรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์จีน–สหรัฐ พร้อมระบุว่า เอกราชของไต้หวันและสันติภาพในช่องแคบไต้หวันนั้นไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ เหมือนกับไฟและน้ำ และเสริมว่า จีนและสหรัฐยังคงมีการสื่อสารกันเรื่องการเดินทางเยือนของทรัมป์ด้วย
สหรัฐยึดถือในนโยบายจีนเดียว ซึ่งหมายความว่าสหรัฐไม่ได้วางจุดยืนเกี่ยวกับอธิปไตยของไต้หวันอย่างเป็นทางการ และเพียง “รับทราบ” แต่ไม่ได้ “ยอมรับ” จุดยืนของจีนที่อ้างว่าเกาะไต้หวันเป็นของตน อย่างไรก็ดี ทรัมป์ได้อนุมัติการขายอาวุธให้ไต้หวันในปริมาณที่มากกว่ามากภายในเวลาเพียงหนึ่งปีกว่าในวาระที่สองของเขา เมื่อเทียบกับที่โจ ไบเดน ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าอนุมัติไว้ตลอดช่วงเวลาที่เขาเป็นประธานาธิบดี




