
UAE ลั่น สกัดขีปนาวุธอิหร่านได้ 3 ลูก อีกลูกร่วงทะเล การบิน ต.อ.กลางป่วน
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศสามารถสกัดกั้นการโจมตีขีปนาวุธและโดรนในช่วงเย็นของวันที่ 4 พฤษภาคม ขณะที่กระทรวงกลาโหมของ UAE ระบุเพิ่มผ่าน X ว่า สามารถสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ 3 ลูกเหนือเขตน่านน้ำ และอีก 1 ลูกตกลงในทะเล
ด้านกระทรวงต่างประเทศ UAE แถลงว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการยกระดับความรุนแรงอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ พร้อมเสริมว่า UAE ขอใช้สิทธิในการตอบโต้อย่าง
เต็มรูปแบบและมีชอบธรรม
ในช่วงค่ำวันเดียวกัน ทางการ UAE ระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศยังคงกำลังสกัดกั้นภัยคุกคามจากขีปนาวุธและโดรนเพิ่มเติม และได้ส่งข้อความเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือในดูไบและอาบูดาบีเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการโจมตีด้วยขีปนาวุธ
ข้อมูลจากบริการติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 ระบุว่า เที่ยวบินจำนวนมากที่มุ่งหน้าไปยัง UAE ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงที่กรุงมัสกัตในโอมาน ด้วยเหตุว่า สนามบินทั้งหมดใน UAE ถูกปิดชั่วคราว ขณะที่เครื่องบินขาเข้าลำอื่นๆ ต้องบินวนอยู่เหนือซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากเหตุโจมตีดังกล่าวทำให้การจราจรทางอากาศหยุดชะงักในวงกว้าง
นอกจากนั้น ยังเกิดเหตุเพลิงไหม้ใน เขตอุตสาหกรรมน้ำมันฟูไจราห์ หลังจากที่โดนโจมตีด้วยโดรน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ UAE กล่าวว่า มาจากอิหร่าน ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานต่อกรณีนี้ว่า มีชาวอินเดีย 3 รายได้รับ
บาดเจ็บระดับปานกลางจากการโจมตีและถูกนำส่งโรงพยาบาล
ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของฟูไจราห์ถูกโจมตี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม มีโดรนโจมตีท่าเรือฟูไจราห์ ทำให้เกิดไฟไหม้และต้องระงับการขนถ่ายน้ำมันบางส่วน
ฟูไจราห์มีบทบาทสำคัญต่อการส่งออกน้ำมันของ UAE ในช่วงสงครามกับอิหร่าน เนื่องจากตั้งอยู่ปลายท่อส่งน้ำมันดิบอาบูดาบี ซึ่งลำเลียงน้ำมันจากแหล่งผลิตในแผ่นดินไปยังอ่าวโอมาน และเป็นเส้นทางที่หลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ UAE ยังสามารถส่งออกน้ำมันไปยังตลาดโลกได้ต่อเนื่อง




