
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป (BMW Group) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากเยอรมนี รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 โดยรายได้และกำไรปรับตัวลดลงต่ำกว่าที่คาด ท่ามกลางแรงกดดันจากยอดขายที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะในตลาดจีน อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ BMW ก็ปรับตัวสูงขึ้น 5.39 เปอร์เซ็นต์ ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนเกี่ยวกับแผนกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในอนาคต
ทั้งนี้ ผลประกอบการโดยรวมของ บีเอ็มดับเบิลยู ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 พบว่า รายได้และผลกำไรลดลง โดยกำไรก่อนหักภาษี (EBT) ของกลุ่มบริษัทลดลง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของธุรกิจยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากยอดขายที่ลดลงและแรงกดดันด้านการแข่งขัน แม้จะเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ แต่บริษัทยังคงรักษาอัตรากำไรก่อนหักภาษีไว้ที่ 7.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสอดคล้องกับปีที่ผ่านมา
โดยรายได้ในไตรมาสแรกของปี ต่ำกว่าที่คาด โดยอยู่ที่ 31,000 ล้านยูโร ลดลง 8.1 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่กำไรต่อหุ้นก็พลาดเป้าเช่นกัน อยู่ที่ 2.4 ยูโร เทียบกับที่คาดไว้ 2.7 ยูโร ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงเป็นบวก สะท้อนจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น 5.39 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นผลจาก Neue Klasse แพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าที่ BMW ออกแบบใหม่หมด
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรลดลง เป็นผลมาจากมาตรการภาษีทั้งภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา และภาษีที่สหภาพยุโรป เรียกเก็บจากรถยนต์ไฟฟ้า ที่ผลิตในจีน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อแบรนด์ มินิ ของ BMW
ทั้งนี้ BMW ยังคงยืนยันเป้าหมายทั้งปี โดยคาดว่า จะมีการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง และส่งสัญญาณว่า จะสามารถรับมือกับภาษีนำเข้าของสหรัฐและการแข่งขันจากจีนได้ โดยแนวทางในอนาคตและความเสี่ยงของตลาด บริษัทจะยังคงแนทางสำหรับทั้งปีเอาไว้ โดยคาดว่าผลประกอบการของกลุ่มจะลดลงเล็กน้อย อัตรากำไรจากการดำเนินงานหลักของ BMW คาดว่าจะอยู่ในช่วง 4-6 เปอร์เซ็นต์ หลังจากปี 2026 ทำได้ 5.3 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม BMW ระบุว่า การคาดการณ์นี้ไม่ได้รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ขู่เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมว่า จะปรับขึ้นเป็น 25 เปอร์เซ็นต์จากปัจจุบันอยู่ที่ 15 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จะไม่ยืดเยื้อ




