พักโทษ-อิสรภาพ ทักษิณ ภาระ-พันธะใหม่ ฟื้นเพื่อไทย

1-4TTTTTSSS

11 พฤษภาคม เป็นอีเวนต์ใหญ่ของคนเสื้อแดง คนเพื่อไทย และคนตระกูลชินวัตร

เมื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องกลับเข้าเรือนจำจากปมที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่ง “บังคับโทษ” คดีชั้น 14 เมื่อ 9 กันยายน 2568

11 พฤษภาคม “ทักษิณ” จะได้พักโทษ กลับไปอยู่ที่ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” หลังจากอยู่ในเรือนจำมากว่า 243 วัน

กรมราชทัณฑ์ชี้แจงการ “พักโทษ” ของ “ทักษิณ” ตอนหนึ่งว่า “ทักษิณ ต้องโทษจำคุกรวม 3 คดี ต่อมาได้รับพระราชทานอภัยโทษ ลดเหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี โดยต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้วินิจฉัยว่า การบังคับโทษไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขของกฎหมาย จำเลยจึงไม่อาจถือเอาช่วงระยะเวลาที่จำเลยอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจมาหักเป็นวันคุมขังได้”

“จึงมีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุกแก่จำเลยมีกำหนด 1 ปี ดังนั้น การบังคับโทษ 1 ปีของนายทักษิณจึงมิใช่กรณีกระทำความผิดซ้ำ ตามมาตรา 92 หรือมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายอาญาหรือตามกฎหมายอื่น และมิใช่กรณีเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งเคยต้องโทษจำคุกและพ้นโทษแล้วกลับมากระทำความผิดอีกภายในห้าปี นับแต่วันที่พ้นโทษจำคุกคราวก่อน”

Advertisement

“จากประเด็นดังกล่าว นายทักษิณจึงมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 คือเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง ต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด และได้รับพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด”

จึงเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีปกติ และสามารถปล่อยตัวคุมประพฤติได้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป แต่นายทักษิณจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติที่กำหนด จนกว่าจะพ้นโทษ คือต้องติดกำไล EM และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติที่กำหนด โดยจะครบกำหนดพ้นโทษ 1 ปีในเดือนกันยายนนี้

Advertisememt

แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวคนเล็กพูดแทนทักษิณ หลังเข้าเยี่ยมครั้งสุดท้ายเป็นครั้งที่ 61 ก่อนการปล่อยตัว ถึงการที่พ่อของเธอกลับไปพักโทษที่บ้านจันทร์ส่องหล้าว่า “หากได้ออกมาแล้ว คุณพ่ออยากจะทำอะไรนั้น ท่านก็ไม่ได้มีอะไรมาก บอกแค่ว่าต้องไปตรวจสุขภาพ เพราะไม่ได้ตรวจแบบครบ ๆ มากว่า 8 เดือนเเล้ว ออกมาก็คงดูแลเรื่องสุขภาพ”

นอกจากเช้าวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ครอบครัว “ชินวัตร” จะไปต้อนรับหลังจากได้รับอิสรภาพแล้ว ยังมีคนเสื้อแดงที่เตรียมตั้งเวทีตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 10 พฤษภาคม เป็นการนับถอยหลังสู่อิสรภาพของผู้นำจิตวิญญาณ

มีอดีต สส.-สส.ปัจจุบัน พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง ทั้งภาคกลาง จัดรถบัสขนคนเสื้อแดงมาร่วมกิจกรรมคืนอิสรภาพ “ทักษิณ” โดยมาจากหลายจังหวัด ทั้ง สมุทรปราการ อุบลราชธานี ขอนแก่น นครพนม ปทุมธานี จังหวัดละ 2-3 คันรถบัส มากกว่า 500 คน

“วรชัย เหมะ” อดีต สส.สมุทรปราการ แกนนำคนเสื้อแดงกล่าวว่า จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษเริ่มตั้งแต่เย็นวันที่ 10 พฤษภาคม ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หรือเรือนจำคลองเปรม จะมีการนัดรวมตัวคนเสื้อแดง เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับนายทักษิณออกจากเรือนจำในช่วงเช้าวันที่ 11 พฤษภาคม

โดยเย็นวันนั้นจะมีการทานอาหารเย็นร่วมกัน และจัดเวทีเสวนาของคนเสื้อแดงถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในบ้านเมือง ว่าเราได้ทำอะไรกันเพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาธิปไตยกันบ้าง คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงรวมตัวหลักพันคนขึ้นไป จึงขอเชิญชวนพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยและรักความเป็นธรรมมาให้กำลังใจรอรับนายทักษิณที่เป็นอดีตนายกฯ ซึ่งทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากที่สุด และถูกกระทำมากที่สุด และไม่ได้รับความยุติธรรมมากที่สุด

ทั้งนี้ ตามกำหนดการคืนอิสรภาพทักษิณ ประตูเรือนจำคลองเปรมจะเปิดช่วง 06.00 น. โดย “ทักษิณ” จะออกจากประตูเรือนจำเวลา 07.45 น. ก่อนที่จะเคารพธงชาติ และขึ้นรถกลับ โดยมีการนัดแนะว่า “ทักษิณ” จะไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน จะมีเพียงโบกมือทักทายคนเสื้อแดง และนักการเมืองค่ายเพื่อไทย เนื่องจากยังเป็นเพียงการพักโทษ และยังอยู่ระหว่างคุมประพฤติ

แต่โจทย์ใหญ่ที่คนการเมืองจับตาคือ จังหวะการเคลื่อนทางการเมืองของ “ทักษิณ” ต่อจากนี้ หรือตัดสินใจ “วางมือ” ไปเลี้ยงหลานตามที่กล่าวต่อสาธารณะหลายครั้งก่อนหน้านี้

บุคลากรการเมืองอาวุโสในพรรคเพื่อไทยประเมินผลเชิงบวก สำหรับการที่ “ทักษิณ” ได้รับอิสรภาพว่า จะเป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน ในยุคแพทองธารคู่ขนานนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และมีการปรับยุทธศาสตร์ “พรรคขนาดกลาง” คาดหวังว่าบทบาทของทักษิณจะส่งผลให้เกิดยุทธศาสตร์ใหม่ ผสมผสานระหว่างคนรุ่นเพื่อนลูก-กับเครือข่ายพรรคพวกพ่อ

จังหวะก้าวใหม่ของพรรคเพื่อไทยหลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างกรรมการบริหาร ในเวลานี้จึงมีเข็มมุ่งที่จะปรับแผนการเคลื่อนกิจกรรมการเมืองทั้งในฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ และการเชื่อมโยงการเมืองระดับพื้นที่เลือกตั้ง

ระบบหลังบ้านของพรรค จัดสรรกำลังคนผสมผสาน สส.รุ่นใหม่ สส.รุ่นกลาง สส.รุ่นเก่า เพื่อตัดทาง-ปิดระบบ ไม่ให้เลือดไหลออกไปสู่พรรคภูมิใจไทยและกล้าธรรม ซึ่งเปิดสะพานเชื่อมไว้ตลอดเวลา

ตัวเลขที่ สส.หวั่นไหว คือเลือกตั้งครั้งต่อไปต้องไม่ต่ำกว่า 50 ปิดทางสายแพ้ แม้ไม่กลับไปชนะเป็นพรรคอันดับ 1

ไม่ควรลืมว่ายุคที่ “ไม่มีทักษิณ” ทำเพื่อไทยแพ้เลือกตั้ง 2 ครั้งต่อเนื่อง

ล่าสุดแพ้มากที่สุด กลายเป็นพรรคอันดับ 3 ต่ำกว่า 100 เสียง กวาด สส.เข้าสภาได้เพียง 74 คน ทำลายสถิติเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี

แต่ยังมีปัจจัยบวก ได้ร่วมรัฐบาล ครอบครอง 5 กระทรวงสำคัญกินตำแหน่งรัฐมนตรี 8 คน ประคับประคองพรรคเพื่อไทยให้อยู่รอด ไม่แพแตก เลือดไหลไปมากกว่านี้

อิสรภาพของทักษิณ ไม่เพียงทำให้ครอบครัวชินวัตรมีความรัก-ความหวัง แต่ยังต้องรับภาระ-พันธะใหม่ ฟื้นเพื่อไทยให้พ้นจากพรรคต่ำ 100 ให้ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง