
อนุทิน ปลุกอาเซียน รับสถานการณ์โลก ชู 3 ข้อเน้นมั่นคงอาหาร พลังงาน คุ้มครองพลเมืองภูมิภาค ‘ไอติม’จี้ครม.รับรองร่างแก้รธน. ดร.โจลั่นปชน.โกย 50 ส.ก.
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ที่ศูนย์การประชุมมักตัน (Mactan Expo) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 โดยมีผู้นำและผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียนเลขาธิการอาเซียน และประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank-ADB) ในฐานะแขกของประธานอาเซียนเข้าร่วมการประชุม
จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 แบบเต็มคณะ (Plenary) โดยกล่าวขอบคุณผู้นำประเทศสมาชิกสำหรับการแสดงความยินดีในโอกาสการดำรงตำแหน่งนายกฯของไทยอีกครั้ง และยืนยันความมุ่งมั่นของไทยที่จะการทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อให้อาเซียนยังคงเป็นเสาหลักของสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองของภูมิภาค
“อาเซียนเคยเผชิญวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง และทุกครั้งสามารถก้าวผ่านและเติบโตอย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น เชื่อมั่นว่าอาเซียนจะสามารถรับมือกับความท้าทายครั้งนี้ได้อีกครั้ง อาเซียนจำเป็นต้องคงความเป็นเอกภาพ ปรับตัวได้ และมองไปข้างหน้า สำหรับ หัวข้อการประชุม Navigating Our Future, Together มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในยุคนี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน” นายอนุทิน กล่าว
และ เสนอแนวทาง 3 ข้อ ให้อาเซียนเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ ได้แก่
1.ด้านความมั่นคงทางพลังงาน โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการรักษาความมั่นคงทางทะเลและเสรีภาพในการเดินเรือ อาเซียนควรเร่งเสริมสร้างความร่วมมือในเชิงปฏิบัติ อาทิ ผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ใช้ประโยชน์จากความตกลงด้านความมั่นคงปิโตรเลียมอาเซียน (ASEAN Petroleum Security Agreement) ตลอดจนเพิ่มการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และเชื้อเพลิงชีวภาพ
2.ด้านความมั่นคงทางอาหาร ภูมิภาคอาเซียนกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและปุ๋ยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตและราคาสินค้า อาเซียนจึงควรต่อยอดรูปแบบความร่วมมือที่มีอยู่แล้ว เช่น ความตกลงการค้าข้าวระหว่างไทย-สิงคโปร์ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงด้านอุปทานในช่วงวิกฤต และพิจารณาขยายแนวทางดังกล่าวไปยังสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมร่วมกันของภูมิภาค ซึ่งไทยในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตอาหารสำคัญของโลก พร้อมมีบทบาทสนับสนุน เสริมสร้างความร่วมมือของอาเซียนด้านความมั่นคงทางอาหารอย่างเต็มที่ และ 3. เป้าหมายสูงสุดของอาเซียน คือ การดูแลและคุ้มครองประชาชน
ทั้งนี้ ได้รับรองแถลงการณ์ 4 ฉบับ คือ 1.ปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือทางทะเล 2.แถลงการณ์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยการดำเนินการสำคัญ เพื่อความเข้มแข็งของภูมิภาคในการรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อภูมิภาค 3.แถลงการณ์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยความร่วมมืออาเซียนในการตอบโต้ภัยพิบัติ: พิธีสารเชิงยุทธศาสตร์อาเซียนสำหรับการจัดการภาวะฉุกเฉิน และการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน 4.ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเสริมพลังเยาวชนในการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสร้างความเข้มแข็งด้านการรับมือภัยพิบัติ
วันเดียวกัน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญเดิมตกไป โดยไม่สัญญาว่าจะยื่นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้ามา แสดงว่าไม่จริงใจในการทำตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ
“เมื่อผลประชามติออกมาชัดเจนว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเป็นผลที่ต้องผูกมัดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเชิงกระบวนการ ขั้นตอนถัดไปที่ต้องดำเนินการ คือ การผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ให้ผ่านความเห็นชอบ 3 วาระของรัฐสภา วันนี้ ครม.มี 2 ทางเลือก คือ 1 มีมติก่อนวันที่ 14 พฤษภาคมเพื่อยืนยันให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ ของพรรคภูมิใจไทยและของพรรคประชาชน ที่เคยผ่านวาระ 1 ของรัฐสภามาแล้วได้ไปต่อ หากเป็นเช่นนั้นทั้ง 2 ร่างจะถูกพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ ก่อนถูกเสนอกลับมาที่รัฐสภาในวาระ 2 และ 3 และ 2 การที่ ครม.ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ หมายความว่ากระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไปต่อได้ก็ต่อเมื่อมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เข้ามาใหม่อีกรอบหนึ่ง โดย ครม. สมาชิกรัฐสภา หรือภาคประชาชนเพื่อเริ่มพิจารณาในวาระที่ 1 ” นายพริษฐ์กล่าว
ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ความคืบหน้าคดีฮั้วเลือก ส.ว. สำนักงานได้ส่งเอกสารทุกอย่างถึงกกต.ตั้งแต่สิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากนี้ต้องดูว่ากกต.จะพิจารณาอย่างไร ใช้เวลาเท่าไหร่ ถ้ามีความคืบหน้า จะรายงานผลให้ทราบเป็นระยะ ส่วนคดีบัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดในศาลรัฐธรรมนูญ มีการแจ้งชื่อพยานไปแล้ว 5 คน ส่วนคำชี้แจงพยานยังไม่ได้ส่งมา ตามกำหนดภายใน 15 วัน
ที่ตลาด ITF นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรค ปชน. และ น.ส.วนัสญาย์ สิริเหมะเวคิน ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางรัก พรรค ปชน. ลงพื้นที่พบปะแนะนำตัวกับประชาชน และ พ่อค้าแม่ค้า เขตบางรักและตลาดละลายทรัพย์
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เลือกลงพื้นที่สีลมเป็นครั้งแรก อยากสะท้อนชีวิตคนเมืองในกรุงเทพฯ การพบชาวออฟฟิศ พ่อค้าแม่ค้า ได้มุมมองและแง่คิดหลายอย่าง การตอบรับน่าพอใจ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ส่วนประเด็นที่อยากพัฒนาหลังฟังแสงสะท้อนจากประชาชนมี 2 เรื่องหลัก คือ ค่าครองชีพ และ การเดินทางที่ประสบความลำบาก
“เรากวาด ส.ส.มา 33 เขตทั่วกรุงเทพฯ ส้มทั้งจังหวัดแล้ว จะดีหรือไม่หากสามารถกวาด ส.ก.ส้มได้อีกทั้งจังหวัด ผมอยากตั้งเป้าหมายสูง โดยเรื่องความพร้อมและการเตรียมตัว ส.ก. บางคนลงพื้นที่มาเป็นปีๆแล้ว รั้งนี้เราพร้อมมากกว่าปี 2565” นายชัยวัฒน์กล่าว





