
รัฐบาลจีนยืนยันกำหนดการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐอย่างเป็นทางการ วันที่ 13-15 พฤษภาคม คาดว่าวาระการหารือจะรวมถึงประเด็นสงครามอิหร่าน และต่ออายุข้อตกลงสงบสงครามการค้าระหว่างสองชาติ
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า รัฐบาลจีนประกาศกำหนดการเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 13-15 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ เป็นการอนุมัติอย่างเป็นทางการสำหรับการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกในรอบเกือบสิบปีของประธานาธิบดีสหรัฐ นับตั้งแต่ปี 2017 แม้มีความตึงเครียดจากสงครามอิหร่าน
สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานอ้างอิงคำกล่าวของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนว่า ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ทรัมป์จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2026
ทำเนียบขาวระบุว่า การประชุมสุดยอดจะจัดขึ้นในวันที่ 14-15 พฤษภาคม
ก่อนหน้านี้แหล่งข่าวเคยระบุว่า รัฐบาลของสี จิ้นผิง มีท่าทีระมัดระวังเกี่ยวกับกำนดการเยือนครั้งนี้ จนกว่าความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งดำเนินมาแล้วกว่า 3 เดือนจะได้รับการคลี่คลาย
จีนไม่เคยประกาศหรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับกำหนดการเยือนจีนของทรัมป์ที่ก่อนหน้านี้เลื่อนออกไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนเมษายน เป็นการปฏิบัติตามธรรมเนียมทั่วไป ซึ่งจะประกาศกำหนดการของผู้นำระดับสูงล่วงหน้าเพียงไม่กี่วัน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
การเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้จะเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงที่เปราะบางระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยสองฝ่ายต่างปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของกันและกัน ทั้งนี้ จีนเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทางการทูตรายใหญ่และเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน
คาดว่าสงครามอิหร่านจะเป็นประเด็นสำคัญในวาระการประชุมสุดยอด โดยทั้งสหรัฐและจีนต่างต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดอีกครั้ง แต่คำถามสำคัญคือ จีนพร้อมที่จะกดดันอิหร่านหรือไม่ และจะเรียกร้องอะไรจากสหรัฐเป็นการตอบแทน
ประเด็นอื่น ๆ คาดว่าผู้นำทั้งสองจะขยายเวลาข้อตกลงพักรบสงครามการค้า ซึ่งบรรลุเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ที่เกาหลีใต้ออกไป รวมถึงประเด็นไต้หวันก็คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ โดยจีนกังวลที่สหรัฐขายอาวุธให้ไต้หวัน และอาจพยายามผลักดันให้รัฐบาลทรัมป์แสดงการต่อต้านการแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวัน ซึ่งจีนมองว่าเป็นดินแดนของตน
นอกจากนี้ ยังคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะลงนามในข้อตกลงมากมาย ตั้งแต่การซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรไปจนถึงเครื่องบินโบอิ้ง โดยแหล่งข่าวระบุว่า คาดว่าจะมีคณะผู้แทนธุรกิจจากสหรัฐร่วมเดินทางไปกับทรัมป์ด้วย รวมถึง สตีฟ ชวาร์ซแมน ซีอีโอของแบล็กสโตน อิงก์ ซึ่งเป็นบริษัทจัดการการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ทางเลือก และเจน เฟรเซอร์ ซีอีโอของซิติกรุ๊ป อิงก์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




