ใครรวยไม่ไหวแล้วบ้างช่วยบอกที เพราะนี่อาจจะยัง โดยเฉพาะหลังเห็นผลสำรวจราคาอาหารตามสั่งทั่วไทย ที่ตอนนี้ปรับขึ้นราคาไปแล้ว 6-10 บาททั่วประเทศ เรียกว่าโดนกันถ้วนหน้าไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของขวานทองนั่นเอง

‘อาหารตามสั่ง’ ขึ้นแล้ว 6-10 บาททั่วไทย
ผลสำรวจ การปรับราคาอาหารจานเดียว เดือนเมษายน 2569 จากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยการสำรวจราคาอาหารจานเดียว 7 รายการทั่วทุกภาคในประเทศไทย ได้แก่ ข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว ราดหน้าหมู ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดผัดกะเพรา รวมกว่า 1,396 รายการ
พบว่า มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 16-20% ทั่วประเทศไทย หรือขึ้นราคาตั้งแต่ 6-10 บาท และกลุ่มที่มีการปรับราคาในหลายพื้นที่มากที่สุดคือ ‘กลุ่มราคาต่ำ’ ในช่วงราคาขาย 30-40 บาทที่มีการปรับราคาขายขึ้นถึง 20% และพบการปรับราคาขายมากถึง 72 จังหวัดทั่วไทย
โดยรูปแบบการสำรวจแบ่งเป็น 3 กลุ่มราคา ได้แก่
– กลุ่มราคา 30-40 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 20.64% และมีการปรับราคาขึ้นใน 72 จังหวัด
– กลุ่มราคา 41-50 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 13.36% และมีการปรับราคาขึ้นใน 56 จังหวัด
– กลุ่มราคา 51-60 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 16.12% และมีการปรับราคาขึ้นใน 8 จังหวัด
‘ภาคอีสาน’ ราคาพุ่งสูงสุด ‘กรุงเทพ’ ขึ้นราคาทุกกลุ่มแพงถูก
เมื่อแบ่งออกมาแต่ละภาคจะพบว่า ‘อาหารตามสั่ง’ ปรับขึ้นราคาในทุกภาคทั่วประเทศไทย โดยภาคที่มีการขึ้นราคาสูงสุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีค่าอาหารขึ้นเฉลี่ยมากถึง 22.41% โดยเฉพาะราคาอาหารกลุ่ม 51-60 บาทที่ขึ้นสูงถึง 33%
ตามด้วย ‘ภาคใต้’ 19.81% ที่อาหารกลุ่มราคาถูก (30-40 บาท) มีการปรับราคาขึ้นสูงที่สุดในประเทศ ส่วนกรุงเทพและปริมณฑลมีการปรับราคาขึ้นมากในทุกกลุ่ม ทำให้การปรับราคาขึ้นเฉลี่ยแตะ 16.45% ส่วนภาคกลางปรับราคาขึ้นเฉลี่ย 15.89% และภาคเหนือปรับราคาขึ้นเฉลี่ย 15.01%
ถ้ามาเจาะดูในแต่ละกลุ่มราคาจะมีลักษณะตามนี้
กรุงเทพฯ และปริมณฑล
– กลุ่มราคา 30-40 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 21.88%
– กลุ่มราคา 41-50 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 14.87%
– กลุ่มราคา 51-60 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 12.60%
ภาคกลาง
– กลุ่มราคา 30-40 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 20.74% และมีการปรับราคาขึ้นใน 24 จังหวัด
– กลุ่มราคา 41-50 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 11.03% และมีการปรับราคาขึ้นใน 14 จังหวัด
– กลุ่มราคา 51-60 บาท ไม่มีสถิติ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
– กลุ่มราคา 30-40 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 18.73% และมีการปรับราคาขึ้นใน 7 จังหวัด
– กลุ่มราคา 41-50 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 15.18% และมีการปรับราคาขึ้นใน 12 จังหวัด
– กลุ่มราคา 51-60 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 33.33% และมีการปรับราคาขึ้นใน 1 จังหวัด
ภาคเหนือ
– กลุ่มราคา 30-40 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 19.05% และมีการปรับราคาขึ้นใน 24 จังหวัด
– กลุ่มราคา 41-50 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 10.97% และมีการปรับราคาขึ้นใน 8 จังหวัด
– กลุ่มราคา 51-60 บาท ไม่มีสถิติ
ภาคใต้
– กลุ่มราคา 30-40 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 25% และมีการปรับราคาขึ้นใน 9 จังหวัด
– กลุ่มราคา 41-50 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 14.44% และมีการปรับราคาขึ้นใน 8 จังหวัด
– กลุ่มราคา 51-60 บาท ปรับราคาเพิ่มขึ้น 20% และมีการปรับราคาขึ้นใน 1 จังหวัด
โดย ‘อาหารจานเดียว’ คืออาหารที่อยู่ใกล้ชิดชีวิตคนไทยมากที่สุด แต่ก็เป็นอาหารกลุ่มที่ส่งผ่านต้นทุนมายัง ‘ราคาขาย’ ไวที่สุดเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนวัตถุดิบหรือต้นทุนค่าขนส่ง นอกจากนั้นยังเป็นกลุ่มที่ราคาปรับขึ้นแล้วปรับลงค่อนข้างน้อยด้วย
นักวิชาการ มธ. เคยประเมิน จานละ 120 บาทไม่เกินจริง
ก่อนหน้านี้ ‘รศ. ดร.วรภัทร วชิรยากรณ์’ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยต้องนำเข้าปุ๋ยเคมีผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซมากกว่า 40% ของการนำเข้าทั้งหมด
ปัญหาช่องแคบฮอร์มุซจึงซ้ำเติมปัญหาปุ๋ยเคมีที่ก่อนหน้านี้ก็ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซียยูเครนมาก่อนแล้ว ทำให้ราคาปุ๋ยเคมีในไทยปรับตัวขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่กระสอบละ 600 บาท เพิ่มเป็นกระสอบละ 2,000 บาท
‘รศ. ดร.วรภัทร’ จึงได้ประเมินว่า หากสถานการณ์ปุ๋ยเคมียังเป็นแบบนี้ต่อไป ราคาพืชผัก ข้าวสาร รวมถึงน้ำมันปาล์มที่จะส่งผลต่อเนื่องให้ราคาน้ำมันดีเซลแพงขึ้นก็จะแพงขึ้นทั้งหมด ทำให้เราอาจจะได้เห็นอาหารจานละ 120 บาท
พร้อมคาดว่า จะเริ่มเห็นผลกระทบในเดือนพฤษภาคม 2569 และจะเห็นผลกระทบอย่างเต็มที่ก่อนเดือนกันยายน 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้
ดังนั้น ผลสำรวจตอนต้นเป็นผลสำรวจของเดือนเมษายน พอมาดูเทียบกับการประเมินของนักวิชาการ มธ. ที่คาดว่าผลกระทบจะเริ่มเห็นในเดือนพฤษภาคมและผลกระทบจะเต็มที่ก่อนเดือนกันยายน แปลว่าราคาอาหารตามสั่งอาจขึ้นไปสูงกว่านี้ในเดือนนี้และเดือนถัดๆ ไป และไม่แน่ว่าเราอาจกำลังจะได้เห็นอาหารตามสั่งราคา 120 บาทจริงในช่วงชีวิตนี้
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




