สภาฯ ออกกฎใหม่ เข้มใช้ห้องแถลงข่าว ‘อินฟลู-พรรคการเมือง’ ต้องขออนุญาตก่อน

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่าเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ราชกิจจานุเบกษา ประกาศระเบียบรัฐสภา ว่าด้วยการใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภา พ.ศ.2569 ประกาศ ณ วันที่ 5 พ.ค.2569 โดยนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา

ระบียบดังกล่าวระบุว่า เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบว่าด้วยการใช้ห้องแถลงข่าวแล้วกันจะพาอาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 ประกอบข้อ 5(4) แห่งข้อบังคับการประชุมรัฐสภา2569 ประธานรัฐสภาจึงออกระเบียบไว้ โดยให้ยกเลิก ระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภา พ.ศ. 2551 และห้องแถลงข่าวรัฐสภาใช้สำหรับการแถลงข่าวคือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ร่วมในการแถลงข่าวอีกและสื่อมวลชนประจำรัฐสภาหมายถึงสื่อมวลชนที่ได้รับอนุญาตจากส่วนราชการสังกัดรัฐสภาให้ทำข่าวประจำรัฐสภา

บุคคลที่มีสิทธิ์ใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภา ได้แก่ ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ในสภาฯ และคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ในวุฒิสภา เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาวุฒิสภา ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง และข้าราชการรัฐสภาสามัญที่ได้รับมอบหมาย ผู้ที่เคยเป็นสส.หรือสว. บุคคลหรือคณะบุคคลที่สส. หรือสว.รับรอง

ในการแถลงข่าวของบุคคลผู้มีสิทธิ์ใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภาจะมอบหมายให้มีผู้แถลงข่าวคนเดียวหรือหลายคนร่วมแถลงข่าวด้วยก็ได้ โดยผู้ที่ประสงค์จะใช้ห้องแถลงข่าวให้แจ้งความประสงค์ต่อสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก่อนการแถลงข่าว

ส่วนผู้ที่เคยเป็นส.ส.หรือส.ว. และบุคคลที่สมาชิกรับรองในการแถลงข่าว ให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่สำนักประชาสัมพันธ์กำหนดด้วยตัวเอง ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศน์ ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กำหนดต่อสำนักประชาสัมพันธ์ โดยระบุชื่อตำแหน่งเนื้อหาที่จะแถลงข่าวและเอกสารอื่นใดที่จะแจกจ่ายหรือเผยแพร่พร้อมคำรับรองของส.ส.หรือส.ว. และลงลายมือชื่อในสมุดที่จะเอาไว้ก่อนการแถลงข่าวด้วย ให้เลขาธิการสภาฯ หรือผู้ที่เลขาธิการสภาฯมอบหมาย มีอำนาจพิจารณาอนุญาตเมื่อได้รับอนุญาตแล้วให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จัดให้มีการแถลงข่าวได้ และกรณีผู้ที่เคยเป็น ส.ส.หรือส.ว.เป็นผู้แถลงข่าว ต้องให้ส.ส.หรือส.ว.ผู้รับรองอยู่ร่วมในการแถลงข่าวนั้นด้วยจนเสร็จสิ้น

Advertisement

การแถลงข่าวนั้น ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประชุมรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมวุฒิสภา ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงหรือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการประชุมหรือกิจการต่าง ๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติหรือหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาตลอดจนเพื่อส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

การแถลงข่าวต้องใช้กิริยาวาจาที่สุภาพรักษามารยาทให้เรียบร้อยไม่ละเมิดกฎหมายไม่กระทำการที่ไม่เหมาะสม ด้านพฤติกรรมความรุนแรง เพศ ภาษา หรือการกระทำอื่นใดในลักษณะเดียวกัน โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

หากการแถลงข่าวมีลักษณะความผิดในทางอาญาหรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อองค์กรหรือบุคคลใดผู้แถลงข่าวนั้นต้องรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวด้วยตนเองและในกรณีที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นผู้เสียหายจากการแถลงข่าวดังกล่าวทางสำนักงานฯ จะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

ขณะที่การถ่ายภาพ ภาพยนตร์ บันทึกภาพ หรือเสียงการสื่อสารอื่นใดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือกระทำการอย่างอื่นในลักษณะเดียวกันภายในห้องแถลงข่าว ให้กระทำได้เฉพาะสื่อมวลชนประจำรัฐสภาเท่านั้น เว้นแต่บุคคลที่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมอบหมาย

โดยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยภายในห้องแถลงข่าวรัฐสภาจนเสร็จสิ้นการแถลงข่าวและบังคับใช้ระเบียบอย่างเคร่งครัดหากมีผู้ฝ่าฝืนระเบียบนี้ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้นั้นยุติการแถลงข่าวทันทีและเชิญออกจากห้องแถลงข่าวรัฐสภาโดยเร็วแล้วรายงานให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมอบหมายทราบทันที

ในกรณีผู้ฝ่าฝืนเป็น ผู้ที่เคยเป็นส.ส.หรือส.ว. เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมอบหมายอาจพิจารณาไม่อนุญาตให้ผู้นำแถลงข่าวในครั้งต่อไปอีก ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฎิบัติตามระเบียบนี้ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยและคำวินิจฉัยของประธานรัฐสภาให้ถือเป็นที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเปรียบเทียบกับระเบียบการใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภา พ.ศ. 2551 มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะอดีตส.ส.หรือส.ว. ที่ต้องการแถลงข่าว ต้องมีการรับรองจากสมาชิกรัฐสภา แต่ไม่ต้องอยู่ร่วมการแถลงข่าวนั้น ขณะที่การทำข่าวและถ่ายภาพในห้องแถลงข่าว ไม่มีการระบุถึงสื่อโซเซียลฯ หรือคนของพรรคการเมือง ที่ต้องเข้ามาทำข่าว ถ่ายภาพ การแถลงข่าวของพรรคการเมือง