ศิริกัญญา ห่วงปวศ.ซ้ำรอย ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก ค้านดึงงบ 2 กองทุน ใช้ผิดวัตถุประสงค์

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณ 1.3 พันล้านบาทให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ว่า จริงๆ วันนี้มติ ครม.ยังมีความคลุมเครือว่าตกลงใครจะเป็นคนซื้อลิขสิทธิ์ ใครจะเป็นคนจ่ายเงิน จึงสร้างความกังวลว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่ เพราะเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่แหล่งที่มาของเงินก็มาจากหลายส่วน ส่วนหนึ่งมาจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ประมาณครึ่งหนึ่ง แล้วอีกส่วนหนึ่งมาจากกองทุนกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และเอกชนลงขันกัน

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า ซึ่งตอนนั้นก็มีข้อครหาออกมา 2 ส่วน คือส่วนแรก กองทุน กทปส.ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เอาไว้สำหรับการเอามาใช้ในรูปแบบลักษณะนี้ แต่วัตถุประสงค์ของ กทปส. คือการเอาไปใช้ในการที่จะทำให้คนที่เป็นกลุ่มเปราะบางมีโอกาสที่จะเข้าถึงสื่อต่างๆ เช่น คนที่มีรายได้น้อย หรือคนพิการในรูปแบบต่างๆ กองทุนตัวนี้ก็จะเข้าไปช่วยอุดหนุนในส่วนที่จะทำให้คนกลุ่มนี้ได้เข้าถึงมากขึ้น ดังนั้น จึงไม่ได้มีข้อกำหนดเกี่ยวข้องกับการที่จะทำให้คนทั้งหมดทั้งประเทศได้ดูถ่ายทอดสดบอลโลกฟรี

น.ส.ศิริกัญญากล่าวด้วยว่า ส่วนกองทุนพัฒนากีฬา คนอาจจะยังตั้งข้อสังเกตเหมือนกันว่าจริงๆ แล้วควรจะเอามาใช้ในการพัฒนากีฬาในประเทศมากกว่าการเอาไปซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่ ถึงแม้ว่าเขาอาจจะบอกว่ามันจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากที่จะพัฒนาเล่นกีฬาอาชีพอะไรต่างๆ ก็ตาม ดังนั้น ความที่มันยังไม่เกิด ความไม่แน่นอนว่าแหล่งเงินจะมาจากที่ไหน ก็ทำให้กังวลว่าท้ายที่สุด ถ้าไม่มีเอกชนเข้ามาลงขัน สุดท้ายอาจจะเป็นรูปแบบการอุดหนุนแบบเดิมๆ หรือไม่

น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า แต่ในรอบนี้มีบริบทที่แตกต่างออกไปคือ ประการแรก กฎ Must Have ที่ระเบียบของ กสทช. ที่ระบุว่าจะต้องมีรายการกีฬาใดบ้างที่ต้องมีการถ่ายทอดสดฟรีให้กับประชาชนได้ดู และเอาฟุตบอลโลกออกไปแล้ว ดังนั้น ก็ไม่ได้มีความจำเป็นขนาดนั้นอีกต่อไป ที่จะต้องมีการถ่ายทอดสดให้คนได้ดูฟรีใช่หรือไม่

ส่วนประการที่สองเป็นเรื่องแรงจูงใจของเอกชน เช่น ในครั้งก่อนหน้าก็ยังเป็นคดีความกันอยู่เลย เรื่องระหว่าง True กับ กสทช. ที่เมื่อได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดสดไปแล้ว กลับไม่ได้มีการปฏิบัติตามกฎ Must Carry คือทำให้ไม่สามารถดูได้ผ่านทุกๆ ช่องทาง ทุกแพลตฟอร์ม บางกล่องก็เกิดปรากฏการณ์จอดำใช่หรือไม่ หรือว่าบางแพลตฟอร์มก็ดูไม่ได้ เป็นต้น เพราะว่ามีการบล็อก เนื่องจากคนที่ใส่เงิน เขาก็มีแรงจูงใจที่จะแสวงหาผลกำไรจากการที่ได้ลงทุนไปแล้วทั้งนั้น ดังนั้น ก็เป็นเหตุผลว่าถ้ารอบนี้จะต้องมีการซื้อลิขสิทธิ์จริงๆ ขอให้เป็นเอกชนที่มีแรงจูงใจในเรื่องนี้ ในการเป็นคนที่ใส่เงินลงมามากกว่าที่จะเป็นทางฝั่งของภาครัฐ

Advertisement

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลรีบฟันธงว่าได้ดูฟรีแน่นอน ก็ทำให้อำนาจต่อรองในการที่จะพูดคุยเจรจากับทางเอเยนต์ที่ถือสิทธิ์ในการขายลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกเองก็ดี หรือว่าเอกชนที่อยากที่จะลงขัน แต่ไม่ได้อยากที่จะลงเงินตัวเองทั้งหมด อาจจะใช้ตรงนี้ในการที่จะเป็นช่องเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเป็นคนจ่ายเงินสมทบด้วยหรือไม่ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ใช่งบประมาณที่ต้องเอามาจับจ่ายใช้สอยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า แต่ในความเป็นจริง เงินจากกองทุนมันก็มีวัตถุประสงค์ของมันอยู่ แล้วถ้ามันไม่ได้เอามาใส่ในกองทุน มันก็ควรจะต้องเป็นรายได้ที่นำส่งเข้าคลังด้วยซ้ำไป

“ดังนั้น ก็อยากให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญในเรื่องนี้ให้ดี อย่าใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ เพียงเพื่อที่จะสร้างคะแนนนิยมในระยะสั้น จากการที่เอาใจแฟนบอล เพราะว่าเราก็ไม่ได้มีเจตนาที่ทำให้ขัดขวางไม่ให้แฟนบอลไม่ได้มีโอกาสได้ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหรอก เพียงแต่เราก็อยากให้รัฐบาลใช้เงินได้อย่างโปร่งใส ตรงตามวัตถุประสงค์ แล้วก็นำไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนมากกว่า” น.ส.ศิริกัญญากล่าว