ทิวทัศน์ราวบทกวี มหัศจรรย์เขาฟ่านจิ้ง จีนครองมรดกโลกทางธรรมชาติมากที่สุดในโลก

เอาใจสายธรรมชาติและประวัติศาสตร์ “ประชาชาติธุรกิจ” ตามคณะ “ไชน่า เดลี่” สื่อทางการจีนเดินทางเยือนมณฑลกุ้ยโจว คัดเลือกสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติและปลายทางประวัติศาสตร์สำคัญระดับประเทศ โดยสถานที่หลักอยู่ที่เมืองถงเหริน ในทริป Global Media and Content Creators Explore Colorful Guizhou เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวจีน ภายใต้โครงการ  China Storyteller Partnerships ในระหว่างวันที่ 27-31 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา

กุ้ยโจว มณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนมีความสวยงามทางธรรมชาติ ภูมิทัศน์ที่น่าตื่นตะลึง ภูเขาและเนินเขาครอบคลุมพื้นที่กว่า 92 % ของพื้นที่ โดยเฉพาะเทือกเขาอู่หลิง เป็นเทือกเขาสำคัญในภาคกลางของจีน ทอดยาวผ่านฉงชิ่ง กุ้ยโจวตะวันออก และหูหนานตะวันตกทำให้กุ้ยโจวมีพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติจัดอันดับโดย UNESCO มากที่สุดของประเทศจีน ซึ่งในปี 2019 นิตยสาร National Geographic ของสหรัฐอเมริกาได้ประกาศให้กุ้ยโจวเป็น 1 ใน 23 สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลกที่ต้องไปเยือน และในปี 2020 เว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อดังของโลก “Lonely Planet” ก็ยกให้กุ้ยโจวเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลกด้วย

ใจกลางของทริปอยู่ที่เมืองถงเหริน (Tongren) ประตูตะวันออกของกุ้ยโจว ศูนย์กลางทางนิเวศน์วิทยาและวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองใหญ่ระดับมณฑลที่มีฝนตกชุ่มฉ่ำตลอดทั้งปี ปัจจุบันถงเหรินครองตำแหน่งมรดกมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ระดับประเทศ 12 รายการ

นอกจากนี้  ในเมืองถงเหริน เขตเจียงโขว่ (Jiangkou County) เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมมัทฉะเกรดพรีเมียมของประเทศจีน และกําลังได้รับการยอมรับไปทั่วโลกจากมัทฉะ ซึ่งปัจจุบันยอดขายมากที่สุดอันดับที่ 1 ของจีนและอันดับ 2 ของโลก

Advertisement

เมืองหลวงของมัทฉะคุณภาพสูง โดยมีพื้นที่เพาะปลูกที่ได้มาตรฐานสหภาพยุโรปหรืออียู ตั้งในเจียงโขว่พื้นที่ ราว 12,500 ไร่ มีไลน์การผลิตที่ก้าวหน้า ซึ่งในปี 2025 ฟ่านจิ้ง มัทฉะ (Fanjing Matcha) ซึ่งส่งออกอันดับ 2 ทั่วโลก ปริมาณการขายถึง 2,500 ตัน ส่งเสริมเกษตรกร 110,000 คน และแบ่งปันวัฒนธรรมชาทั่วโลก

ความแข็งแกร่งทางนิเวศวิทยานี้แปลเป็นความสําเร็จทางเศรษฐกิจ ในปี 2024 GDP ถงเหรินสูงถึง 164.98 พันล้านหยวน (ราว 7 แสนล้านบาท) ซึ่งขับเคลื่อนโดยอัตราการเติบโต 4.9 %

Advertisememt

นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปจีนโดยฟรีวีซ่าเข้าเมืองได้ครั้งละ 30 วัน ซึ่งการเดินทางจากไทยสามารถใช้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพ-กุ้ยหยาง และต่อด้วยรถไฟความเร็วสูงไปถงเหริน หรืออีกเส้นทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปเปลี่ยนเครื่องที่ฮับการบินระดับประเทศของจีนอย่างสนามบินนานาชาติเซินเจิ้นเป่าอัน มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งบินตรงไปยังเมืองถงเหรินได้เลย

ภูเขาฟ่านจิ้ง

ภูเขาฟ่านจิ้งหรือฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan) ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และอากาศบริสุทธื์ ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาอู่หลิงครอบคลุมพื้นที่กว่า 250,000 ไร่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2018 ทำให้จีนมีแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติรวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ในขณะนั้น ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากที่สุดในโลก และขณะนี้เพิ่มเป็น 15 แห่ง

ตั้งอยู่ในเมืองถงเหริน ทางตะวันออกของมณฑล ถือเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 4 ของกุ้ยโจว และเป็นสถานที่ทางธรรมชาติเพียงแห่งเดียวที่จีนเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกสมัยที่ 42 ประจำปี 2018 ส่งผลให้ปัจจุบันกุ้ยโจวเป็นมณฑลที่มีมรดกโลกทางธรรมชาติมากที่สุดในประเทศจีนในขณะนั้น นอกจากนี้ ฟ่านจิ้งซานยังเป็นสถานที่แรกของมณฑลที่ยื่นขอสถานะมรดกโลกแบบ “แหล่งเดี่ยว” (Independent site) แทนที่จะเป็นการยื่นแบบกลุ่มเหมือนสามแห่งก่อนหน้า

พื้นที่แห่งนี้รักษาระบบนิเวศน์ป่าดึกดำบรรพ์ที่สมบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ป่ากว่า 90 % ทำให้เป็นแหล่งเก็บพืชพันธุ์พื้นเมืองที่มีคุณค่า เป็นหนึ่งในพื้นที่ภูเขากึ่งเขตร้อนที่สำคัญที่สุดในแง่ความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆที่ละติจูดเดียวกันทั่วโลก

หนึ่งในพื้นที่แรกสุดในภาคใต้ของจีนที่แผ่นดินโผล่ขึ้นมาจากพื้นมหาสมุทร แม้จนกระทั่งทุกวันนี้ ยอดเขาแห่งนี้ยังคงรักษาสิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาจากโลกดึกดำบรรพ์ ซึ่งมีอายุย้อนไปถึง 800 ล้านปี เป็นที่รู้จักกันในชื่อ เมืองท้องฟ้าของจีน “China ‘s Sky City”

นักท่องที่ยวไม่ควรพลาดชม 10 สิ่งมหัศจรรย์บนฟ่านจิ้งซานรวมถึงหินรูปเห็ด ทะเลเมฆ แสงพระพุทธเจ้าลึกลับ และความสำคัญระดับโลก เมื่อปี 2019 ชื่อ “ฟ่านจิ้ง” ถูกนำมาตั้งชื่่อดาวเคราะห์น้อย เพื่อเป็นเกียรติแก่ยอดเขามรดกโลกแห่งนี้

ภูเขาฟ่านจิ้งไม่เพียงเป็นปลายทางทิวทัศน์ธรรมชาติที่น่าทึ่ง แต่ยังเป็นหน้าต่างที่มีชีวิตสู่ประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์และวิวัฒนาการ ได้รับชื่อเสียงในฐานะที่เป็น “อัญมณีแห่งกุ้ยโจว”

เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตกึ่งร้อนชื้นและได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมเอเชียตะวันออก ประกอบกับระดับความสูงที่ต่างกันตั้งแต่ 500 ถึง 2,570 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และสภาพพื้นที่ที่โดดเดี่ยว ทำให้ฟ่านจิ้งซานมีความหลากหลายทางชีวภาพที่สูงมาก ภูเขาแห่งนี้ได้รับฉายาว่าเป็น “คลังเก็บยีนของจีน” โดยเป็นบ้านของพืช 4,395 สายพันธุ์ และสัตว์ 2,767 สายพันธุ์

สายพันธุ์เฉพาะถิ่น เช่น ต้นเฟอร์ฟ่านจิ้งซาน และ ลิงจมูกเชิดกุ้ยโจว (ซึ่งเหลืออยู่เพียงประมาณ 750 ตัวในโลก และพบได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น)

สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เช่น ซาลาแมนเดอร์ยักษ์จีน, กวางชะมด และไก่ฟ้าพญาลอ

ในพื้นที่นี้ยังมีพืช 64 ชนิด และสัตว์ 38 ชนิดที่อยู่ในบัญชีแดงของ IUCN (IUCN Red List) อีกด้วย

ความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาและจิตวิญญาณ ในฐานะ “เกาะเชิงนิเวศ” บนยอดโดมที่โผล่พ้นทะเลภูเขาหินปูน ฟ่านจิ้งซานมีโครงสร้างหินประหลาดที่ก่อตัวขึ้นเมื่อ 1-1.4 พันล้านปีก่อน เช่น “หินเห็ด” (Mushroom Stone) ซึ่งมีความสูง 10 เมตร ส่วนบนมีขนาดใหญ่กว่าส่วนล่าง ดูเหมือนจะไม่มั่นคงแต่กลับยืนหยัดผ่านกาลเวลามาได้นับพันล้านปี

อีกหนึ่งจุดปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งคือ “ยอดเขาทองเมฆแดง” (Red Clouds Golden Summit) ซึ่งแยกออกเป็นสองยอดที่ความสูง 100 เมตร โดยมีวัดพุทธตั้งอยู่บนแต่ละยอดและมีสะพานเชื่อมถึงกัน มักจะมีเมฆและหมอกปกคลุมรอบยอดเขา สร้างทัศนียภาพที่งดงามราวกับภาพวาด

คำว่า “ฟ่านจิ้ง” มีความหมายตรงตัวว่า “ดินแดนอันบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้า” และเป็น 1 ใน 5 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาของจีน พระพุทธศาสนาเผยแผ่มาถึงที่แห่งนี้ ในสมัยราชวงศ์ถังและรุ่งเรืองสูงสุดในสมัยราชวงศ์หมิง หากมองจากระยะไกล ยอดเขาแห่งนี้มีรูปร่างคล้ายกับพระพุทธรูปนอนที่มีความยาวถึง 10,000 เมตร ชาวบ้านในพื้นที่เคารพบูชาภูเขาแห่งนี้ในฐานะตัวแทนของพระพุทธเจ้ามานานกว่า 1,000 ปี

หลังการขึ้นทะเบียน รัฐบาลมณฑลกุ้ยโจวได้อนุมัติแผนแม่บทระยะยาวปี 2018-2030 เพื่อสั่งห้ามโครงการก่อสร้างใดๆ ที่จะทำลายความสมบูรณ์ของพื้นที่ และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไว้ที่ไม่เกิน 23,480 คนต่อวัน

“เราจะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมทั้งยกระดับการจัดการและปกป้องฟ่านจิ้งซาน ตามมติของคณะกรรมการมรดกโลกและอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติของโลก” ซ่ง เสี่ยวลู่ หัวหน้าคณะผู้แทนกุ้ยโจวกล่าวให้คำมั่นในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก

นอกจากนี้ ในบริเวณเชิงเขาฟ่านจิ้ง ยังเป็นที่ผลิตและปลูกชาเขียวมัทฉะคุณภาพสูง “ฟ่านจิ้ง มัทฉะ” ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และอากาศบริสุทธิ์

การเดินทางไปฟ่านจิ้งซานสะดวกสบาย โดยมีบริการรถชัทเทิลบัสรับ-ส่งนักท่องเที่ยวเพื่อไปยังจุดขึ้นกระเช้าก่อนไปยังจุดเริ่มต้นแล้วเดินเท้าขึ้นทางบันไดที่เดินได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งประเมินด้วยสายตาเกือบกว่า 90 % อยู่ในวัยกลางคนจนถึงวัยเกษียณเดินทางมาเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศ

นักท่องเที่ยวสวมเสื้อกันฝนหลากสีสันเพื่อป้องกันหยดฝนที่ตกลงมาประปราย บรรยากาศตลอดทางในเดือนมีนาคมนี้ ชุ่มฉ่ำด้วยหยาดฝนและกลิ่นดิน ร่มรื่นด้วยหมู่มวลต้นไม้ ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์

Wujiang River Gorge National Scenic Area/Lizhi Gorge

“ที่ไหนมีภูเขา ที่นั่นมีแม่น้ำ” คำกล่าวในหนังสือภาพโปรโมตกุ้ยโจว และอธิบายว่า ภูมิประเทศโดยรวมของกุ้ยโจวมีลักษณะเป็นทางลาดชัน ที่ราบเป็นคลื่นและความแตกต่างของระดับความสูงอย่างมีนัยยะสำคัญ แม่น้ำไหลผ่านภูมิประเทศที่หลากหลาย บางครั้งก็ซัดกระฉูดด้วยคลื่นแห่งความปีติยินดี ในบางครั้งปรากฏเป็นทะเลสาบที่เงียบสงบและมีหมอกบนที่ราบสูง บางส่วนไหลเป็นกระแสน้ำใต้ดินที่ซ่อนอยู่กลายเป็นน้ำพุร้อนใต้ดินสำหรับชาวบ้านให้มาอาบนั่งแช่คลายหนาว ในขณะที่บางส่วนไหลลงมาหลายร้อยเมตรเป็นน้ำตกที่น่าทึ่ง

แม่น้ำอู่เจียง (Wujiang River) ไม่เพียงแต่เป็นแม่น้้ำที่ยาวที่สุดและเป็นแม่น้ำแม่ หรือสายหลักในกุ้ยโจวเท่านั้น แต่ยังเป็นแม่น้ำสาขาที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งใต้ของตอนบนแม่น้ำแยงซีอีกด้วย ตั้งแต่สมัยโบราณทําหน้าที่เป็นทางน้ำที่เชื่อมต่อกุ้ยโจวกับโลกภายนอก

แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติช่องเขาลี่จื่ออู่เจียง (Wujiang River Gorge National Scenic Area) เป็นส่วนหนึ่งของช่องเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในอุทยานแห่งชาติช่องเขาอู่เจียงหยานเหอ มีความยาว 13.3 กิโลเมตร ขึ้นชื่อว่าเป็น “ส่วนที่สวยที่สุด” ของช่องเขาแม่น้ำอู่เจียง มีลักษณะเด่นคือหน้าผาสูงชัน ช่องเขาลึกที่เกิดจากการกัดเซาะของหินปูน และน้ำสีเขียวมรกต มักถูกกล่าวขานว่าเป็น “ขุมทรัพย์ช่องเขาที่ซ่อนเร้น”

โดยไฮไลต์หลักคือเส้นทางล่องเรือและชมวิวบริเวณแม่น้ำอู่เจียง ซึ่งมีลักษณะเด่นคือหน้าผาสูงชัน น้ำใสสะอาด และทิวทัศน์คล้ายภาพวาดม้วนยาว มักแบ่งเป็นสองส่วนหลักคือส่วนที่อยู่ในเมืองฉงชิ่งและส่วนที่อยู่ในมณฑลกุ้ยโจว

ตั้งอยู่ในใจกลางเทือกเขาอู่หลิงภายในเขตปกครองตนเองหยานเหอ ถูเจีย (Yanhe Tujia) ซึ่งหุบเขาลี่จื่อ (Lizhi Gorge) ทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่น่าทึ่งของ “หอศิลป์อู่เจียง”

ผู้เข้าชมรุ่นใหม่ถูกดึงดูดให้เข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร เช่น ภาพเงาภูเขา “520” (แปลว่า “ฉันรักคุณ” ในหมู่คนหนุ่มสาว) ซึ่งมีศาลาเสาสีแดงและดาดฟ้าสังเกตการณ์ไม้ช่วยให้นักเดินทางได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศบทกวีของยอดเขาที่มีลมแรง

The Red Ribbon

“โครงการโบว์แดง”  The Red Ribbon project ในนครกุ้ยหยาง เมืองเอกมณฑลกุ้ยโจวเป็นแลนด์มาร์กเรือธง/ที่สำคัญที่สุดของอุทยานทางวัฒนธรรมลองมาร์ช (the Long March National Cultural Park) ออกแบบเพื่ออนุรักษ์และสนับสนุนจิตวิญญาณของลองมาร์ช (การเดินทางครั้งใหญ่) เป็นมรดกที่นิยามจากความศรัทธาที่เด็ดเดี่ยว ความเสียสละเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติและการแสวงหาความจริงผ่านความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว

ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผู้มาเยือนจะมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ดิจิทัลสุดยิ่งใหญ่แห่งแรกของจีนในธีม Long March ที่เป็นการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ โครงการรวมประสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับประวัติศาสตร์การปฏิวัติจีน โดยการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือก้าวหน้าเช่น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์ (AI Interaction) ความจริงเสมือน (VR) การถ่ายภาพโฮโลแกรม

ภูมิทัศน์ 3 มิติ โดยศูนย์นี้จำลองการเดินทางครั้งใหญ่ทศวรรษ 1930 ด้วยความสมจริงที่ไม่เคยมีมาก่อน นำผู้มาเยือนผ่านตอนทั้ง 6 ของการเดินทางครั้งใหญ่ เปลี่ยนรูปแบบการศึกษาแบบดั้งเดิมไปเป็นการสัมผัสโรงภาพยนตร์มีชีวิต โดยจำลองการเดินทางไกลของกองทัพแดงซึ่งเป็นกองทัพต้นกำเนิดของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (China’s People’s Liberation Army) ซึ่งเป็นกองทัพจีนในปัจจุบันและมณฑลกุ้ยโจวเป็นสถานที่ที่กองทัพแดงต่อสู้ยาวนานที่สุดและครอบคลุมพื้นที่กว้างที่สุดในช่วงการเดินทัพทางไกลในทศวรรษ 1930 และมีทรัพยากรทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องมากมาย

ท้ายที่สุด The Red Ribbon ทำหน้าที่เป็นสะพานดิจิทัลเชื่อมระหว่างยุคประวัติศาสตร์และสมัยใหม่ รวมศิลป์และเทคโนโลยี เพื่อสร้าง Red Tourism

ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ผสมผสานการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่และภาพเพื่อสร้างภาพรวมแบบพาโนรามาของการเดินทางของกองทัพแดงขึ้นมาใหม่ในรูปแบบดิจิทัล จากมุมมองแบบพาโนรามานี้ ผู้ชมสามารถสัมผัสประสบการณ์เหตุการณ์ปฏิวัติทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญได้อย่างชัดเจน เช่น “การประชุมจุนยี่” “การข้ามแม่น้ำฉีสุ่ยสี่ครั้ง” และ “การข้ามแม่น้ำจินซา”

การแสดงอีกอย่างหนึ่งคือโรงภาพยนตร์โดม LED ลอยฟ้าความละเอียด 8K แห่งแรกในกุ้ยโจว

Yanhe Cave Basketball

“ถ้ำบาสเก็ตบอลหยานเหอ” ในเขตปกครองตนเองหยานเหอ ถูเจีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกุ้ยโจว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวกีฬาที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งสร้างขึ้นภายในถ้ำธรรมชาติริมแม่น้ำ มีศูนย์กลางอยู่ที่ถ้ำเฟิงหมิงในเมืองเฮย์สุ่ยและถ้ำหลงเหมินในเมืองซือฉือ สนามกีฬาเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างหินปูนที่มั่นคงทำให้บรรยากาศเหมือนแอร์ธรรมชาติตลอดทั้งปี รักษาอุณหภูมิการเล่นระหว่าง 15 – 25 องศาเซลเซียส

ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,700 ตร.ม. สร้างขึ้นผ่านการผสมผสานที่ประสบความสําเร็จของการระดมทุนจากชาวบ้านและการสนับสนุนขององค์กร

นับตั้งแต่เปิดสนามในปี 2024  ได้จัดการแข่งขันมากกว่า 200 นัด ดึงดูดทีมมากกว่า 1,000 ทีมจากสี่มณฑลใกล้เคียง ซึ่งครั้งสําคัญในเดือนสิงหาคม 2025 ดึงดูดผู้ชมสด 40,000 คนและมียอดวิวออนไลน์เกิน 300 ล้านครั้ง สร้างสถิติใหม่สําหรับการเข้าชมกีฬาในชนบทห่างไกล การสร้างแบรนด์ที่เป็นนวัตกรรมนี้ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้มากกว่า 20 ล้านหยวนจากผู้เข้าชม 400,000 คน

อ้างอิง :

UNESCO

• 2026 Global Media and Content Creators Explore Colorful Guizhou handbook

Beijing Review

ข่าวที่เกี่ยวข้อง