
แบงก์ ออฟ อเมริกา เปิดโพลทำนายผลฟุตบอลโลก 2026 ยก “ฝรั่งเศส” เต็งหนึ่งคว้าถ้วยทองสมัยที่ 3 ชี้ทัวร์นาเมนต์นี้คือ ขุมทรัพย์ใหม่ คาดโกยรายได้รวมเฉียด 4 แสนล้านบาท ดัน GDP โลกพุ่งทะยาน ท่ามกลางความกังวลนโยบายวีซ่าสหรัฐฯ อาจทำแฟนบอลหดหาย
แหล่งข่าวจาก Bloomberg ระบุ ผลสำรวจจากนักวิเคราะห์ 65 รายในแผนกวิจัยระดับโลกของ Bank of America (BofA) ระบุว่า “ทัพตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส จะสามารถเอาชนะสเปนในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2026 ไปครองได้สำเร็จ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
วิเคราะห์แชมป์: เอ็มบัปเป้-ยามาล เตรียมโชว์ของ
- ดาวซัลโว คาดว่า คีเลียน เอ็มบัปเป้ จะครองตำแหน่งผู้ทำประตูสูงสุด
- ผู้เล่นยอดเยี่ยม ลามีน ยามาล ดาวรุ่งจากสเปน ถูกยกให้เป็นตัวเต็งคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์
- ม้ามืด คาดคงเป็นญี่ปุ่น นอร์เวย์ และโมร็อกโก สามประเทศที่ถูกจับตามองว่าเป็นทีมที่มีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์มากที่สุด
ทุบสถิติรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
BofA ระบุว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ “ทำเงิน” ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยอ้างอิงงบประมาณจาก FIFA ดังนี้
- รายได้รวมรอบ 4 ปี (2023-2026) คาดว่าจะแตะ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.85 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นเกือบ 50% เมื่อเทียบกับรอบปี 2022 ที่กาตาร์ซึ่งทำไว้ 7.6 พันล้านดอลลาร์
- ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก FIFA และองค์การการค้าโลก (WTO) ประเมินว่าทัวร์นาเมนต์นี้จะช่วยเพิ่ม GDP โลกได้สูงถึง 4.09 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.43 ล้านล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม ประวัติการทำนายผลฟุตบอลโดยสถาบันการเงินมักมีทั้ง “รุ่ง” และ “ร่วง” เช่น
- ปี 2022 Panmure Liberum ทายถูกว่าอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ แต่พลาดในคู่ชิงที่ทายว่าเป็นอังกฤษ
- ปี 2018 Goldman Sachs ใช้ AI จำลองเหตุการณ์กว่า 1 ล้านครั้ง แต่กลับทายผิด โดยยกให้บราซิลเป็นเต็งหนึ่ง (ซึ่งปีนั้นฝรั่งเศสคว้าแชมป์)
- ปี 2018 Nomura Holdings เป็นสถาบันเดียวที่ทายถูกว่าฝรั่งเศสจะได้แชมป์ โดยวิเคราะห์จากมูลค่าตัวนักเตะและฟอร์มการเล่น
ความท้าทายใหม่ 48 ทีม และปัญหาการเมือง
ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่มีทีมเข้าร่วมถึง 48 ประเทศ แข่งขันรวม 104 นัด ใน 16 เมืองทั่วสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา คาดการณ์ยอดผู้ชมสูงถึง 6.5 ล้านคน
ทว่าในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเปิดสนาม ผู้ประกอบการโรงแรมเริ่มแสดงความกังวลว่ายอดจองอาจไม่เป็นไปตามเป้า เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบัน ทั้งเรื่องการเพิ่มค่าธรรมเนียมวีซ่าและการตรวจสอบโซเชียลมีเดียที่เข้มงวด ซึ่งสมาคมการท่องเที่ยวสหรัฐฯ เกรงว่าจะเป็นปัจจัยลบที่ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง รวมถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “ราคาตั๋ว” ที่พุ่งสูงจนประธาน FIFA ต้องออกมาแถลงปกป้องราคาดังกล่าวเมื่อวันอังคารที่แล้วตามเวลาท้องถิ่นของประเทศสหรัฐฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




