
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม สมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และรักษาประมุขแห่งรัฐกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียล ถึงท่าทีล่าสุดของกัมพูชา เกี่ยวกับการที่ไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2544 ว่าด้วยการอ้างสิทธิทางทะเลทับซ้อนกัน หรือ MOU44 ว่า คำแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ขัดแย้งกับการที่ไทยยกเลิก MOU44 เพียงฝ่ายเดียว พร้อมกับยืนยันว่า กัมพูชาจะเดินหน้าตามกลไกกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศที่มีอยู่ โดยไม่รอการเห็นชอบจากฝ่ายไทย
โดยในโพสต์ของสมเด็จฯฮุน เซน ระบุว่า เมื่อวานนี้ 11 พฤษภาคม 2569 มีสื่อไทยรายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยกล่าวว่า ภายใต้อนุสัญญากฎหมายทะเล หลังจากที่ยกเลิก MOU44 แล้ว กระบวนการจะต้องดำเนินต่อไปภายใต้กรอบของอนุสัญญา ซึ่งมีหลายขั้นตอน และวิธีการหลักควรเป็นการเจรจาระหว่างสองฝ่ายก่อน
ฮุน เซน ระบุว่า หากรายงานนี้สะท้อนคำพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยของไทยอย่างถูกต้องแล้ว คำพูดที่ว่า “วิธีการหลักควรเริ่มต้นจากการเจรจาระหว่างสองฝ่ายก่อน” นั้น ย่อมขัดแย้งกับการกระทำของประเทศไทยอย่างชัดเจน เพราะไทยได้ยกเลิก MOU44 แต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเท่ากับเป็นการรื้อทำลายกรอบการเจรจาทวิภาคีเกี่ยวกับการอ้างสิทธิทางทะเลทับซ้อนกันไปแล้ว
ในฐานะรักษาการประมุขแห่งรัฐ ข้าพเจ้าขอเตือนรัฐบาลกัมพูชา อย่าเข้าสู่การเจรจาทวิภาคีกับไทยในประเด็นทางทะเลอีก และให้เดินหน้าเข้าสู่กลไกที่กำหนดไว้ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ปี ค.ศ.1982 (UNCLOS 1982) โดยตรง โดยไม่ต้องรอข้อตกลงใดๆ จากฝ่ายไทย
พร้อมระบุว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนได้เตือนรัฐบาลกัมพูชาไปครั้งหนึ่งแล้วว่า อย่าสร้างกลไกความร่วมมือทวิภาคีใหม่ มาแทนที่กลไกเดิมที่ไทยเป็นฝ่ายยกเลิก และว่า “เราเสียใจกับการที่ไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจ ปี 2544 แต่ขณะเดียวกัน ก็ขอบคุณไทยที่ช่วยผลักดันให้กัมพูชาเดินหน้าไปสู่การใช้กลไกระหว่างประเทศแทน”




