ทูตอียูเรียกร้องให้ไทย-กัมพูชา ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่ หลังลงพื้นที่ปราสาทพระวิหาร

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม แขมร์ไทม์ส รายงานว่า ทูตสหภาพยุโรป (อียู) ประจำกัมพูชา ได้เรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทยอย่างเต็มรูปแบบ และให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาเพื่อสันติภาพ หลังจากทูตอียูได้เห็นผลกระทบจากความขัดแย้งทางอาวุธที่ได้สร้างความเสียหายต่อมรดกทางวัฒนธรรม ในจังหวัดพระวิหาร ในการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยนายอิกอร์ ดรีส์มันส์ เอกอัครราชทูตอียู ประจำกัมพูชา ได้ร่วมคณะผู้แทนทางการทูต ที่นำโดยนายธุน วัฒนา รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ของกัมพูชา ที่ลงพื้นที่และได้เห็นถึงความเสียหายที่อ้างว่า เกิดจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพไทย การโจมตีด้วยโดรน และการยิงปืนใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อปราสาทพระวิหาร แหล่งมรดกโลกของยูเนสโก ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาในเทือกเขาพนมดงรัก

ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ครั้งก่อนๆ ไปยังในอดีตพื้นที่ขัดแย้ง นายอิกอร์ ดรีส์มันส์ ทูตอียูประจำกัมพูชา ได้เห็นถึงความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน การหยุดชะงักทางการศึกษาของเด็กๆ และการอพยพครั้งใหญ่ของประชาชน อันเป็นผลมาจากข้อพิพาทชายแดน

ดรีส์มันส์ ได้บอกกับ แขมร์ไทม์ส หลังจากลงพื้นที่ล่าสุดว่า ความขัดแย้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความทุกข์ทรมานของมนุษย์ที่เกิดจากสงคราม และตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการหาทางออกอย่างสันติ บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

“ตั้งแต่เริ่มต้น เรามีจุดยืนที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ เราต้องการทางออกอย่างสันติ ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและการเคารพบูรณภาพแห่งดินแดน” ดรีส์มันส์กล่าว และว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับปราสาทขอมโบราณ รวมถึงความทุกข์ยากของชุมชนผู้พลัดถิ่น ที่สะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนอันหนักหน่วงของความขัดแย้งที่ทั้งสองประเทศต้องเผชิญ

Advertisement

“มันทำให้เราเห็นถึงความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ทั้งความทุกข์ของผู้คนที่มีผู้ลี้ภัยจำนวนมาก รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อมรดกทางวัฒนธรรม” ดรีส์มันส์กล่าว

และว่า สหภาพยุโรป ขอเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบ “เราต้องการให้มีการเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างครบถ้วน”

ดรีส์มันส์ ยังได้แสดงความหวังต่อความคืบหน้าของการเจรจาทางการทูต ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการหารือระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่าย และหวังว่า จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีและความคืบหน้าที่ดีในการผลักดันแถลงการณ์ร่วมให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

เมื่อถูกถามถึงเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูสถานการณ์ตามแนวชายแดนให้กลับสู่ภาวะปกติ ดรีส์มันส์บอกว่า คำตอบดังกล่าว ได้ถูกระบุไว้อยู่แล้วว่า ในข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันหลังการหยุดยิงเมื่อเดือนธันวาคม

“ผมคิดว่าการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมอย่างครบถ้วน จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก หากอ่านอย่างละเอียด ทุกอย่างได้ถูกระบุไว้ในนั้นแล้ว” ดรีส์มันส์กล่าว และว่า สหภาพยุโรปได้สนับสนุนความพยายามเพื่อสันติภาพมาตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้ง

ซึ่งตามคำกล่าวของดรีส์มันส์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอียู ได้หารือกับผู้นำกัมพูชาและไทย พร้อมทั้งเสนอความช่วยเหลือในทางปฏิบัติ เช่น การสนับสนุนภาพถ่ายดาวเทียม การช่วยเหลือด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการสนับสนุนการเจรจาแบบ แทร็กทู หรือการพูดคุยนอกรอบทางการทูตอย่างเป็นทางการ

“เรายังคงพร้อมและเปิดกว้างที่จะดำเนินการเพิ่มเติม หากทั้งสองฝ่ายต้องการ” ดรีส์มันส์กล่าวพร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารและการปรองดองระหว่างประชาชนของกัมพูชาและไทย แม้ว่าความขัดแย้งจะทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม โดยเขาบอกว่า ในความขัดแย้งใดๆ การพูดคุยกันเป็นสิ่งสำคัญ การมีช่องทางสื่อสารที่เปิดกว้างในหลายระดับ เป็นสิ่งสำคัญ

ระหว่างการลงพื้นที่เยี่ยมค่ายผู้พลัดถิ่นที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย ที่ยังคงมีชาวบ้านหลายพันคนอาศัยอยู่ ดรีส์มันบอกว่า อียูได้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ชุมชนผู้พลัดถิ่นผ่านเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เป็นเงิน 700,000 ยูโร และหวังว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อให้คนเหล่านี้สามารถกลับบ้านและกลับไปใช้ชีวิตตามเดิมได้