
ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชี้กัมพูชานำ MOU 44 ขึ้นทะเบียนกับ UN ไม่ได้มีผลเรื่องการรับรองเขตแดน แต่อาจนำมาอ้างในกระบวนการไกล่เกลี่ยตามกฎหมายทะเล (UNCLOS)
ดร.ภัทรพงษ์ แสงไกร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์โพสต์เฟซบุ๊กว่า จากกรณีทื่กัมพูชานำ MOU 44 ไปขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นั้น ไม่ได้เป็นการทำให้ยูเอ็นมารับรอง “เส้นเขตแดน”
อาจารย์ภัทรพงษ์เขียนว่า การดำเนินการเป็นไปตามข้อ 102 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ที่กำหนดให้รัฐสมาชิกต้องนำสนธิสัญญาที่มีผลใช้บังคับไปจดทะเบียน มิฉะนั้น จะไม่สามารถนำมา “อ้าง” ในองค์กรต่าง ๆ ของยูเอ็นได้ ซึ่งกัมพูชาขอจดทะเบียนวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา (ก่อนที่ไทยจะประกาศยกเลิก MOU 44) และสำนักเลขาธิการพิจารณาเห็นว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนัก ก็ออกหนังสือรับรองมาตามภาพ ในวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา
“หากถามว่า เป็นการทำให้ยูเอ็นมารับรอง “เส้นเขตแดน” หรือไม่ ก็คงไม่ใช่ เพราะ MOU 44 ไม่ได้กำหนดเส้นเขตแดนอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มีแต่เพียงบทบัญญัติว่า ให้ไทยและกัมพูชามาเจรจากันเพื่อแบ่งเขต และยังมีข้อบทที่ระบุชัดว่า ไม่กระทบสิทธิของทั้งสองฝ่าย” อาจารย์ธรรมศาสตร์กล่าว
แต่ก็ตีความได้ว่า กัมพูชาก็คงจะมีความคิดว่าจะนำ MOU 44 ไปอ้างในเวทีสักแห่ง ประกอบกับการเข้าเป็นภาคี UNCLOS ด้วย เช่น หากเข้ากระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS แล้วไทยไม่ตั้งคณะกรรมการมา เลขาธิการจะมีอำนาจตั้ง กัมพูชาก็อาจจะอ้าง MOU 44 ในขั้นตอนนั้น เป็นต้น



ข่าวที่เกี่ยวข้อง




